posttoday
หัวอกคนเป็นแม่

หัวอกคนเป็นแม่

16 กรกฎาคม 2558

โดย...ธวัชชัย ดีพัฒนา บรรณาธิการนิตยสาร attitude ภาพ : เอพี

โดย...ธวัชชัย ดีพัฒนา บรรณาธิการนิตยสาร attitude ภาพ : เอพี

ลังเลอยู่นานว่าจะหยิบเรื่อง “แม่-ลูก” ขึ้นมาเขียนดีหรือไม่ เพราะถ้าไปลงเดือนหน้าก็คงเลยวันแม่แห่งชาติไปแล้วแน่ๆ จึงตัดสินใจเขียนลงฉบับนี้ดีกว่า เพราะผมเพิ่งไปสัมภาษณ์คุณแม่ที่มีลูกเป็นเกย์มาสองคู่ และได้สัมผัสกับแง่มุมที่น่าประทับใจ จนต้องขอใช้พื้นที่เล็กๆ นี้เล่าสู่กันฟังสักหน่อย

คู่แรกเป็นคุณแม่นางแบบสาวข้ามเพศ “ซารีน่า ไทย-นิชนัจทน์ สุดลาภา” ที่หลายท่านรู้จักดี ส่วนอีกคู่หนึ่งคือ “เบิร์ด-ตะวัน วรรณโพธิ์” อดีตเออี นิตยสารแอตติจูด ที่ปัจจุบันลาออกไปรับตำแหน่งใหญ่ในคลินิกเพื่อความงามแห่งหนึ่ง และถูกส่งไปดูแลสาขาใหญ่ที่ประเทศกัมพูชา ทั้งคู่เรียนจบโรงเรียนชายล้วนรุ่นเดียวกัน และอยู่โรงเรียนประจำมาด้วยกันมาตั้งแต่ ป.3 ก็เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนรักกันมานานกว่า 20 ปีเลยทีเดียว ส่วนคุณแม่นั้นก็รู้จักกันด้วยเช่นกัน ก็เจอหน้ากันตอนไปรับลูกที่โรงเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ จะไม่รู้จักกันได้อย่างไร

คุณแม่ของซารีน่านั้นท่านน่ารักมาก นอกจากท่านจะรับได้ที่ลูกเป็นแบบนี้แล้ว ท่านยังออกเงินให้ลูกใช้ในการแปลงเพศด้วย เราคุยกันถึงอดีตที่ท่านรับรู้ว่าลูกเป็นเกย์มาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันทอดยาวไปไกลถึงตอน
ม.3 โน่น ตอนแรกคุณแม่ท่านตกใจมาก เมื่ออาจารย์ที่โรงเรียนโทรมารายงานเรื่องเจอชุดชั้นในผู้หญิงในตู้เสื้อผ้าลูกชาย แต่ตามประสาแม่ที่รักลูก แม้จะโกรธลูกอย่างไร ก็ยังคิดว่าสักวันลูกคงหาย

เช่นเดียวกับเบิร์ด ที่คุณแม่ก็จับสังเกตพฤติกรรมมาตั้งแต่เด็ก และทนไม่ได้ที่คนอื่นๆ จะมาเรียกตัวเองโดยใช้คำว่า “อี” นำหน้า จึงตัดสินใจส่งลูกมาเรียนโรงเรียนประจำชายล้วนชื่อดัง หัวอกคนเป็นแม่น่ะครับ แม้จะพอทราบเลาๆ ว่าลูกของเราไม่เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป แต่ก็พยายามบอกตัวเองว่าสักวันหนึ่งลูกเราจะหายจากโรคนี้ ผมใช้คำนี้เพราะคุณแม่ของเบิร์ดกล่าวไว้ ท่านเชื่อของท่านอย่างนั้นจริงๆ ว่าการเป็นเกย์มันเป็นโรคชนิดหนึ่ง สักวันลูกจะต้องหาย แต่เมื่อลูกโตขึ้นมันก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ นอกจากจะไม่หายแล้ว ลูกก็ยังเป็นเกย์เช่นเดิมไม่เปลี่ยน

คุณแม่ของซารีน่า เล่าว่า ตอนที่ทราบชัดเจนว่าลูกเรายังไงก็คงเป็นแบบนี้แน่ๆ แล้ว ก็ตอนที่ลูกเรียนจบ และซารีน่าตัดสินใจแต่งหญิงกลับบ้าน เพื่อเปิดอกกับคุณพ่อคุณแม่ว่า เพศสภาพของตัวเองที่ได้มาแต่กำเนิดนั้นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าตัวต้องการ เพศที่เธอต้องการคือเปลี่ยนไปเป็นเพศหญิงต่างหาก เมื่อทราบดังนั้นแทนที่คุณแม่จะโกรธ ท่านกลับทำใจได้และท่านก็เป็นคนพาลูกสาวคนใหม่ไปปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดแปลงเพศในลำดับถัดไป ท่านพาซารีน่าไปหาจิตแพทย์ทุกครั้ง จนเมื่อหมอยืนยันว่าซารีน่าสามารถเข้าสู่กระบวนการแปลงเพศได้ คุณแม่ท่านก็กุลีกุจอช่วยลูกหาหมอที่เก่งที่สุดเพื่อการนี้

ซารีน่า เล่าว่า เธอเองไม่อยากรบกวนเงินพ่อแม่ จึงใช้เวลาหลังจบการศึกษาปริญญาตรีเก็บเงินเก็บทองจนเพียงพอที่จะแปลงเพศได้ แต่คุณแม่ก็ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด คุณแม่ของซารีน่า บอกว่า ความสุขของคนเป็นแม่คือการเห็นลูกของเรามีความสุข แม่ก็มีความสุขด้วย ทุกวันนี้เวลาเพื่อนท่านถามว่าลูกๆ เป็นอย่างไร ท่านก็พูดไปตรงๆ ว่า ตอนเด็กๆ มีลูกชายสองคน แต่ตอนนี้เป็นผู้ชายคนผู้หญิงคนแล้ว ได้ยินคำนี้ผมนี่อยากกราบท่านหนึ่งครั้งงามๆ สักหนึ่งครั้ง

ด้านคุณแม่ของเบิร์ดนั้น ท่านมีเรื่องเล่าเยอะตามประสาคนต่างจังหวัด แต่เรื่องเล่าต่างๆ นานานั้น เป็นเรื่องที่ตั้งอยู่บนความรักที่มีต่อลูก เบิร์ดนั้นออกจะใช้ชีวิตโลดโผนพอสมควร เคยลองที่จะเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ชายเพื่อแม่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้ จึงไม่อยากหลอกตัวเองอีกต่อไป การเปิดอกคุยกับพ่อแม่ตรงๆ นั้น ไม่ใช่เพียงเพื่อยอมรับในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันกับบุพการีด้วยว่า ควรยอมรับตัวเขาในแบบที่เขาเป็น และคนเป็นเกย์ก็ไม่ควรหลอกตัวเอง รวมถึงหลอกผู้หญิงคนหนึ่งด้วยการไปแต่งงานกับเธอ เพราะสุดท้ายปัญหามันจะไปตกที่ผู้หญิง ถ้าเรารักแม่แล้วเราจะไปทำร้ายเพศแม่ทำไม เมื่อคุณแม่เข้าใจในสิ่งนี้ ท่านก็ยอมรับ เพราะทุกวันนี้ลูกของท่านก็ทำงานทำการที่มั่นคง ไม่ได้ทำให้พ่อแม่ต้องอับอาย

คุณแม่ของเบิร์ดบอกว่า “ลูกของเรา มันจะเป็นอะไรมันก็ยังเป็นลูกของเรา ไม่มีอะไรที่แม่ทำให้ลูกไม่ได้ และถ้าลูกเลือกสิ่งที่ใช่สำหรับเขาแล้ว แม่ก็รับได้ แต่แม่จะทนไม่ได้ถ้าใครมาว่าลูกแม่ว่าเป็นตุ๊ด”

จากที่ได้คุยกับคุณแม่ทั้งสองท่านอยู่หลายชั่วโมง สิ่งหนึ่งที่พอสรุปได้ คือคนเป็นแม่นั้น ไม่มีแม่คนไหนหรอกครับที่จะไม่รับรู้ว่าลูกของเราเป็นอะไร คุณแม่ทุกท่านสังเกตได้ เพียงแต่ท่านจะเอ่ยปากหรือไม่ นั่นอีกเรื่องหนึ่ง และเมื่อสถานการณ์มาถึงจุดที่ต้องเปิดอกยอมรับกันตรงๆ แม่ก็รับในสิ่งที่ลูกเป็นได้ แต่ถ้าคุณแม่ท่านไหนที่รับไม่ได้กับเรื่องนี้ บอกได้เลยว่า ปฏิกิริยาจะมีออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ลูกไม่ต้องพูด เช่น การจิกด่าว่าเกย์ผิดปกติ อาการแอนตี้พวกนั้นจะทำให้ลูกที่เป็นเกย์เก็บทุกสิ่งอย่างเอาไว้ในใจแบบแน่นสนิท มันจะดีหรือไม่ โปรดไปใช้วิจารณญาณเอาเอง

แต่ที่แน่ๆ การเปิดใจยอมรับของคนเป็นแม่นั้น นอกจากจะทำให้คนเป็นแม่มีความสุขที่ได้เห็นลูกมีความสุขแล้ว เหนืออื่นใดนั้น ครอบครัวจะมีความสุขมากเช่นกัน

วันแม่ปีนี้อย่าลืมไปกราบคุณแม่นะครับ

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด