
อุตสาหกรรมและการศึกษา ต้องเดินหน้าไปด้วยกัน
หากมองย้อนกลับไปในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเห็นว่าประเทศที่พ่ายแพ้สงคราม อย่างประเทศเยอรมนี
โดย...ทีมงานโลก 360 องศา [email protected]
หากมองย้อนกลับไปในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเห็นว่าประเทศที่พ่ายแพ้สงคราม อย่างประเทศเยอรมนีที่สามารถพลิกฟื้นจนกลายมาเป็นประเทศที่มีความยิ่งใหญ่และมั่นคงที่สุดประเทศหนึ่ง ก็ด้วยระบบการศึกษา Dual System ที่สามารถผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในภาคธุรกิจ อีกทั้งความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบการศึกษา Dual System มีประสิทธิภาพสูงสุด ที่ทำให้ประเทศเยอรมนีมีอัตราการว่างงานของประชากรที่มีอายุประมาณ 14-25 ปี มีเพียงร้อยละ 7.8 เท่านั้น ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศยุโรป
หัวใจหลักของระบบการศึกษา Dual System คือ “สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนี” หรือ DIHK นั้นได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภาคการศึกษาและภาคธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดหลักสูตร การเรียนการสอน การลงทะเบียน การจัดสอบ และการรับรองวุฒิการศึกษา เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่สามารถสื่อสารความต้องการระหว่างภาคธุรกิจและโรงเรียนวิชาชีพ หรือที่เรียกว่า Berufsschule ในแต่ละพื้นที่ได้
ทีมงานโลก 360 องศาได้มีโอกาสคุยกับ Mr.Yorck Sievers ซึ่งเป็นหัวหน้าดูแลส่วนงานของ Vocational Training ของสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนี หรือ DIHK ได้บอกกับเราว่า ถ้าบริษัทในประเทศเยอรมนี อยากได้นักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมในตำแหน่งงานนั้นๆ ทางสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนีก็สามารถจัดการหาให้ได้ตรงต่อความต้องการของบริษัทนั้นได้ เพราะ DIHK มีความสามารถในการรับรองมาตรฐานและควบคุมคุณภาพนักศึกษาที่มีทักษะและมีฝีมือ เช่น วิศวกรรมไฟฟ้า งานเครื่องกล หรืองานออกแบบ
อาชีพเหล่านี้จะมีความต้องการต่อตลาดแรงงานและมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเยอรมนีเป็นอย่างมาก มากไปกว่านั้นบริษัทที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนีจะต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี ซึ่งเงินจำนวนนี้เป็นเงินงบประมาณที่มากพอในการที่จะสนับสนุนระบบ Dual System เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสเรียนรู้งานจากประสบการณ์จริงสถานที่จริง พร้อมทั้งลงมือปฏิบัติจริงภายในบริษัท
ดังนั้น เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ทีมงานโลก 360 องศา ได้มีโอกาสเข้าชมบริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติเยอรมนี อย่างบริษัท Siemens ซึ่งเป็นบริษัทที่นักศึกษาเยอรมนีต่างใฝ่ฝันอยากจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทชั้นนำของโลกแห่งนี้ แต่ในขณะเดียวกันการจะเข้ามาทำงานในบริษัทนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
สำหรับโอกาสที่จะได้ทำงานที่นี่ก็คือ การสมัครเข้ามาเป็นนักศึกษาฝึกงาน ซึ่งการฝึกงานในภาคอุตสาหกรรมที่ประเทศเยอรมนีนั้นไม่แตกต่างจากการทำงานจริงเลย เพราะนักศึกษาจะได้มีโอกาสฝึกฝนกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์มาร่วมให้ความรู้ อีกทั้งนักศึกษาจะได้รับเงินเดือนระหว่างฝึกงานอีกด้วย
ในแต่ละปีจะมีนักศึกษากว่า 2,000 คน ที่สมัครเข้ามาเพื่อให้ได้เป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทแห่งนี้ แต่จะมีเพียงแค่ 250 คนเท่านั้น ที่จะผ่านการคัดเลือก โดยจะต้องผ่านการสอบข้อเขียนตามเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นจึงจะมีสิทธิเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ในขั้นตอนต่อไป
Robert Hille และ Vitus Luntzel เป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัท Siemens ซึ่งพวกเขาบอกกับเราว่า การได้มีโอกาสมาฝึกงานที่บริษัท Siemens เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ เหมือนกับว่าพวกเขาได้ทำงานจริงๆ ในโรงงาน และได้รู้จักการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างทำงานด้วย ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่เคยร่ำเรียนมาในสถาบันการศึกษา ที่เน้นในเรื่องของภาคทฤษฎีเป็นหลัก
มากไปกว่านั้นพวกเขาทั้งสองคนยังบอกอีกว่า พวกเขาทั้งสองคนคิดไม่ผิดที่ได้รับโอกาสเข้ามาเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทแห่งนี้ เพราะพวกเขาบอกว่าประสบการณ์ในการฝึกงานที่นี่ เปรียบเสมือนห้องเรียนชีวิตที่เป็นจริงที่สุด
Daniel Steier คือ อีกหนึ่งความสำเร็จของระบบการศึกษา Dual System เพราะ Daniel นั้น เคยผ่านการฝึกงานที่บริษัท Siemens มาก่อน ในฐานะนักศึกษาฝึกงานในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ แต่ทางบริษัท Siemens ก็ไม่ได้จำกัดโอกาสในการทำงานว่าจะต้องเติบโตในสายวิชาที่เรียนมา แต่สามารถปรับเปลี่ยนไปทำงานในสายอื่นได้ เพราะ Daniel ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเขามีศักยภาพและมีความสามารถมากพอที่จะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัท ปัจจุบันนี้ Daniel รับผิดชอบดูแลในการคัดเลือกนักศึกษาฝึกงานเข้ามาทำงานที่บริษัท Siemens เป็นสำคัญ
เมื่อจบหลักสูตรอบรมแล้ว นักศึกษาส่วนใหญ่ก็จะได้รับการตอบรับให้เข้าทำงานกับทางบริษัท Siemens ทันที ซึ่งก็เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ทั้งบริษัทเองและตัวนักศึกษาเอง เนื่องจากทางบริษัทก็จะได้บุคลากรที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการในตำแหน่งนั้นๆ
สำหรับนักศึกษาก็มีโอกาสเข้าทำงานได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆ ขณะเดียวกันถ้านักศึกษาที่ผ่านการฝึกงานจากที่นี่ก็สามารถไปทำงานที่บริษัทอื่นก็ได้ โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใดๆ กับทางบริษัท Siemens มากไปกว่านั้นบริษัทอื่นๆ ก็มั่นใจได้ว่า นักศึกษาที่จบหลักสูตรมีคุณภาพ และมีทักษะที่ตรงต่อความต้องการ เนื่องจากทุกๆ บริษัทในประเทศเยอรมนีนั้นจะมีมาตรฐานการฝึกอบรมแบบเดียวกัน ซึ่งควบคุมคุณภาพโดยสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนี หรือ DIHK เยอรมนี เป็นประเทศอุตสาหกรรม ที่ต้องอาศัยแรงงานภาคปฏิบัติเป็นสำคัญ
ดังนั้น คนที่มีความสามารถและมีทักษะในการทำงานได้จริง จึงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานมากกว่า จึงทำให้ระบบอาชีวศึกษายังคงเป็นทางเลือกของการศึกษาที่ได้รับความนิยมในประเทศนี้ มากไปกว่านั้นความร่วมมือของภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ ทำให้ระบบอาชีวศึกษาของประเทศนี้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ทั้งผู้เรียน เจ้าของธุรกิจ รวมทั้งประเทศชาติ ทำให้สามารถลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านแรงงานที่สูงขึ้นอีกด้วย
นั่นคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ “เยอรมนี” ในวันนี้ประสบความสำเร็จในด้านอุตสาหกรรมและนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
สัปดาห์หน้าเราจะพาไปดูเส้นทางแห่งความสำเร็จในด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศเยอรมนีว่า เพราะอะไรที่ทำให้ประเทศนี้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลก







