posttoday
มรุวุตม์ บูรณศิลปิน ‘ไม่เคยคิดว่า ชีวิตมีปัญหา’

มรุวุตม์ บูรณศิลปิน ‘ไม่เคยคิดว่า ชีวิตมีปัญหา’

16 กรกฎาคม 2558

เลือกคีย์ลุคมาถ่ายรูปกับ “โพสต์ทูเดย์” มาร์ค-มรุวุตม์ บูรณศิลปิน มากับแจ็กเกตสูทแบรนด์ชาแนลสีม่วง

โดย...ปอย ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

เลือกคีย์ลุคมาถ่ายรูปกับ “โพสต์ทูเดย์” มาร์ค-มรุวุตม์ บูรณศิลปิน มากับแจ็กเกตสูทแบรนด์ชาแนลสีม่วง แมตชิ่งกับกระเป๋าบอยแบ็กของซูเปอร์แบรนด์สุดโปรด แฟชั่นนิสต้าคนดังบอกว่านี่ไม่ใช่การ “แต่งหญิง” เพราะในรสนิยมคนทำงานในวงการแฟชั่นการแต่งตัวสำหรับเขาคิดว่าไม่มีการแบ่งแยกเพศ

มรุวุตม์ บอกในตู้เสื้อผ้าก็มีเดรสรันเวย์ลุคทั้งของแบรนด์ปราด้าและชาแนล เป็นทั้งข้าวของแต่งตัวชิ้นโปรด ของมีค่าซื้อสะสม และเรฟเฟอเรนซ์ศึกษางานแพตเทิร์นเสื้อผ้าที่ครองใจผู้หญิงทั้งโลก

“เดรสปราด้าก็สีม่วงอีกนั่นแหละ มาร์คหยิบมาแมตชิ่งกับกางเกงสกินนี่อีกตัวข้างใน ตอนนั้นนานแล้วที่หยิบเดรสมาใส่เพราะเบื่อๆ แฟชั่นผู้ชาย เบื่อกางเกง แล้วรู้สึกสนุกสนานกับการแต่งตัวครีเอทนิวลุค

รองเท้าคริสติยอง ลูบูแตง ก็มีหลายคู่นะ แต่ส้นสูงนี่ไม่ได้ใส่แล้วล่ะ แต่ก่อนแรงกว่านี้เยอะ เดี๋ยวนี้เบาลงไปแล้วนะ คู่หลังๆ ที่ซื้อส่วนใหญ่ก็จะเป็นสนีกเกอร์ 10 กว่าคู่เอง มาร์คแต่งตัวแบบนี้ หลายคนก็สับสนแล้วว่านี่คือการแต่งหญิงหรือเปล่า?!! สำหรับมาร์คไม่ใช่นะ แต่นี่คือแฟชั่นที่เราสร้างในสไตล์ของเราเอง ปราด้าไนลอนแบ็ก มาร์คก็ถือมาสิบๆ ปีแล้วนะ ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่สหรัฐ

มรุวุตม์ บูรณศิลปิน ‘ไม่เคยคิดว่า ชีวิตมีปัญหา’

มาร์คเป็นพวกสุดขั้ว ถ้าวันไหนอยากเรียบ ฉันก็จะเรียบบบบบ (ลากเสียง) ถ้าสุดๆ ก็ใส่เดรส เดินเข้าอีเวนต์คนก็ต้องมีเมาท์ (หัวเราะเบาๆ)  แต่มาร์คก็ไม่ใช่แต่งเพื่อ... ให้คนหันมามองเรานะ เราเลือกเสื้อผ้าผู้หญิงมาใส่เพราะความรัก แล้วก็ไม่เคยคิดว่าจะทำงานออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายได้ด้วย พี่หมู (พลพัฒน์ อัศวาจารย์ เจ้าของแบรนด์ อาซาว่า (Asava) เคยบอกให้ทำงานดีไซน์แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายออกมา บอกเลยว่าเราทำไม่ได้” มรุวุตม์ สนทนาพร้อมรอยยิ้ม

มรุวุตม์ พูดถึงการทำงานด้วยหน้าที่ Design Director ของเสื้อผ้าแบรนด์สัญชาติไทย อาซาว่า ในแต่ละวันก็ต้องอยู่กับความสวยความงามของเสื้อผ้า งานที่มีทั้งความยาก ท้าทาย กับการสร้างสรรค์แบรนด์ให้แข็งแกร่งในยุคที่การแข่งขันกับแบรนด์เสื้อผ้าสูงมากๆ วันนี้สาวๆ มีตัวเลือกแบรนด์จากทั่วโลก แต่นี่ก็คืองานเหมาะควรกับคนเพศนี้มากที่สุดแล้ว ไม่มีงานใดจะแฮปปี้เท่ากับการทำงานในวงการแฟชั่น

“ถ้าให้มาร์คนิยามเพศวิถีของตัวเอง มาร์ค คือ กะเทย แต่ไม่แต่งหญิงนะ (ย้ำอีกครั้ง) มาร์คชอบครีเอทการแต่งตัวให้ไม่ซ้ำใครมากกว่า แต่ถ้าถามมาร์คว่าเดินเข้างานมีคนหัวเราะเราไหม? กระทบกระเทือนจิตใจหรือเปล่า? มีอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้พวกเราโดนมาตั้งแต่เด็กๆ อยู่แล้ว อีตุ๊ดๆๆ นี่สมัยเด็กก็มีผู้ชายชอบเข้ามาล้อเลียนเรา เราก็ผู้หญิงนะ ก็ทั้งเกลียดทั้งกลัวเขาล้อ แล้วเขาจะเข้ามาต่อยเราหรือเปล่า แต่สังคมก็ค่อยๆ ปล่อย ค่อยๆ คลี่คลายไปเรื่อยๆ จนมาถึงยุคเด็กรุ่นใหม่ก็ไม่น่าห่วงเรื่องนี้ ดีกว่ารุ่นมาร์คเยอะ เด็กผู้ชายกับผู้หญิงแบบเราก็สามารถเล่นกัน เข้ากลุ่มก๊วนกันดีกว่าแต่ก่อน

รุ่นมาร์คก็เหมือนได้วัคซีนนะ ทำให้เราแกร่ง ที่บางวันเราแต่งตัวแรงๆ แล้วมีคนหัวเราะคิกคัก เราก็คิดว่าไม่เป็นไรหรอก เป็นเพราะเราเองที่แต่งตัวให้เขามองแบบนี้แหละ” มรุวุตม์ เปิดประเด็นสนทนา เป็นคำตอบมากับน้ำเสียงเรียบๆ

เมื่อโยนคำถามว่าชัดเจนในตัวเองเมื่อ...? คำตอบกลับมาทันใด “มาร์คเป็นลูกชายคนสุดท้อง ก็รู้ตัวเรื่องนี้แต่เด็กๆ แล้ว

มรุวุตม์ บูรณศิลปิน ‘ไม่เคยคิดว่า ชีวิตมีปัญหา’

 

ตั้งแต่เรียนประถมที่สาธิตประสานมิตร ก็รู้แล้วว่าเราไม่ใช่ผู้ชาย คือรู้สึกดีกับเพื่อนผู้ชายที่นั่งเรียนใกล้เรา เอาเท้าไปเตะขาเขา รู้สึกสนุกอยากใกล้ชิด (บอกพร้อมรอยยิ้ม) แต่พอจริงจังก็ไม่ไปเล่นเตะฟุตบอลไม่ไปเล่นอะไรแรงๆ กับเพื่อนผู้ชายพวกนี้นะ ชอบเลือกไปเล่นกับเพื่อนผู้หญิง แล้วเวลาโรงเรียนมีกิจกรรมกีฬาสีงานใหญ่ประจำปี เราก็ป๊อปปูลาร์ขึ้นมาเลยเพราะเพื่อนๆ เลือกให้เป็นผู้นำเชียร์ลีดเดอร์ การที่เพื่อนๆ ยอมรับ เราเป็นคนดังในกลุ่มแก๊งเพื่อนผู้หญิง ชีวิตก็เลยไม่เคยมีปัญหาในเรื่องนี้เลย จึงไม่เคยรู้สึกว่าเป็นปมด้อย

มาร์คชอบมาทางด้านศิลปะ จากสาธิตประสานมิตรก็ไปสอบเรียนต่อที่โรงเรียนช่างศิลป์ได้แค่ 1 ปี คุณแม่ก็ส่งเราไปเรียนต่อสหรัฐ เพราะสนับสนุนลูกอยากไปใช้ชีวิตเมืองนอก ตอนแรกตั้งใจไปเรียนต่อทางด้านอินทีเรียร์ดีไซน์ แต่ที่สุดแล้วก็ไม่ชอบเลย งงกับเทคนิคการต่อน้ำต่อไฟที่คนทำอาชีพนี้ก็ต้องศึกษาเรียนรู้ด้วยไม่ค่อยแฮปปี้

ความที่เรารู้อยู่ตลอดว่าเรามีพรสวรรค์เรื่องวาดๆ เขียนๆ จำได้ว่าในสมุดเฟรนด์ชิปของเพื่อนๆ เกือบทุกคนจะมีรูปสเกตช์ภาพแฟชั่นที่เราวาดไว้ในสมุดเขา แล้วเมื่อก่อนก็ชอบตามคุณแม่ไปร้านตัดเสื้อ คุณแม่เป็นผู้หญิงเปรี้ยวชอบแต่งตัว มาร์คนั่งรอคุณแม่นานๆ ได้อย่างมีความสุขมากๆ นั่งรอคุณแม่ก็อ่านแค็ตตาล็อกรวมแฟชั่นชาแนล ปราด้า อีฟส์-แซงต์ โลรองต์

เสื้อผ้าพวกนี้คุ้นตาเรามาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็เลยขอคุณแม่ว่าเปลี่ยนนะ ขอเรียนแฟชั่น ขอเปลี่ยนเมืองไปอยู่ซานฟราน”  มรุวุตม์ บอกว่าชีวิตช่วงนั้นในวัย 16 ปี เปิดโลกใบใหม่ให้เดินมาในสายแฟชั่น ได้ค้นเจอตัวเองอย่างเต็มร้อย

ชีวิตในสหรัฐความอิสระมีเต็มที่ ในเมืองซานฟรานซิสโก ซึ่งจัดว่าซิตี้เกย์ โลกของเราเปิดเต็มที่ ทุกอย่างถูกเปิดเผยในเรื่องเหล่านี้ มีเกย์พาเหรดประจำปีเฉลิมฉลองให้เปิดตัวสร้างคอมมูนิตี้กัน แต่ ณ ตรงนั้นก็ยังมีการเหยียดทั้งสีผิวทั้งเพศที่เลือก ความที่เราเป็นเอเชียจำได้ว่าก็เคยถูกป้าฝรั่งมองเหยียดเป็นตัวประหลาดอะไรแบบนั้น แต่ก็ไม่เครียดมองเป็นเรื่องธรรมดา

มรุวุตม์ บูรณศิลปิน ‘ไม่เคยคิดว่า ชีวิตมีปัญหา’

 

ความรักครั้งแรกเกิดเมื่ออายุ 17 ปี มรุวุตม์ แอบเปิดใจพร้อมน้ำเสียงหัวเราะเขินๆ ว่า Stereotype ออกไปในทางหญิงสาว จึงมีแฟนมาหมดแล้วทั้งฝรั่งแมน หล่อ ล่ำ ทั้งหนุ่มผิวดำ แต่จากวันนั้นก็ไม่เคยคิดว่าใครที่ใช่ จนถึงขั้นแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา และวันนี้สถานภาพคือโสดเกินร้อย!

มรุวุตม์ บอกว่า คุณแม่คือบุคคลที่ต้องขอบคุณอย่างที่สุด เพราะการขอร่ำเรียนมาทางดีไซเนอร์เมื่อหลายสิบปีก่อน ยังมองไม่เห็นฝั่งฝัน มองไม่เห็นอนาคต เป็นอาชีพสาขาใหม่เอี่ยมที่ยังไม่ได้มีการยอมรับว่ามั่นคงเลี้ยงตัวเองได้ แต่แม่ก็อนุญาตในทางที่ลูกขอเลือกแล้ว

“แม่ไม่เคยบังคับใจลูกเลย ชีวิตมาร์คโชคดีที่เกิดเป็นลูกคุณพ่อคุณแม่ อยู่เมืองไทยก็ใช้ชีวิตเป็นคุณหนู สบายทุกอย่าง พอไปเรียนเมืองนอกก็ไม่คิดหรอกนะว่าวันหนึ่งเราจะขอพ่อแม่เลือกเรียนแฟชั่น มาร์คว่านะเขาก็คงแอบโกรธๆ อยู่เหมือนกัน แต่เขาก็คงรู้ๆ กันแล้วล่ะ ตั้งแต่มาร์คเรียนอยู่ประสานมิตรแล้ว มาขอเงินไปตัดชุดเชียร์ลีดเดอร์ (หัวเราะ) พ่อแม่มาร์ควิเศษที่สุดแล้วคือลูกทำอะไรแล้วมีความสุข ก็ปล่อยให้ลูกทำอย่างเต็มที่เลย ขอให้ลูกมีความสุขหาเลี้ยงตัวเองได้

ทุกวันนี้แต่งตัวเลิศออกจากบ้าน แม่ถามว่าจะไปไหนลูก? ตอบว่าไปทำงาน สีหน้าคือท่านแฮปปี้มีความสุขมาก แล้วพอเราทำโปรเจกต์ใหญ่ๆ เรามีเงินให้ท่าน พ่อแม่ก็ยิ่งมีความสุข เราก็ฝันนะว่าวันหนึ่งที่เรามีเงินสักก้อนไม่ต้องทำงานแล้ว ถ้าพาท่านออกไปท่องเที่ยวทั่วโลก สิ่งนี้คือที่สุดของความฝันของเราเลยนะ” มรุวุตม์ กล่าว

มรุวุตม์ บูรณศิลปิน ‘ไม่เคยคิดว่า ชีวิตมีปัญหา’

สำหรับการเปิดใจกับครอบครัวถึงเพศวิถีที่เลือกแล้ว มรุวุตม์ กล่าวว่า ไม่เคยพูดกันในเรื่องนี้เลย เป็นเรื่องที่ครอบครัวเลือกไม่กล่าวถึง

“นิกเนมเราในกลุ่มเพื่อน คือ แคนดี้ (หัวเราะชอบใจ) ทุกวันนี้มาร์คก็ไม่เคยพูดกับแม่นะ มาร์คมีพี่สาวสองคน เราเป็นลูกชายคนสุดท้อง แล้วถ้าลูกชายคนเดียวจะมาบอกท่านว่าเราเป็นกะเทย มาร์คว่าไม่จำเป็นต้องพูดเลย เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้ท่านเสียใจ ท่านเกิดในยุคชาย-หญิงแต่งงานกันถูกต้องตามประเพณี ท่านยอมรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอก

เราทดแทน ไม่เกเร เรียนจบได้ปริญญาตรีกลับมา การที่เรามีการมีงานที่มั่นคงทำคือสิ่งที่ทำให้ท่านภาคภูมิใจได้เช่นกัน”  มรุวุตม์ กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

ชีวิต ณ วันนี้ไม่ได้มีความสุขเกินร้อยอะไรขนาดนั้น แต่การอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเองไม่เป็นภาระกับใคร นั่นคือความโชคดีอย่างที่สุดแล้ว ทุกๆ  สิ่งที่เกิดขึ้นจนวัยสู่หลักสี่เป็นการเลือกน่าพอใจทั้งสิ้น

“แอบบอกนะเคยใกล้ๆ การแปลงเพศเหมือนกัน ตอนเรียนประสานมิตรในชั้นเรียนก็มีมาร์ค กับเพื่อนอีกคนที่ไปเป็นมิสอาร์คาซ่าสวยงามไปแล้ว ก็เคยไปจิ้มๆ ฉีดทำผิวสวยๆ แต่ก็หยุดอยู่แค่นั้นไม่รู้สึกอยากไปไกลกว่านั้นเลย

รูปลักษณ์เราวันนี้ เราชอบ พอใจที่สุด มาร์คเป็นคนไม่มองอนาคตอะไรไกลๆ น่ะ วันนี้มีความสุขพอใจแล้ว หลักการใช้ชีวิตมีแค่นี้แหละ” มรุวุตม์ บอกทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มยืนยันสิ่งที่พูดว่าแฮปปี้เต็มร้อย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท