
กว่าจะเป็น ซุป’ตาร์น้อย
พิสูจน์ตัวตนผ่านผลงานละครดังที่โกยเรตติ้ง ล้วนแต่มีพวกเขาเหล่านี้ “ซุป’ตาร์น้อย” เป็นเฟืองจักรสำคัญ
โดย...แจนยูอารี
พิสูจน์ตัวตนผ่านผลงานละครดังที่โกยเรตติ้ง ล้วนแต่มีพวกเขาเหล่านี้ “ซุป’ตาร์น้อย” เป็นเฟืองจักรสำคัญ สร้างสีสัน เรียกเสียงฮา หรือดราม่าน้ำตาท่วมจอ เรียกว่าขาดพวกเขาไม่ได้เลย
หลายคนกลายเป็นขวัญใจแฟนๆ เพียงชั่วข้ามคืน จากบทบาทเด่นในละครเย็น ละครหลังข่าว กระทั่งละครวันหยุด พลิกชีวิตเด็กธรรมดาสู่นักแสดงแถวหน้า เข้าขั้นนักแสดงเทพที่หาตัวจับได้ยากยิ่ง
แต่กว่าที่พวกเขาจะก้าวมายืนในฐานะ “กองหน้า” ณ จุดที่โด่งดังระเบิดระเบ้อได้นั้นพวกเขาย่อมต้องพึ่ง “กองหลัง” เป็นผู้ช่วย และนี่คือ 3 กองหลังของ “น้องซูม-ปัญกรจันทศร” “น้องไอซ์-อิทธิพัทธ์ เล็กอุทัยวรรณ” “น้องลีวายส์-อินฑัช เตชะเกิดกมล” ที่คอยหนุนนำและสนับสนุนให้พวกเขาก้าวมารั้งตำแหน่ง 3 ซุป’ตาร์น้อยแห่งยุค
อลิศา จันทศร ลูกชอบ แม่ก็มีความสุข
รับราชการคืองานประจำของเธอ วันไหนลูกชาย “น้องซูม” มีงาน เธอก็ต้องขอลาเพื่อมาดูแลลูกชาย เธอเล่าว่า เดิมนั้นต้องไปเดินทางกลับระหว่างจันทบุรี-กรุงเทพฯ ตอนนี้ย้ายมาอยู่แถวชลบุรี น้องซูมก็ต้องย้ายมาเรียนที่ใหม่ที่โรงเรียนสุอารีวิทยา (อ.เมือง จ.ชลบุรี) ย่นระยะทางได้โข
“เพื่องานของน้องซูมค่ะ ก็เลยตัดสินใจย้ายบ้าน เพราะถ้ายังอยู่ที่จันทบุรี ก็คงไม่ไหวในเรื่องการเดินทางไกล มาอยู่ชลบุรีก็ค่อยยังชั่ว ไปกลับไม่ไกลมาก มีงานที่กรุงเทพฯ ก็ขึ้นทางด่วนมา ขากลับก็ไม่ต้องขับรถให้เหนื่อยเกินไป
ใจจริงแม่อยากให้น้องซูมเข้าวงการนะคะสนับสนุนเขาเต็มที่ ส่งไปเรียนร้องเพลง ตอนที่ประกวดเดอะเทรนเนอร์ ซีซั่น 5 น้องซูมก็ได้เข้ารอบ 7 คนสุดท้าย ได้โชว์ความสามารถการร้อง แต่การร้องเพลงเป็นงานที่ต้องซ้อมหนัก แม่ก็จะถามน้องซูมตลอดว่า ชอบมั้ย ทำไหวมั้ย น้องซูมก็บอกแม่ว่า ไหวครับ ชอบครับถ้าแม่ชอบ น้องซูมก็ชอบ ซึ่งแม่จะไม่บังคับลูกเลยค่ะ และตั้งกฎเล็กๆ ว่า ถ้ารักจะทำ ต้องทำให้เต็มที่ ถ้าไม่รักแล้วก็ให้เลิก เวลาอยู่ในกองแม่จะสอนลูกว่า เล่นได้ แต่ห้ามซน ห้ามทำให้คนอื่นเดือดร้อน ห้ามสร้างปัญหา โชคดีว่าน้องซูมเป็นเด็กที่ว่าง่าย น่ารัก ไม่เคยงอแงไม่ใช่เด็กดื้อ ถ้าแม่บอกว่าวันนี้มีงาน ต่อให้ต้องตื่นเช้าแค่ไหน เขาก็จะพร้อมเสมอค่ะ”
น้องซูมดังมาจาละคร “บัลลังก์เมฆ” ในบท “ปรก” เขาตีบทแตกกระจุย เรียกน้ำตาได้ถล่มทลายจากฉากสุดสะเทือนใจที่พ่อ “เกื้อ” โดนทำร้ายและถูกพรากพ่อพรากลูก ในฐานะคุณแม่ อลิศาก็บอกว่า ไม่ได้คาดหวังว่าบทนี้จะส่งให้ลูกชายวัย 7 ขวบ กลายเป็นคนในกระแสสังคม มีคนพูดถึงทั่วบ้านทั่วเมือง
“แอบดีใจค่ะ ดีใจที่มีคนชอบในสิ่งที่ลูกทำแม่ก็เชื่อว่า ส่วนหนึ่งเพราะบทมันดีจริงๆ แล้วก็ความตั้งใจของน้องซูมเอง เพราะส่วนตัวเขาจะเป็นคนจริงจังกับงานมากค่ะ หรือแม้แต่เรื่องเรียน เขาก็จริงจังค่ะ ถ้าวันไหนมีงาน พองานจบ เขาก็ต้องเอาการบ้านมาทำ เรียนพิเศษเพิ่มเติม ก่อนสอบก็จะติวหนังสืออย่างหนัก ทั้งหมดนี้แม่จะคอยถามเขาตลอดว่าไหวมั้ย ถ้าไม่ไหว แม่ก็จะไม่รับงานบันเทิง ให้น้องซูมเรียนอย่างเดียว แต่เขาก็บอกว่า ไหวซึ่งผลการเรียนออกมาได้เกรด 4 แม่ก็ภูมิใจนะคะ เพราะไม่คิดว่าเขาจะทำได้ดีทั้งสองอย่าง ทั้งเรื่องงานและเรื่องเรียน”
ผลงานเรื่องใหม่ของน้องซูม มีชัวร์ๆ 2 เรื่องรวด “แหวนสวาท” กับ “ในเล่ห์เสน่หา” (ออนแอร์ช่องวันทั้งสองเรื่อง) ตารางและคิวถ่ายทำก็ยังเป็นหน้าที่ของคุณแม่ที่จะต้องดูแลลูกชายตัวจิ๋ว จากนี้ไปถ้างานยังมีเยอะอยู่อนาคตเธออาจต้องลาออกจากงานประจำเพื่อมาดูแลลูกชายแบบเต็มตัว และเธอยังแพลนว่าจะส่งลูกชายไปเรียนร้องเพลงและเต้นเพิ่มเติมอีกด้วย
ศิริลักษณ์ เล็กอุทัยวรรณ พร้อมสนับสนุนลูกเต็มที่
“น้องไอซ์” ทำให้แฟนๆ ละคร “บัลลังก์เมฆ” ฟินเวอร์จากบท “ปานเทพ” การแสดงที่เทพกว่าอายุ คลายความกังขาว่า ทำไมเขาถึงคว้าบทนี้และอีกหลายบทบาทในละครเรื่องใหม่ “ไฟรักเกมร้อน” (ช่อง 7) “เพชฌฆาตดาวโจร” “เรือนร้อยรัก” (ออนแอร์ ช่องวันทั้งสองเรื่อง) ยังไม่หมด ยังมีพากย์การ์ตูนThe Peanuts Movie (ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์)“ศุขเล็ก” (ช่อง 7) พิธีกร “คิดส์คลับ” (ไทยพีบีเอส)
แน่นอน คุณแม่ “ศิริลักษณ์ เล็กอุทัยวรรณ” คือกองหลังที่คอยส่งใจไปเชียร์และผลักดัน อีกทั้งยังสนับสนุนให้น้องไอซ์ก้าวสู่จุดหมาย
“แววศิลปินนี่แม่ก็เห็นตั้งแต่เล็กๆ แล้วนะเพราะน้องไอซ์ชอบแสดงออก แต่แม่ก็ไม่รู้ว่าจะต่อยอดสิ่งที่ลูกมียังไง จนแม่ไปเจอคุณแม่คนหนึ่ง เขาถามว่าทำไมไม่พาลูกเข้าโมเดลลิ่งใจจริงน่ะแม่ก็อยากให้เข้าวงการ อยากเห็นลูกออกทีวี
ก็ไม่คิดว่าจะประสบความสำเร็จขนาดนี้นะคะ งานก็เข้ามาตลอด เริ่มจากโฆษณา แต่แม่ก็ไม่ได้บังคับลูก แม้ว่าแม่อยากจะเห็นเขาทำงานบันเทิงก็ตาม เพราะแม่ว่าเรื่องแบบนี้บังคับกันไม่ได้ เวลาไปแคส แม่ก็ไม่ได้บังคับ แม่ก็เป็นแค่คนสนับสนุนค่ะ ถามว่าเหนื่อยมั้ย ลูกไม่เหนื่อย ลูกสนุก แม่ก็สนุกและไม่มีทางเหนื่อยค่ะ”
ปีที่ 2 ของการทำงานบันเทิง ความดังของลูกชาย วัย 9 ขวบ จากโรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา (หนองแขม) ดูเหมือนจะฉุดไม่อยู่กู่ไม่กลับ จนคุณแม่ต้องเจียดเวลาจากงานประจำเปิดร้านขายเครื่องเขียนและถ่ายเอกสาร มาเป็นผู้จัดการส่วนตัวลูกชาย
“ช่วงนี้เป็นโอกาสของลูกค่ะ ก็อยากให้เขาได้ใช้โอกาสนั้นให้เต็มที่ แม่ก็ไม่รู้ว่าเวลาแบบนี้มันจะมีนานแค่ไหน อยากให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาชอบและรักจริงๆ ชีวิตเปลี่ยนเยอะมากค่ะ แรกๆ ก็งงกับเรื่องคิว คิวชนกันแม่เครียดมาก ตอนนี้ก็กลายเป็นมนุษย์กองถ่ายไปแล้วละค่ะ
ทุกครั้งที่ไปแคส มันคือโอกาสค่ะ แม่ไม่คิดว่ามันเป็นการเสียเวลา แต่มันคือความรู้ที่อยู่ในห้องแคส น้องไอซ์ก็ความรู้จากการไปแคสนี่ละค่ะ ได้ ไม่ได้ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ถ้าได้ มันคือกำไร ไม่ได้ ก็เท่ากับไปเรียนหนังสือ แม่พาลูกไปแคส นั่งรอ 6 ชั่วโมง เลยรู้ว่าไม่มีงานไหนได้มาง่ายๆ อดทนได้ เพราะลูกรักที่จะทำ แม่ต้องคอยสนับสนุนลูกค่ะ และมีการวางแผนค่ะ แม่ก็จะสอนเรื่องนิสัยการวางตัว ขอบคุณ ขอโทษ สวัสดี ต้องท่องไว้และทำเป็นปกติ แม้จะเหนื่อย จะต้องพร้อมเสมอ เป็นเด็กยิ่งต้องพูดและทำให้ชิน พอถึงหน้างาน แม่ก็ไม่ก้าวก่ายล่ะ”
วัฒนพงศ์ เตชะเกิดกมล ลูกมีวันนี้เพราะโอกาสดีๆ
ทรงผมหัวเห็ดกับลีลาเกรียนเบาๆ กลายเป็นภาพจำ “น้องลีวายส์” นักแสดงรุ่นจิ๋วที่ถูกยกให้เป็นเทพในยุคนี้ วัย 8 ขวบ เรียนโรงเรียนสายอักษร (รามอินทรา) กำลังจะมีละครเรื่องใหม่ แต่ชื่อเรื่องคุณพ่อ “วัฒนพงศ์ เตชะเกิดกมล” ยังไม่ได้ข้อสรุป ส่วนผลงานที่เพิ่งผ่านตาไป “ลิเกหมัดสั่ง” (ช่อง 8) “เทวดาฟันน้ำนม” (ช่อง 7) กับบทบาท “จ๋อง”
“จริงๆ น้องลีวายส์เข้าวงการตั้งแต่อายุ 4 ขวบครึ่งแล้วละครับ เข้ามาโดยไม่ได้ผลักดัน ไม่มีโมเดลลิ่ง คือผมน่ะเป็นเพื่อนกับเติ้ล (ตะวัน จารุจินดา) เติ้ลเห็นแววน้องลีวายส์ อยากได้มาเล่นละคร ผมไม่มีปัญหา เลยได้เล่น มือปราบมหาเฮี้ยน จากนั้นก็ได้มาเล่น มนต์รักแก้บน
ถามว่าอยากให้ลูกเข้าวงการมั้ย สำหรับผมเฉยๆ นะครับ เพราะถ้าอยากให้เข้า ผมคงเอาลูกไปเข้าโมเดลลิ่งแล้วละครับ แต่ก็ไม่ทำ เลยไม่มีการผลักดัน ไม่มีการพาไปแคส เพื่อการหางานเลยครับ ถ้าลูกจะได้งานก็อยากให้ผู้จัดอยากได้น้องลีวายส์ร่วมงานจริงๆ หรืออาจจะเหมาะกับบทนั้นจริงๆ”
ตอนนี้หน้าที่ของคุณพ่อคือดูแลลูกชายเต็มเวลา คอยช่วยเหลือเรื่องการจัดการคิวงานต่างๆ ขณะที่กฎการรับงานนั้น คุณพ่อว่าไม่มีอะไรยุ่งยาก แค่ดูเรื่องความเหมาะสม
กับความสามารถของน้องลีวายส์
“การรับงานผมก็จะถามให้น้องเล่นบทไหน บทมากน้อย เพราะทุกอย่างพอมันอยู่ในระบบของค่าย ผมก็จะต้องทำให้เป็นระบบ ผมจะบอกลูกเสมอว่าเขาไม่ใช่คนดัง เพราะไม่อยากให้ลูกหลงกับชื่อเสียง มันก็แค่อาชีพหนึ่งเท่านั้น ไปเดินตลาด มีคนให้ของก็เกรงใจคนให้ แต่ก็บอกลูกว่า เมื่อคนเขาให้ นั่นแสดงว่าเขาเอ็นดู รับของแล้ว ต้องไม่ลืมขอบคุณและยกมือไหว้ ที่ผ่านมาผมกับลูกและครอบครัวก็ใช้ชีวิตง่าย ลูกไปซื้อขนมก็ต้องให้เขาต่อแถว ทุกอย่างต้องตามกติกา”
แม้จะมีงานวิ่งเข้าใส่ แต่น้องลีวายส์ดูแฮปปี้ดีกับการทำงานบันเทิง เต็มที่กับทุกผลงาน ไม่มีบ่น ไม่มีงอแง เข้าสู่โหมดทำงานก็พร้อมจะสวมวิญญาณเป็นตัวละครนั้น
“เชื่อมั้ยครับ วันไหนที่ต้องตื่นแต่เช้า ผมก็จะบอกลูกว่ามีงานแต่เช้านะ ต้องตื่นเวลานี้นะ ซึ่งเหมือนเขาจะรู้ว่าหน้าที่โดยอัตโนมัติ ผมว่านั่นคือความสุขของลูก อย่างเรื่องเรียน ก็ยังต้องทำควบคู่กันไป ทิ้งไม่ได้ เพราะเมื่อเลือกที่จะทำสองอย่าง ก็ต้องให้ดีทั้งสองอย่าง”







