posttoday
วันนี้ เราภาคภูมิใจในตัวเอง แล้วหรือยัง?

วันนี้ เราภาคภูมิใจในตัวเอง แล้วหรือยัง?

19 กรกฎาคม 2558

ไม่ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเราจะเป็นอย่างไร อ้วน เตี้ย ดำ ไม่หล่อ ไม่สวย ไม่เป็นไปตามสิ่งที่สังคมกำหนด

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ อีพีเอ

ไม่ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเราจะเป็นอย่างไร อ้วน เตี้ย ดำ ไม่หล่อ ไม่สวย ไม่เป็นไปตามสิ่งที่สังคมกำหนด (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนกำหนด) ว่านี่คือหล่อ นี่คือสวย นี่คือขาว นี่คือสูง นี่คือหุ่นดี แต่ภายในของเราต้องมีความใฝ่รู้ มีความคิดความอ่านที่ดีและถูกต้อง รวมทั้งมีจิตใจและมีทัศนคติที่ไม่คับแคบ

เราถึงจะหล่อจะสวยในแบบของเราอย่างแท้จริง

หากคุณมีเวลาว่าง ผมอยากให้คุณลองไปที่ร้านขายซีดีใกล้บ้าน แล้วลองซื้อซีรี่ส์แนวคอมเมดี้-ดราม่าเรื่อง Ugly Betty มาดู (ออกอากาศทางช่องเอบีซี สหรัฐ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2549 สิ้นสุดการออกอากาศเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2553) แล้วคุณจะค้นพบว่า จากคนที่ใฝ่รู้ในเรื่องของแฟชั่น และใฝ่ฝันอยากเข้าไปอยู่ในโลกของแฟชั่น แต่กลับถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าไป เพียงเพราะหน้าตารูปร่าง “ไม่ใช่” อย่างที่คนที่อยู่ในโลกใบนั้นเขาเป็น หรือเขามี

แค่สายตาที่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า

แล้วเบือนหน้าหนี เบ้ปากใส่

มันก็ทำร้ายจิตใจของคนคนหนึ่งได้มากมายแล้ว

โชคดีที่สิ่งที่ตัวละครเอกที่ชื่อ Betty (นำแสดงโดย อเมริกา เฟอร์เรรา) มีอยู่นั้น ยังมีคนเห็นคุณค่า และมันก็ได้นำพาให้เธอได้ก้าวเข้าไปอยู่ในโลกแห่งแฟชั่นที่เธอใฝ่ฝัน แม้ว่านับจากนั้น เธอจะต้องต่อสู้ฝ่าฟันกับสิ่งที่โลกแห่งแฟชั่น คิด พูด ทำ หรือแสร้งทำอย่างมากมาย เพื่อพิสูจน์ว่าเธอก็มีดี มีคุณค่า และเธอก็สามารถอยู่ในโลกของแฟชั่นได้อย่างสง่าภาคภูมิ

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ การจะก้าวไปสู่โลกใดโลกหนึ่งซึ่งเป็นโลกใบที่เราอยากเข้าไปนั้น ครึ่งหนึ่งเราต้องมีความใฝ่รู้และความทะเยอทะยาน มีความสามารถ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง อีกครึ่งหนึ่งที่ก็สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ “โอกาส” ซึ่งหากเราขาดสิ่งนี้ สิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็น ก็อาจไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างถูกที่ถูกทาง และไม่ได้นำมาทำให้มันเกิดประโยชน์ทั้งกับตนเองและผู้อื่น

สำหรับซีรี่ส์เรื่องนี้ แต่ละตอน ในแต่ละซีซั่น (มีทั้งหมด 4 ซีซั่น) เบ็ตตี้ต้องฝ่าฟัน ต้องใช้ความอดทนพยายาม ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับสายตาและคำดูถูกให้ได้อย่างคนที่มีความสุข รวมทั้งต้องรับมือกับการกลั่นแกล้งและการไม่เห็นคุณค่านานาสารพัดให้ได้อย่างคนที่ชาญฉลาด เมื่อกาลเวลาผ่านไป เมื่อเธอได้นำเสนอสิ่งที่เธอมีและเธอเป็นให้กับผู้คนได้รับรู้ สิ่งนี้นี่เองที่ทำให้เธอค่อยๆ ได้รับการยอมรับมากขึ้น จนทุกคนมองข้ามรูปลักษณ์ภายนอกของเธอไปเสียสิ้น กลับกลายเป็นได้มองเห็นแล้วซึ่งคุณค่าอันแท้จริงในสิ่งที่เธอมีและเธอเป็นในท้ายที่สุด

หากนี่เรียกว่า...คุณค่าของความเป็นคน...อย่างแท้จริง

เบ็ตตี้ก็ทำให้คนดูได้เรียนรู้และได้ตระหนักอย่างจริงแท้แน่นอนที่สุด

ไม่มีโลกใบไหนใหญ่ไปกว่าใคร และไม่มีโลกใบไหนที่ไร้ซึ่งประตูที่จะเปิดรับให้ผู้คนที่มีความเก่งและความฉลาดได้เข้าไปอยู่อาศัยในโลกใบนั้น โลกทุกใบมีที่ทางให้กับทุกๆ คนเสมอ ขอเพียงแต่เราต้องไม่ดูถูกตนเอง และเราก็ต้องไม่ดูถูกคนอื่น แล้วเราทุกคนจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และสามารถสร้างสรรค์สิ่งบรรเจิดได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

หลังจากดูซีรี่ส์เรื่องนี้จนจบ บอกได้เลยว่า ผมตกหลุมรักพ่อของเบ็ตตี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ใช่ตกหลุมรักในแบบหลงใหลคลั่งไคล้หรอกนะครับ แต่ตกหลุมรักในสิ่งที่เขาทำ นั่นคือการได้ก่อร่างสร้างมุมมองความคิดและทัศนคติที่ดีและไม่คับแคบให้แก่ลูกสาวของเขาเอง เขาเชื่อมั่นว่าลูกสาวของเขาคือสิ่งสวยงามทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งเป็นคนเก่ง ฉลาด และใฝ่รู้ไม่แพ้ใคร เมื่อสิ่งนี้ได้ส่งต่อมายังเบ็ตตี้ มันก็ทำให้จากการเป็นผู้ได้รับ กลายเป็นผู้ได้ให้ โดยเบ็ตตี้ได้ส่งต่อสิ่งที่พ่อเธอให้มาไปยังหลานชายของเธอที่สนใจในเรื่องของแฟชั่น การแสดงละครเวที และก็เป็นคนที่อยู่ในโลกของชายรักชาย ซึ่งเธอก็ทำให้หลานชายของเธอได้ภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น และเป็นแรงบันดาลใจให้หลานชายของเธอได้ใฝ่รู้ในสิ่งที่อยากรู้ เพื่อที่จะเป็นคนดี คนเก่ง คนฉลาด และมีความสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เมื่อเราได้ดูละคร ก็ขอให้เราได้ย้อนดูตัวเราเอง

วันนี้เราทุกคนภาคภูมิใจในตัวเราเองแล้วหรือยัง

อีกทั้งเราได้ส่งต่อความภาคภูมิใจนี้

ให้แก่ผู้อื่นได้ภาคภูมิใจในตัวเองด้วยเช่นเดียวกันบ้างไหม

ถ้าไม่ ถ้ายัง...

นี่คือคำถามที่รอคอยคำตอบของคุณอยู่เสมอทุกลมหายใจเข้าออก!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท