
การแต่งงานเพศเดียวกัน และ พรบ.คู่ชีวิต
เฟซบุ๊ก ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat
เฟซบุ๊ก ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat
การแต่งงานเพศเดียวกัน และ พรบ.คู่ชีวิต
::::
แฟนเพจหลายท่านถามผู้เขียนมาว่าในฐานะนักศาสนวิทยามีจุดยืนในเรื่อง "ความเท่าเทียมในการแต่งงานเพศเดียวกัน" (marriage equality) อย่างไร? ไม่ได้จังหวะตอบเสียที ขอตอบไว้ตรงนี้แบบพอสังเขปดังนี้
ผู้เขียนคิดว่า จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในโลกทั่วไป เวลานี้กำลังพลิกกลับจากตกขอบข้างหนึ่ง ไปสู่การตกขอบอีกข้างหนึ่ง หรือที่ฝรั่งเรียกว่า "going from one extreme to another"
คือจากเดิมมีทัศนะต่อต้านการแต่งงานเพศเดียวกันจนตกขอบ ตอนนี้โลกตะวันตกกลับกลายเป็นหนุนการแต่งงานเพศเดียวกันจนตกขอบ จนกำลังกลายเป็นว่า ถ้าใครปฏิเสธการทำเค๊ก หรือตัดชุดแต่งงานให้งานแต่งงานเพศเดียวกัน ก็จะถูกด่าทอหาว่าเป็นพวกเหยียดเพศ ถูกกดดันให้ปิดร้าน ฯลฯ และบางทียังถึงกับผิดกฎหมายว่าด้วยการเลือกปฏิบัติต่อผู้อื่นอีกด้วย
คล้ายกับสถานการณ์ที่ว่า เมื่อก่อนในอเมริกา คนไม่มีศาสนาถูกคนเคร่งศาสนาข่มเหงเบียดเบียน แต่ขณะนี้กลายเป็นว่า คนเคร่งศาสนาถูกคนไม่มีศาสนาข่มเหงเบียดเบียน
ที่จริงแล้ว การที่ชาว LGBTQ เรียกร้องสิทธิในการแต่งงานอย่างถูกกฎหมายนั้น มาจากการที่พวกเขาไม่เพียงต้องการได้รับสิทธิต่างๆ เสมือนคู่สมรส อย่างเท่าเทียมกับคู่สมรสทั่วไป แต่อีกเรื่องที่สำคัญคือ พวกเขาต้องการที่จะเป็นที่ยอมรับทางสังคมอย่างเท่าเทียมคนปกติ ไม่ถูกสังคมดูถูกและถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่ง "เพศสภาพและเพศรส" ที่มีคู่ชีวิตเป็นคนเพศเดียวกัน
แต่การเรียกร้องอันนี้มันเลยไปจนกระทั่งเรียกร้องให้นิยามคำว่า "การแต่งงาน" ว่าต้องไม่จำกัดความหมายถึงสำหรับเพศชายกับหญิงเท่านั้น แต่ใช้กับเพศเดียวกันได้ด้วย และว่าไปก็นำไปสู่การตีความหมายคำว่าแต่งงานใหม่เลยว่าต้องไม่มีการจำกัดเรื่องเพศอย่างใดทั้งสิ้น
แต่ผู้เขียนถือว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา
และที่พูดนี่ไม่ได้เอาเรื่องศาสนามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใดทั้งสิ้น แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า รากฐานทางธรรมชาติของคำว่า "การแต่งงาน" นั้น มันคือการเริ่มต้นของการเป็นครอบครัว และธรรมชาติของการเป็นครอบครัวนั้น มันคือการที่ต้องนำไปสู่การ "สืบพันธุ์" หรือ "ขยายพันธุ์" ซึ่งนั่นก็คือ ต้อง "ออกลูก" ได้ ธรรมชาติพื้นฐานของการแต่งงานมันคืออย่างนี้
จะเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกันก็แล้วแต่ นั่นยังไม่ใช่เรื่องหลัก เรื่องหลักคือ มันนำไปสู่การสืบพันธ์ุ แพร่พันธุ์ ขยายพันธุ์ ของมนุษย์ได้ไหม? ถ้าได้มันก็ยังพอจะสามารถถือเป็นการแต่งงานตามความหมายพื้นฐานของธรรมชาติได้ (แน่นอนว่านี่ไม่รวมถึงกรณีปลีกย่อยที่เป็นข้อยกเว้นเช่น แต่งงานเพศตรงข้ามก็จริงแต่เป็นหมัน หรือไม่อยากมีลูกเอง)
ต้องยอมรับว่า การแต่งงานเพศเดียวกันไม่สามารถนำไปสู่การขยายพันธุ์ของมนุษยชาติได้ (อย่างน้อยก็ในปัจจุบัน) ซึ่งการที่อยากมีลูกก็ต้องใช้วิธีไปรับเด็กกำพร้ามาเลี้ยง หรือเอาสเปิร์มไปผสมเทียมและอุ้มบุญ
ฉะนั้น การแต่งงานเพศเดียวกันโดยพื้นฐานแล้ว จึงไม่อาจถือเป็นการแต่งงานตามธรรมชาติได้ แต่กระนั้น ผู้เขียนก็ถือว่า ชาวรักเพศเดียวกัน ก็ไม่สมควรถูกเลือกปฏิบัติและถูกปฏิบัติอย่างเลวร้ายมาก อย่างที่ผ่านมาเช่นกัน
งั้นจะทำอย่างไรดี? ต้องบอกอีกครั้งว่า แท้จริงแล้วเรื่องของชาวรักเพศเดียวกันเป็นปัญหาเรื่องการยอมรับของสังคม ที่จะไม่เลือกปฏิบัติต่อเขา ก็ควรต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด ซึ่งก็คือ ออกกฎหมายที่ป้องกันการเลือกปฏิบัติต่อเขาให้เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแก้นิยามของคำว่าแต่งงาน
ควรทำอย่างไรหรือ?
ผู้เขียนเห็นว่า ประเทศไทยควรออกกฎหมาย "หุ้นส่วนชีวิต" หรือ "Bill of Life Partnership" แต่ไม่ใช่ให้ไปแก้กฎหมายการสมรสเดิมให้ขยายความหมายให้รวมถึงเพศเดียวกัน
หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ใช่ให้คู่สมรสเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรส แต่ให้จดทะเบียน "หุ้นส่วนชีวิต"
แน่นอนจะมีคำถามต่อว่า ก็เหมือน "ร่าง พรบ. คู่ชีวิต" ที่เขากำลังเสนอกันนะสิ? ขอตอบว่า ถูกต้องแล้ว แต่อาจมีบางอย่างต่างกันบ้างนิดหน่อย และต้องบอกว่า ผู้เขียนชื่นชมและชมเชยว่า สิ่งที่กลุ่มเคลื่อนไหวเรื่อง พรบ.คู่ชีวิต ทำอยู่นี้เป็นเรื่องที่ "ดีกว่า" ที่ทางสหรัฐหรือยุโรปหลายประเทศทำ เนื่องจากเป็นการทำให้แตกต่างจากการ "จดทะเบียนสมรส"
ซึ่งในแง่นี้ บรรดาศาสนิกและคนที่ยังยึดถือ "ความหมายธรรมชาติ" ของการแต่งงาน ก็น่าจะรับได้ง่ายขึ้น แม้ว่าสิทธิทางกฎหมายก็เหมือนกับการจดทะเบียนสมรสมากจนแทบทุกอย่าง
แต่ที่ผู้เขียนอยากให้เปลี่ยนก็คือ อยากให้ใช้คำว่า "หุ้นส่วนชีวิต" และไม่อยากให้ใช้คำว่า "คู่ชีวิต" เพราะว่า กฎหมายนี้จะสามารถขยายประโยชน์ครอบคลุมไปถึงเพื่อนสนิทกันและไม่จำเป็นต้องมีเรื่องเพศสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้องเลยก็สามารถรับหน้าที่ดูแลชีวิตกันเสมือนคู่สมรสได้ นอกจากนี้แล้วก็ยังสามารถขยายไปสู่แง่มุมอื่นๆ อีกด้วย แต่ยังไม่ขอกล่าวถึง ณ ตรงนี้
และด้วยเหตุเหล่านี้เอง ผู้เขียนจึงขอสนับสนุนขบวนการเคลื่อนไหวเรื่อง "พรบ.คู่ชีวิต" ที่ทำกันอยู่
แต่ขอเปลี่ยนเป็นคำว่า "หุ้นส่วนชีวิต" แทน
.
ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์







