
นิยามวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ คน 2 วัย
การให้นิยามความหมายของการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ของคน 2 วัย ทั้งวัยทำงานและวัยเกษียณ
โดย...วราภรณ์
การให้นิยามความหมายของการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ของคน 2 วัย ทั้งวัยทำงานและวัยเกษียณที่ปัจจุบันพวกเธอมีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบช้าๆ เพราะเป็นวิถีการใช้ชีวิตที่พอเพียง ให้แง่มุมการใช้ชีวิตอย่างน่าทึ่ง!
ค้นหาคุณค่าของชีวิต
อดีตครีเอทีฟโฆษณาสาวของบริษัทยักษ์ใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศ อ๋าย-นพเก้า เนตรบุตร วัย 47 ปี ที่หันมาใช้ชีวิตแบบช้าๆ ตั้งแต่อายุ 40 ปี ปัจจุบันเธอกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในวงการปักผ้าของไทย นพเก้าเล่าว่า ถ้าให้นิยามคำว่า การใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ในมุมมองของเธอคืออะไร เธอให้คำตอบไม่ถูก แต่ลองให้เราไปสัมผัสชีวิตของตัวเธอว่าเมื่อชีวิตของเธอใช้ชีวิตทำงานอย่างหนัก พอถึงจุดหนึ่งของการใช้ชีวิตทำงานแบบมนุษย์เงินเดือน ที่ต้องวิ่งไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา ไม่มีเวลาอยู่กับตัวเองเลย แต่พอเธอเปลี่ยนมุมมองความคิดมาอยู่กับชีวิตปัจจุบัน ทำให้เธอค้นพบความสุขของชีวิตที่มากขึ้น
“เมื่อก่อนชีวิตเราจะอยู่แต่กับเรื่องอาทิตย์หน้าเดือนหน้าเราจะวางแผนงานอย่างไร เราคิดเดินไปข้างหน้าอยู่แบบนี้ จนถึงจุดหนึ่งเราเบื่อกับชีวิตแบบนั้นมาก ก็เลยอยากรู้ว่า ตอนนี้เรารู้สึกอย่างไร ที่เราทำงานมาตลอดทั้งชีวิตมันคืออะไร ซึ่งเราไม่เคยมีเวลาได้คิดได้หยุดนิ่งกับตัวเอง ตอนเด็กๆ เรายังสนุกกับงาน แต่พอเราอายุเยอะขึ้น เรารู้สึกไม่ไหวแล้ว หมดแรงแล้ว ดิฉันจึงตัดสินใจว่าจะไม่อยู่กับชีวิตแบบนี้แล้ว เพราะเมื่อเราโตขึ้น เราเริ่มค้นพบตัวเองว่า สิ่งที่เราทำอยู่ไม่ใช่สิ่งที่ชอบ เรามองหาวิถีชีวิตแบบใหม่ๆ พอกระแสสโลว์ไลฟ์มา มันถูกจริตกับเรามาก เราจึงพยายามพาชีวิตเราไปสู่จุดนั้น แต่การวางแผนไปสู่ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความมีสติ และต้องก้าวไปอย่างมีแบบแผน
“พอคิดได้ก็เริ่มวางแผนชีวิตตัวเอง ประหยัดเก็บสตางค์ ไม่ช็อปปิ้ง จากขับรถก็เลิกขับ จะได้ไม่ต้องเสียเงินประกันรถ ผ่อนรถ ใช้เงินเท่าที่จำเป็น แล้วหันไปทำในสิ่งที่ชอบ นั่นคือปักผ้า ซึ่งรายได้ไม่แน่นอน ก่อนลาออกจากงานประจำอ๋ายวางแผนถึง 2 ปี รีบเก็บเงิน ปลดหนี้ให้หมด คิดว่าหากเราไม่มีงานไม่มีเงินนาน 6 เดือนต้องอยู่ได้ พอแน่ใจว่าตัวเองทำได้ก็ลาออกจากงานมาเป็นครูสอนปักผ้า ทำงานที่บ้านได้ และออกไปสอนเพียง 4-5 วัน/1 เดือน ไม่ต้องเสียเงินเดินทาง ไปไหนก็นั่งแท็กซี่เอา” เธอเริ่มพบว่าชีวิตมีความสุขดี เหมือนชีวิตสงบและมีความสุขมากขึ้น ไม่เครียดเลย พอไปเจอคนที่เคยทำงานด้วยกันก็บอกว่า เธอหน้าเด็กลง ดูผ่องใสขึ้น เปลี่ยนจากช็อปปิ้งและพูดคุยกับเพื่อนๆ เรื่องเสื้อผ้าแบรนด์เนมมาซื้อเสื้อผ้ามือสองแทน ใส่แล้วก็สวยเหมือนเดิม เมื่อไม่มีสังคมมากมายก็ไม่เกิดการเปรียบเทียบ แล้วพอมาคบกับคนปักผ้ามีแนวคิดอีกแบบหนึ่ง ทำให้เธอเห็นคุณค่าการทำงานฝีมือ เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ
“อยากฝากบอกไปถึงชีวิตคนเมืองที่ถูกปลูกฝังว่า เราควรทุ่มเทให้กับการทำงาน คนทำงานยุ่งคือคนที่เก่ง สำหรับคนที่มีภาระอยากให้เปลี่ยนวิธีคิด หาความสุขจากอย่างอื่น อย่ายึดติดกับวัตถุ ชีวิตคนเราอย่าคาดหวัง ทำงานหนักบางครั้งก็ทำให้เราป่วยจากความเครียด หรือหากเราลาออกเขาก็หาคนอื่นทำแทนได้ อย่าคิดว่าการทำงานหนักเป็นเรื่องเท่ ถ้าเราทำงานหนักจนป่วยเป็นมะเร็ง ตัวเราเองเท่านั้นที่ตายไป ดังนั้นเราควรหันกลับมาดูแลจิตใจตัวเอง เรื่องงานถือเป็นเรื่องรอง”
สโลว์ เวเคชั่น ใช้ชีวิตแบบโกรธให้น้อย
ใช้ชีวิตแบบไม่โกรธ ควบคุมอารมณ์ได้ เล่นกับหลาน ไปท่องเที่ยวแบบช้าๆ แบบวางแผนท่องเที่ยวเอง คือนิยามการใช้ชีวิตแบบช้าๆ คนวัยเกษียณ ของ พญ.กรรณิการ์ ตันประเสริฐ ผู้ช่วยเลขาธิการและอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส ในวัย 70 ปี ที่ถึงแม้จะถึงวัยเกษียณแล้ว แต่ก็ยังทุ่มเททำประโยชน์เพื่อสังคม เพราะยังทำหน้าที่เป็นอาสาพระดาบส อีกทั้งยังทำงานเป็นนักเขียนเขียนหนังสือทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ไทยอีกมากมาย คุณหมอกรรณิการ์บอกว่า ถึงแม้จะเกษียณแล้ว แต่เรื่องควบคุมอารมณ์ให้ไม่เครียด การควบคุมกายใจให้ไม่เร่งรีบมากนัก มีความเป็นอยู่แบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ที่อยู่รอบตัว
“หมอคิดว่าหากใครมียาบำรุงจิตใจถือว่าเป็นเรื่องโชคดี ดังนั้นนิยามคำว่าสโลว์ไลฟ์ในแบบหมอคือ การใช้ชีวิตแบบช้าๆ ซึ่งเพิ่งมาซึมลึกถึงความหมายตอนใช้ชีวิตหลังเกษียณนี่เอง เพราะหมอเพิ่งได้มีเวลาจัดการกับชีวิตตนเอง เช่น วางแผนไปเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ เกิดการไตร่ตรองหรือมีความสุนทรีย์กับสิ่งที่เราจะทำ อยู่กับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่เราหาได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน”
แม้ทำงานในวัยเกษียณ คุณหมอยังรู้สึกทำอย่างจริงจัง แต่เวลาพักผ่อนก็ต้องพักจริงๆ ด้วย
“แม้อยู่ในวัยเกษียณแล้ว แต่เรายังมีหลายเรื่องต้องดูแล เช่น การดูแลเรื่องสุขภาพทั้งกายและใจ ทางด้านร่างกาย เช่น การออกกำลังกาย กินพอประมาณ เล่นกับหลานสองคนวัย 6 ขวบ ดูแลเขาเป็นอย่างดี เกษียณแล้วเราอย่าเครียด โดยเราต้องดูที่การควบคุมอารมณ์ให้ดี ถึงเวลาที่พักผ่อนต้องพักผ่อนจริงๆ เช่น ฟังเพลง ปลูกผักปลูกดอกไม้ ดูละครเบาสมอง ดูแล้วช่วยให้ความเพลิดเพลิน เพราะเรารู้แล้วว่าสาระสำคัญในชีวิตคืออะไร และสิ่งจำเป็นจริงๆ ของการใช้ชีวิตแบบช้าๆ ในวัยเกษียณคือ การได้มีเวลาไปพักผ่อนต่างประเทศหรือต่างจังหวัดเสียบ้าง ซึ่งการไปพักผ่อนต่างประเทศในช่วงวัยเกษียณกับวัยทำงานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในวัยทำงานกำลังเตรียมตัวจะบินอยู่แล้ว ยังต้องมีเลขาฯ ถือแฟ้มมาให้เซ็นถึงสนามบิน การไปเที่ยวแต่ละครั้งก็คือการไปทำงาน 3 วัน และท่องเที่ยวอีก 3 วัน ซึ่งขณะที่ท่องเที่ยวนั้นก็มีเรื่องงานเต็มหัวสมองไปหมด จึงทำให้ไม่ได้พักผ่อนหรือได้รับอรรถรสในการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง อีกทั้งวัยทำงานไปกับกรุ๊ปทัวร์ขึ้นเหนือลงใต้ไปไหนก็ไม่รู้ จึงไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไปซึมซับความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างเต็มที่ สู้ท่องเที่ยวในวัยเกษียณไม่ได้
เพราะการท่องเที่ยวในวัยเกษียณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างช้าๆ จึงมีเวลาเตรียมตัวก่อนไปท่องเที่ยวราว 3 สัปดาห์ ศึกษาก่อนว่าเราจะไปเจอวัฒนธรรมอะไร และจุดหมายปลายทางมีจุดเด่นอะไรบ้าง
การไปท่องเที่ยวหลังเกษียณให้ความรู้สึกที่ผิดกับตอนอยู่ในวัยทำงานมาก ท่องเที่ยวในวัยเกษียณจึงรู้สึกละเมียดละไมมากกว่า ทำให้เราได้รู้ ได้เตรียมพร้อม ทำให้มีเวลาที่จะประทับใจกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ชีวิตละเมียดละไมมากขึ้น โชคดีที่เรามีสามีและกลุ่มเพื่อนที่ชอบเที่ยวแบบช้าๆ เหมือนกัน คือวางแผนท่องเที่ยวแบบสโลว์ เวเคชั่น ชีวิตจึงช้าๆ เรียบง่าย ได้ดูในสิ่งที่อยากดู การใช้ชีวิตแบบนี้ทำให้เรามีความสุข”
สิ่งที่คุณหมอกรรณิการ์อยากทำในวัยเกษียณอีกสิ่งหนึ่งคือ การอยู่ใต้ร่มเงาของพระพุทธศาสนา ซึ่งตลอดชีวิตเธอก็คุ้นชินกับพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่เคยนั่งฝึกสมาธิปฏิบัติธรรม ได้ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์จริงๆ เพื่อทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ลึกซึ้งมากขึ้น อยากฝึกสมาธิเพื่อทำให้เรามีจิตที่สงบจริงๆ







