
พ่ออุ้มหน่อย...
ถ้าผมคิดมากกับคำพูดของลูกในวัย 2 ขวบ 7 เดือน ก็คงต้องช้ำใจทุกวัน เพราะเขาชอบไล่ให้พ่อไปไกลๆ
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
ถ้าผมคิดมากกับคำพูดของลูกในวัย 2 ขวบ 7 เดือน ก็คงต้องช้ำใจทุกวัน เพราะเขาชอบไล่ให้พ่อไปไกลๆ โดยเฉพาะในยามที่เขาอยู่ใกล้แม่ด้วยแล้วคงเพราะกลัวพ่อจะมาแย่งแม่ไป
นานวัน เจ้าตัวเล็กติดแม่เป็น “ลูกลิง” ทั้งร้อง ทั้งอ้อน “แม่อุ้ม แม่อุ้ม” แม่บอกอะไรยอมทำแทบทุกอย่างต่างจากคุณยาย คุณตา ยิ่งพ่อบอกด้วยแล้ว นอกจากไม่ฟัง ยังต่อต้าน ทำตรงกันข้าม กวนๆ แนวทะเล้น
ผมกับภรรยาคุยกันเพื่อหวังช่วยผ่อนหนักบ้าง หากแม่ต้องเดินทาง หรือไม่อยู่บ้านหลายวัน ลูกจะได้ยอมให้พ่อจัดการอาบน้ำ แต่งตัวป้อนข้าว สุดท้ายให้แม่ไปบอกลูกว่า จากนี้แม่กับพ่อจะสลับกันอาบน้ำให้หนูและสลับกันไปส่งที่โรงเรียนนะ
ตอนแรกเจ้าหนูยอมให้พ่ออาบน้ำแต่พอผ่านไปหลายสัปดาห์ เจ้าตัวเล็กเริ่มทลายกฎนี้ว่า ไม่ต้องสลับ จะให้แม่อาบ จะให้แม่ไปส่งท่าเดียว แม้พ่อจะตอบกลับว่า หนูตกลงเงื่อนไขกับแม่แล้วนี่ แต่ก็ไม่เป็นผล ที่สุดต้องเอาขนมมาล่อ ไม่ก็บอกว่า แม่ไปส่งด้วยกันนั่นแหละ แต่แม่ขับรถตามหลังเรามา
หลายครั้งระบบเหตุผลใช้ไม่ได้สำหรับเด็กวัยนี้ ที่ได้ผลพอแก้ปัญหาหน้างานได้ คือ การเบี่ยงเบนความสนใจเอาเรื่องอื่นมากลบให้ลืมเรื่องเดิมไป
ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก ให้ข้อคิดว่า พ่อแม่หรือคุณตา คุณยายเวลาเลี้ยงหลาน อย่าไปจริงจังกับคำพูด คำต่อว่าของเด็กในวัยนี้มากนัก มิฉะนั้นอาจเสียใจ คิดไปถึงขนาดที่ว่า ทำไมเขาไม่รักฉันทั้งที่ฉันเลี้ยงดูป้อนข้าว ป้อนนมเขามา
เหตุผลเพราะพัฒนาการด้านการพูดของเขายังมีไม่มาก มีคลังศัพท์ที่จะใช้พูดไม่กี่คำ บางทีเด็กพูดว่า “ออกไป” ไม่ใช่ต้องการไล่ แต่เขาต้องการส่งสัญญาณให้เรารู้ว่า ขออยู่กับแม่ก่อน ดังนั้นต้องปล่อยวาง
ผมพยายามบอกตัวเอง เลี้ยงลูกวัยนี้ต้องอดทนให้มาก นิสัยขี้หงุดหงิดต้องลดลง อย่าเอาความเครียดของเราไปใส่ที่เขา มิฉะนั้นจะสร้างปัญหาใหม่ ลูกจะต่อต้านหนักขึ้น แม้ผมจะทำไม่ได้ 100% แต่ก็ท่องไว้ในใจโดยเฉพาะในช่วงที่ต้องออกศึกทำสงครามกับเขา เช่น ตอนอาบน้ำแต่งตัว เจ้าตัวเล็กมีขั้นตอนมากมาย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เขากำหนด หยิบแก้ว เอาแปรง หยิบผ้าเช็ดตัว ทาแป้ง ดังนั้น ต้องใจเย็น ยอมๆ ไว้ ไม่งั้นเป็นเรื่อง
ผมได้แต่รอว่า เดี๋ยวผ่านไปอีก 1-2 ปี พัฒนาการเขาก็เปลี่ยนไปอีก เรื่องไล่พ่อคงไม่มีแล้วเพราะน่าจะใช้เหตุผลพูดคุยได้บ้าง วันนั้นคงยอมมาโผกอดพ่อ เหมือนกอดแม่เพราะความผูกพัน โดยที่พ่อไม่ต้องหลอกล่อ “มาๆ เดี๋ยวพ่ออุ้มไปดูแมวบนหลังคา” เหมือนวันนี้
บางเรื่องเราก็คิดซับซ้อนไป วันหนึ่งแม่ไม่อยู่ เจ้าตัวเล็กต้องอยู่กับพ่อและยายๆ ผมเตรียมพร้อมรับมือหลายสูตรเผื่อเขางอแงที่ไม่เห็นแม่ แต่ทุกอย่างไม่เป็นดังคาด เขายอมอยู่กับพ่อ เล่นกับพ่อ ไปกับพ่อ ผมพาเขาอาบน้ำไปเดินเที่ยวนอกบ้าน ขับรถพาไปหาหมอ กลับมานั่งเล่นและนอนกลางวันที่บ้านด้วยกัน กระทั่งกล่อมนอนตอนค่ำ
วันนั้นมีความสุขกับคำว่า “พ่อ” เขาเข้ามากอดเรียก “พ่อๆ” อ้อนให้พ่ออุ้ม ยอมให้เล่านิทาน โดยเฉพาะเวลาเขามานอนหนุนแขนจนม่อยหลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น พลางนึกเสมอเขาก็คือ ตัวเราในวัยเด็กนั่นเอง







