
กาลาปากอส ดินแดนมหัศจรรย์ กับเด็กวัย 4 ขวบ
ได้โปรดอย่าข่มคนอื่นด้วยคำตอบว่า เฮ้ย ไม่รู้จักกาลาปากอสเหรอ เพราะเชื่อขนมกินได้เลยว่า
โดย...นกขุนทอง ภาพ เพชรี กิติมหาคุณ /วิศิษฐ์ แถมเงิน
กาลาปากอส
กาลาปากอส
อะไรเหรอ...
คืออะไร...
ที่ไหนเหรอ…
ได้โปรดอย่าข่มคนอื่นด้วยคำตอบว่า เฮ้ย ไม่รู้จักกาลาปากอสเหรอ เพราะเชื่อขนมกินได้เลยว่า แม้โลกจะหดย่อมาใกล้เราเพียงแค่ปลายนิ้ว แต่กาลาปากอสก็ยังห่างไกลเกินการทำความรู้จักกับใครอีกหลายคน หรือกระทั่งคนที่รู้จักผ่านตัวหนังสือภาพถ่ายก็ยังคิดว่าเป็นดินแดนอันไกลโพ้น บางรายจึงยกธงขาวยอมแพ้ให้แก่ระยะทาง และสำหรับหลายคนสักครั้งหนึ่งในชีวิตละน่าจะต้องไปกาลาปากอสให้จงได้
“Mom,I want to go there. I want to go the Galapagos.” เสียงเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ร้องบอกแม่
หนูน้อยอยากไปดูอีกัวนาทะเล ซึ่งมีที่หมู่เกาะกาลาปากอสเท่านั้น
มันคงจะดูเป็นเรื่องเพ้อฝันของเด็กๆ ที่อ่านหนังสือแล้วเจออะไรที่แปลกตาประหลาดใจ ประทับใจ ก็อยากจะไปให้เห็นกับตา ผ่านไปอีกประเดี๋ยวก็คงลืม มันก็เรื่องเด็กๆ เท่านั้น แต่ทว่าเรื่องเด็กๆ กลับเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนเป็นแม่ ที่จะพาลูกออกไปสู่ดินแดนที่เล่าขานกันว่ามหัศจรรย์ทั้งพืชพันธุ์และสัตว์หายาก ห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เด็กน้อยของแม่จะได้เรียนรู้และสัมผัสจริงๆ ไม่เพียงชื่นชมผ่านหน้ากระดาษอีกต่อไป
การเดินทางเริ่มต้นจากความคิดของเด็ก จึงกลายเป็นการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปอีกขอบโลก เป็นการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของคุณแม่ยังสาวและเด็กหญิงวัยเพียง 4 ขวบ
คุณแม่ “เพชรี กิติมหาคุณ” กับคุณลูก “น้องพราว-ภคมน กิติมหาคุณ” จับมือกันไปกาลาปากอส ดินแดนที่เบื้องต้นเธอทั้งสองยังไม่รู้จัก มิหนำซ้ำยังคิดว่า ชื่อประหลาด
กาลาปากอสอยู่ที่ไหนคะ
“จุดเริ่มต้นของการเดินทาง มาจากหนังสือเรื่อง Miles and Miles of Reptiles ของ Dr.Seuss น้องพราวชอบอ่านหนังสือนิทาน แล้วในเรื่องนี้เขาได้เห็นสัตว์แปลกๆ พอเห็นอีกัวนาทะเลน้องพราวสนใจเป็นพิเศษ ก็เลยอยากไป เดินมาบอกคุณแม่ว่า กาลาปากอสอยู่ที่ไหน เขาอยากไปกาลาปากอส ตอนนั้นเราเองก็ไม่รู้ว่ากาลาปากอสอยู่ที่ไหนเหมือนกัน นึกๆ อยู่เลยว่า เกาะอะไรชื่อประหลาด” เพชรี เล่าย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน ในขณะนั้นลูกสาวมีอายุเพียง 3 ขวบ
“นาทีที่ลูกบอกจะไป คุณแม่ก็เฉยๆ คิดว่าพูดไปอย่างนั้นล่ะ แต่น้องพราวอ่านซ้ำหลายรอบ จนผ่านมา 1 ปี เขาก็ยังอยากจะไปอยู่ ในตอนนั้นที่เราเคยไปเที่ยวด้วยกันก็มีฮ่องกง สิงคโปร์ ไปกับครอบครัว แต่นี้จะไปกาลาปากอสมันไกลกว่าที่เราเคยไปมาทุกที่เลยนะ เราไม่รู้จักเลย แต่ลูกอยากไป มีความคิดนี้ขึ้นมา ไม่มีคำว่า พรุ่งนี้หรือรอให้ลูกโตก่อนแล้วค่อยพาไปจะได้คุ้ม ในเมื่อเขาอยากไปตอนนี้ เราพาไปตอนที่เขามีความสนใจอยู่ เขาก็จะได้สนุกได้เรียนรู้เต็มที่”
ไม่ใช่อยากไปแล้วจูงมือกันไปปุ๊บปั๊บ แต่เพชรีเริ่มต้นหาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับกาลาปากอส ทั้งข้อมูลภูมิศาสตร์ สภาพอากาศ อาหารการกิน วัฒนธรรมประเพณี ที่พัก การเดินทาง อื่นๆ นานา ไม่ใช่เธอวิตกกังวลเกินกว่าเหตุ แต่เพราะการเดินทางไปกับเด็กหญิงในวัยขณะนั้น 4 ขวบ หากเกิดอะไรฉุกเฉินจะได้สามารถดูแลกันได้ เพราะถ้าเธอไม่พร้อมไม่มั่นใจในความปลอดภัยต่างๆ ไหนเล่าจะกล้าพาแก้วตาดวงใจออกไปผจญดินแดนอันไกลบ้านเกิดเมืองนอนสุดขอบฟ้าขนาดนั้น
“เพชรซื้อลูกโลกจำลองมาให้น้องพราวดู จิ้มให้ดูว่าเราจะต้องผ่านอะไรบ้าง มันไกลแค่ไหน ลำบากแค่ไหน ก็คิดๆ ว่าน้องพราวอาจเปลี่ยนใจไม่ไป แต่เขาตั้งใจฟังเราทุกอย่าง สนใจมาก จนเรารับรู้ได้ว่าเขามุ่งมั่นที่จะไปกาลาปากอส เราต้องไปกันจริงๆ นั้นล่ะ (หัวเราะ)”
หมู่เกาะกาลาปากอส เป็นหมู่เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิก มีความน่าสนใจทั้งด้านธรณีวิทยา สัตววิทยาและนิเวศวิทยา เป็นส่วนหนึ่งของประเทศเอกวาดอร์ อยู่ไกลจากชายฝั่งเอกวาดอร์ประมาณ 965 กม. ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 5 เกาะ เกาะขนาดกลาง 8 เกาะ และเกาะเล็กอีก 6 เกาะ เป็นหมู่เกาะนกที่พบมากที่สุด คือนกฟินช์กาลาปากอส และมีสัตว์ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ คือ เต่ายักษ์กาลาปากอส
ช่วงเวลาทองในชีวิตแม่-ลูก
แม้ว่าจะเตรียมตัวกันอย่างดี ทั้งศึกษาหาอ่านเอง ไปปรึกษาพูดคุยได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่เคยไปกาลาปากอสมาก่อน แต่กระนั้นแผนการเดินทางของสองแม่ลูกสู่เกาะชื่อประหลาดก็เกือบล่ม เพราะมีคนไม่เห็นด้วยกับการเดินทางครั้งนี้มากกว่าทีมเพชร-พราว
“ความกดดันสูงมาก เพราะถามจากใครหลายๆ คน ชวนใครไปก็ไม่มีใครไป สามีก็ไปด้วยไม่ได้ เขาเป็นนักธุรกิจแล้วทริปเราไปหลายวัน แล้วเขาก็ไม่ให้ไปค่ะ เพราะมันอยู่ฝั่งอเมริกาใต้ ไกลมาก ตอนตัดสินใจไปก็มีปัญหากับที่บ้านเหมือนกันว่าไปกันสองคน แต่เราก็มีเหตุผลของเรา และการที่เราเตรียมตัวดีมาก พร้อมมาก ทำให้เขาหายห่วงลงได้บ้างนิดหน่อย การเตรียมตัวตอนแรก ค้นหาข้อมูลเลยรู้ว่ากาลาปากอสอยู่ไหน เราก็เริ่มทำแผนที่และก็ใช้รูปแปะบนแผนที่ว่าเราอยู่ไหน ติดต่อเรือจากการท่องเที่ยวเอกวาดอร์ ซึ่งคนไทยไม่ค่อยไป เพราะไม่มีเครื่องบินตรง เราต้องบินประมาณ 30 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ ไปญี่ปุ่น ญี่ปุ่นไปแอตแลนติก ไปอเมริกาเหนือ ไปเอกวาดอร์ แล้วก็นั่งเรือไปกาลาปากอส คือหลายต่อมาก เป็นการเดินทางที่ยาวนาน ตอนไปเกาะต้องนอนบนเรือซึ่งความสะดวกสบายไม่เหมือนพักในโรงแรม เราต้องเลือกเรือ จากที่การท่องเที่ยวส่งรูปเรือมาให้เลือก เลือกอยู่ 3 ชั่วโมง ยาจัดไปเยอะมาก ดูแลร่างกายตัวเองอย่างดี ไม่ให้ป่วย ทำข้อตกลงกับน้องพราวเยอะมาก”
เพชรีเป็นน้องสาวคนเล็ก ไม่เคยท่องเที่ยวแบบโลดโผนนัก มักจะไปกับครอบครัวญาติสนิท เช่นนี้เองที่ทุกๆ คนเป็นห่วงว่า คุณแม่ยังสาวแถมมีรูปร่างบอบบางคนนี้จะรับมือไหวเหรอกับสถานการณ์ข้างหน้าในประเทศที่ไม่เคยไป สภาพอากาศทั้งบนบกในน้ำ และยังมีลูกน้อยอีกคน เกิดอะไรขึ้นใครจะช่วยใครได้ และอีกเหตุผลมากมายที่ยกนำมาฉุดรั้ง แต่ไม่ได้ผลเสียล่ะ เหตุผลที่เพชรียกขึ้นมาและสามารถนำเธอกับลูกไปถึงกาลาปากอสได้ คือ วิถีของการเลี้ยงลูก
“ไม่มีคำว่าพรุ่งนี้สำหรับเด็ก เพราะความสนใจของเด็กในเวลานั้น ณ ที่ตรงนั้น ในเรื่องนั้นๆ มันสามารถฝังอยู่ในใจของเด็กได้จนเขาโต”
เพชรีเรียนการสอนแบบ “เรจิโอ เอมมิเลีย” (Reggio Emilia Approach) คือแนวทางการสอนที่มุ่งมั่นที่จะสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็ก โดยการสรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมเพื่อที่จะเป็นตัวช่วยสนับสนุน ส่งเสริมให้เด็กเอาพลังอำนาจที่มีอยู่ในตัวเองออกไปใช้ ซึ่งในขณะนั้นกระบวนการเรียนรู้นี้กำลังจะเกิดขึ้นกับชีวิตสองแม่ลูก ผู้หญิงกับเด็กหญิงกำลังทำโปรเจกต์ที่สำคัญ
ด้วยการนำศาสตร์นี้มาเลี้ยงลูก เพชรีมั่นใจว่า ลูกจะจดจำสัตว์แต่ละชนิดที่พบได้อย่างแม่นยำ และจะจดจำไปอีกนานแสนนาน และเชื่อว่าประสบการณ์เป็นสิ่งมีค่า
“ถ้าแม่บอกเดี๋ยวลูกก็ลืม ถ้าลูกเห็นลูกก็จะจำ แม่จะพาลูกไปกาลาปากอส”
ความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ของเด็กตัวเล็ก
“โชคดีมากที่ตลอดการเดินทางบนเครื่องบินน้องพราวนอนหลับ เป็นแม่เองที่กังวลกับการนั่งเครื่อง เกิดความเครียดขึ้นมาบ้าง ตลอดการเดินทางน้องพราวไม่งอแงเลย แต่พอเครื่องจะลงจอดที่เอกวาดอร์เท่านั้นแหละ น้องพราวจะอาเจียน มวนท้อง ตอนนั้นใจไม่ดีเลย น้องพราวเดินไม่ไหว มีคนเดินเข้ามาถามว่าลูกเป็นอะไร เขาก็เลยเคลียร์ทางให้ เราก็เห็นคนที่มารอรับเราอยู่ ผิวคล้ำ ตาโต เราก็พยายามใจดีสู้เสื้อ ขึ้นรถ พอถึงโรงแรม ใจชื้นขึ้นมาหน่อย ได้เห็นต้นคริสต์มาสบรรยากาศเหมือนบ้านเราหน่อย ไปถึงฝนก็ตกตลอด โชคดีที่เราวางแผนพักที่โรงแรมก่อน 2 วัน ให้ทางโรงแรมจัดมุมเด็กให้น้องพราวได้มีกิจกรรมทำ เราก็กลัวเขาจะเบื่อ น้องพราวก็เริ่มสดชื่นขึ้น”
มันเป็นยิ่งกว่าความฝัน ที่เธอพาลูกมายังที่ปรารถนาได้ แม้ระหว่างการเดินทางจะมีความคิดวิ่งวนอยู่ในหัวตลอดว่า คิดผิดหรือเปล่า มาแล้วจะดีไหม จะเกิดอะไรขึ้น แต่สุดท้ายรอยยิ้มกว้างของลูก ดวงตาใสแป๋วที่ตื่นเต้นกับสัตว์น้อยใหญ่ การเคลื่อนตัวไปหาสิ่งมหัศจรรย์เบื้องหน้าด้วยอาการเริงร่า ทำให้หัวใจเธอแช่มชื้น เธอคิดถูกที่พาลูกมากาลาปากอส
“ตอนลงไปตรงท่าเรือมีแมวน้ำนอนอยู่ตรงท่าเรือ น้องพราวตื่นเต้นใหญ่ ตัวนี้เหมือนพนักงานต้อนรับสู่เกาะ (หัวเราะ) ทริปเรามี 20 คน มีเด็กอีก 2 คน อายุ 10 กับ 7 ขวบ น้องพราวเด็กสุดในทริป เราไปเที่ยวทั้งหมด 11 เกาะ สัตว์ที่นั้นมีนกสวยๆ แปลกๆ เยอะ เราอยู่บนเกาะละ 3 ชั่วโมงของทุกวัน น้องพราวดูมีความสุขมาก เพชรแทบไม่ได้ทำอะไรเลย คืออยู่ตรงนั้นเรามองดูลูก เห็นเขามีความสุขมาก เรามีความสุขมากๆ น้องพราวรักสัตว์ เราส่งเสริมลูกทางนี้ด้วย ให้เขาได้เห็น ได้สัมผัส จับต้องด้วยตัวเอง เห็นน้องพราวมีความสุขทุกอย่างที่เราทำมามันหายเหนื่อย กาลาปากอสสำหรับเราไม่เท่าไร แต่สำหรับลูกจริงๆ ค่ะ มันพิเศษมาก อย่างระหว่างทางนั่งเรือดิงกี้ไปเกาะ น้องพราวเห็นปลาโลมาจะเอื้อมไปจับโลมาให้ได้ เราก็ต้องพยายามจับลูกไม่ให้กระโดดลงไป เขาตื่นเต้นมาก ตรงนี้เราต้องเตรียมทุกอย่างเลย ที่สำคัญต้องห้ามปล่อยลูกเลย”
8 วัน 8 คืน ที่กินนอนบนเรือ (อัทตาลา ทู) ก่อนเวลาอาหารเย็นจะมีการฟังโปรแกรมวันรุ่งขึ้นว่าจะทำอะไรบ้าง และทุกๆ วันจะนั่งเรือดิงกี้ไปเกาะ หรือดำน้ำบ้าง สิ่งที่สองแม่ลูกเจอแทบร้องออกมาว่า อยู่บนผิวพระจันทร์หรือเปล่าเนี่ย คือ เกาะบาร์โตโลมี มีปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วเป็นจำนวนมาก แถมอากาศยังหนาวเย็นต้องเดินชมเกาะ แต่สองแม่ลูกไม่มีปริปากว่าเหนื่อยกันเลย
อีกเกาะที่ทำเอาน้องพราวตาโต ร้องอู้ฮู้ ก็คือเกาะอิซาเบลา มีนกมากมายอาศัยอยู่ตามชะง่อนผา เช่น นกบูบี้ตีนฟ้า แพนกวิน นกพิลิแกน ยังมีสัตว์อื่นๆ อีก สิงโตทะเล
อีกัวนาทะเล ปูแซลลี่ไลท์ เต่าทะเล เป็นอาทิ
เรียกว่าการกินนอนบนเรืออยู่หลายวัน ต้องขึ้นๆ ลงๆ เรือวันละหลายรอบเพื่อไปเกาะต่างๆ นั้น ไม่ได้เป็นปัญหาใดๆ แก่สองแม่ลูก ชีวิตช่วงนั้นไม่ได้เข้าใกล้คำว่ายากลำบากเลย มีแต่ความสุขที่แทบจะทะลักออกมาจากดวงตา และน้ำเสียงเจื้อยแจ้วของน้องพราวยามเจอสัตว์ทั้งบนบกและในน้ำ
กาลาปากอส ดินแดนอันไกลโพ้น เมื่อได้มาสัมผัสแล้ว คุ้มค่าเกินกว่าระยะทางที่ดั้นด้นมามากมายนัก กาลาปากอสที่ลูกสาวอยากมาและแม่พามาได้สำเร็จ สองแม่ลูกจากลากาลาปากอสมาด้วยความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ พร้อมคำบอกลาจากเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ว่า “จะกลับมาอีก” เล่นเอาแม่มองตาโตตามลูกสาว ซึ่งตอนนี้เวลาก็ผ่านมาเกือบ 6 ปีแล้ว น้องพราวยังจำเรื่องราวบนเกาะมหัศจรรย์นั้นได้ ยังจำชื่อสัตว์ได้ และเธอยังไม่ลืมที่ว่าจะกลับไปกาลาปากอสอีกครั้ง







