กินปลาน้ำจืด โอเมก้า 3 ไม่แพ้ปลาทะเล
ปทุมธานีมีเกษตรกรเลี้ยงปลาน้ำจืดแหล่งใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ โดยมีการเลี้ยงปลาน้ำจืดกว่า 21.292 ไร่
โดย...พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา
ปทุมธานีมีเกษตรกรเลี้ยงปลาน้ำจืดแหล่งใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ โดยมีการเลี้ยงปลาน้ำจืดกว่า 21.292 ไร่ ส่งขายไปทั่วประเทศผ่านตลาดไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางขายปลาน้ำจืดที่ใหญ่ภาคกลาง ช่วงนี้ผู้บริโภคชาวไทยกำลังเผชิญวิกฤตราคาอาหารทะเลแพงผลพวงจากเรือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่ประสบปัญหาใบอาชญาบัตรทำให้ไม่สามารถออกทำประมงได้ ชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสชวนผู้บริโภคหันมารับประทานปลาน้ำจืดแทนอาหารทะเลตลอดเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้
ชาญ บอกว่า อบจ.ปทุมธานี ได้ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาบ่อ หมู่ 10 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จัดเทศกาลกินปลาน้ำจืดตลอดเดือน ก.ค.-ส.ค. เพื่อกระตุ้นประชาชนหันมาบริโภคปลาน้ำจืดซึ่งมีมากมายหลายชนิดและสามารถปรุงเป็นเมนูเด็ดได้หลากหลายประเภทที่ชื่นชอบ เช่น ทอด เผา ต้ม ผัด แกง ซึ่งคุณค่าทางอาหารในปลาน้ำจืดนั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าปลาทะเลเลยแถมยังมีราคาถูกกว่าอีกด้วย
ชาญ บอกอีกว่า ปลาน้ำจืดเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ เพราะเนื้อปลามีไขมันน้อยเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่น แถมยังมีแร่ธาตุสำคัญที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกายมากมาย ปัจจุบันผู้บริโภคในประเทศหันมาบริโภคปลากันมากขึ้น เนื่องจากทราบว่าในเนื้อปลามีกรดไขมันโอเมก้า3 ที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย แต่ส่วนใหญ่ผู้บริโภคก็จะมักนิยมรับประทานปลาทะเลมากกว่าปลาน้ำจืด เพราะคิดว่าคิดว่ากรดไขมันโอเมก้า 3 จะมีเฉพาะปลาทะเลเท่านั้น
“ความจริงแล้วปลาน้ำจืดบ้านเราก็มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่สำคัญคือมีสารดีเอชเอที่จะมีอยู่ในกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งจะช่วยในการบำรุงสมอง สายตา ช่วยลดคอเลสเตอรอลและสารไตรกลีเซอไรด์ ตัวอย่างปลาน้ำจืด เช่น ปลาสวาย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นปลาน้ำจืดที่คุณภาพสารอาหารสูงพอๆ กับปลาทะเล แต่ราคานั้นถูกและรสชาติถูกใจคนไทย” นายกอบจ.ปทุมธานี กล่าว
ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนหันมาบริโภคปลาน้ำจืดที่มีอยู่มากใน จ.ปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียงแวะเวียนมาซื้อเพื่อนำไปบริโภค ปลาน้ำจืดที่มีอยู่หลากหลายประเภทและมีคุณค่าทางอาหารไม่แพ้ปลาทะเลเลย


