posttoday
ในป่าไม่มีอะไรน่ากลัว บารมี เต็มบุญเกียรติ

ในป่าไม่มีอะไรน่ากลัว บารมี เต็มบุญเกียรติ

11 กรกฎาคม 2558

เขาทำให้คนทั่วไปรู้จักสัตว์ป่ามากขึ้น ผ่านภาพถ่ายและเรื่องราวที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ ก้อง-บารมี เต็มบุญเกียรติ

โดย...รอนแรม ภาพ... บารมี เต็มบุญเกียรติ

เขาทำให้คนทั่วไปรู้จักสัตว์ป่ามากขึ้น ผ่านภาพถ่ายและเรื่องราวที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ ก้อง-บารมี เต็มบุญเกียรติ เป็นที่รู้จักในฐานะช่างภาพสัตว์ป่า แต่จริงๆ เขาไปทุกที่ทั้งบนดินและใต้น้ำ สะสมเรื่องราวมากมายที่เมื่อฟังแล้วอดคิดไม่ได้ว่ามนุษย์เป็นสิ่งเล็กน้อยเพียงใดบนโลกใบนี้

ทำตัวเป็นธรรมชาติ

เขาใช้ชีวิตเข้าๆ ออกๆ ป่ามาร่วม 20 ปี เก็บภาพสัตว์ป่าตั้งแต่ถ่ายด้วยฟิล์ม จนถึงตอนนี้กล้องดิจิทัลเข้ามาแทนที่ แต่ไม่ว่าจะผ่านการทำงานมาทุกรูปแบบ เขาก็ยัง “วางแผน” ก่อนการทำงานทุกครั้งเพื่อทำความเข้าใจธรรมชาติ เข้าใจสัตว์ป่า และจะได้รบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด

ในป่าไม่มีอะไรน่ากลัว บารมี เต็มบุญเกียรติ

 

“ผมใช้คำว่าน้อยที่สุด” เขากล่าว “เพราะเราเข้าไปในป่ายังไงก็รบกวนอยู่แล้ว แต่การศึกษาสภาพแวดล้อมก่อนไปเราจะได้วางแผนแล้วว่าสภาพพื้นที่แบบนี้ สัตว์ป่าแบบนี้ เราจะต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรไปบ้าง ควรไปช่วงเวลาไหน”

เขายกตัวอย่าง เวลาไปดูกระทิงและช้างที่กุยบุรีจะเป็นการดูจากระยะไกลห่างไปเป็นกิโล ไม่ต้องทำบังไพร แค่นั่งดูธรรมดาก็เห็น แต่ถ้าไปดูกระทิงที่ห้วยขาแข้งมันจะคนละเรื่องราว ที่นั่นต้องสร้างบังไพรเพื่อเก็บกลิ่นและเสียงเพราะแค่ลมพัดพากลิ่นโรลออนไปในอากาศ มันก็ไม่เข้ามาใกล้แล้ว

หรือเวลาดำน้ำไปถ่ายปลาไหลชนิดหนึ่งที่จะยืดตัวขึ้นมาจากรูเพื่อกินแพลงก์ตอน เขาต้องคลานเรียบทรายเข้าไปอยู่ใกล้ๆ ทำตัวให้นิ่งที่สุด และค่อยๆ หายใจจนมันชิน เขาขลุกอยู่ตรงนั้น 20 นาที อาจได้เพียง 1 ภาพ และบางครั้งก็ไม่ได้เลยสักภาพ

ในป่าไม่มีอะไรน่ากลัว บารมี เต็มบุญเกียรติ

 

นอกจากนี้ การเข้าป่าต้องเข้าไปก่อนที่สัตว์ป่าจะออกหากิน เขาเล่าให้ฟังถึงกวางผาที่ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่ เขาเข้าไปรอตั้งแต่ตี 4 เพื่อรอให้มันออกมาหาอาหาร เห็นพฤติกรรมของมันจนกระทั่งมันจากไป เขาถึงกลับ แต่ไม่ใช่ว่าไปรอทั้งวันแล้วจะถ่ายภาพไม่ยั้ง เขากล่าวว่า “เราต้องสู้กับตัวเอง” เพราะถ้าถ่ายมาก สัตว์ป่าจะสงสัยและตื่นหนีไป “เราไม่จำเป็นต้องถ่ายทุกแอ็กชั่น แต่รอจังหวะดีๆ อย่างที่เคยได้ยินบ่อยๆ ว่าคุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ”

ชีวิตบนบังไพร

ชีวิตบนบังไพรเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะอยู่คนเดียวครั้งละประมาณ 12 ชั่วโมง ภายในบังไพรขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร และสูง 1.2 เมตร พร้อมข้าว 2 มื้อสำหรับมื้อเช้าและกลางวัน ผลไม้สำหรับมื้อเย็น น้ำเปล่า 3 ลิตร และขวดเปล่าสำหรับทำธุระเบาในบังไพร เขาจะไม่ออกไปไหนและส่งเสียงให้เบาที่สุด

“เวลาที่ป่าเงียบมากๆ สัตว์ป่าก็จะยิ่งตื่นง่าย” เขาเล่าว่าเมื่อก่อนที่ยังใช้กล้องฟิล์ม เสียงชัตเตอร์และเสียงกรอฟิล์มแต่ละครั้งจะดัง “มันเป็นเสียงที่ธรรมชาติไม่มี” เขากล่าว แต่สมัยนี้กล้องถูกพัฒนาให้เป็นดิจิทัล มันดีตรงที่สามารถถ่ายวิดีโอได้และเสียงเงียบมาก

ในป่าไม่มีอะไรน่ากลัว บารมี เต็มบุญเกียรติ

 

แต่ไม่ว่าเขาจะมีประสบการณ์มากเท่าไรก็ยังไม่สามารถทายใจสัตว์ป่าได้ “เราไม่สามารถคาดการณ์ธรรมชาติได้เลยแต่ที่ทำได้คือ ดูฤดูกาล วางแผน สร้างภาพในใจ และเข้าไปหาภาพนั้น” การเฝ้ามองในแต่ละครั้งเขามักจินตนาการเป็นภาพต่างๆ เพื่อวางแผน ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ จะได้รู้ว่าต้องถ่ายแบบไหน

เขายังกล่าวด้วยว่า “วิธีทำงานกับธรรมชาติคือ เข้าให้บ่อยที่สุด ยิ่งเราเข้าไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ธรรมชาติจะเปิดโอกาสให้เราเอง”

“อย่างผมถ้าเข้าไปแล้วไม่เจออะไรก็ไม่รู้สึกผิดหวัง แต่จะกลับมามองว่าเราทำตัวได้ไม่เนียนหรือเปล่า และทุกครั้งเราจะเห็นพฤติกรรมของสัตว์ ได้ข้อมูลกลับมา ครั้งหน้าพอมันทำแบบนั้นอีก เราก็จะรู้แล้วมันจะทำอะไรต่อไป ซึ่งทำให้เราถ่ายภาพได้ทัน” ล่าสุดเขาเพิ่งไปตามหาช้างที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงและกล้วยไม้หน้าฝนหายาก

ในป่าไม่มีอะไรน่ากลัว บารมี เต็มบุญเกียรติ

 

อนุรักษ์ทางอ้อม

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เขาต้องเข้าห้องสมุดมากกว่า 2 แห่ง เพื่อหาข้อมูลวัวแดงในประเทศไทย นั่นเพราะข้อมูลสัตว์ป่ามีน้อยมาก ถ้ามีก็เป็นหนังสือวิชาการที่ใช้ศัพท์วิชาการในการเขียน ดังนั้น เขาจึงเป็นนักเขียนและช่างภาพที่บอกเล่าเรื่องราวจากป่าให้คนทั่วไปได้รู้จักกันมากขึ้น

“พอเราไปเจอเหตุการณ์ที่คนอื่นไม่เคยเห็นก็จะนำมาเขียน ทำให้คนรู้จักเรื่องราวของสัตว์ชนิดนั้นมากขึ้น การอนุรักษ์เริ่มจากการรู้จัก พอเขารู้จักก็จะเกิดความเข้าใจ ความรัก และการอนุรักษ์จะตามมา” เขาเรียกบทบาทนี้ว่าการอนุรักษ์ทางอ้อม ผ่านตัวหนังสือและภาพถ่ายที่เขาทำมาตลอดสิบๆ ปี

เสี่ยง กลัว ท้าทาย

ถามเขาว่าเวลาอยู่ในป่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง เขาตอบแกมถามว่าอยู่กรุงเทพฯ ไม่เสี่ยงหรืออย่างไร “ชีวิตเรามีความเสี่ยงได้ทุกที่ถ้าทักษะไม่ดี” อย่างการถ่ายภาพธรรมชาติต้องใช้ทักษะการเดินป่า การใช้ชีวิตกลางแจ้ง ความรู้พฤติกรรมสัตว์ป่าเพื่อที่จะรู้ทางหนีทีไล่เมื่อเจอเหตุการณ์อันตราย แต่คนเข้าป่าแล้วเป็นอันตรายส่วนใหญ่คือ ไม่รู้

ในป่าไม่มีอะไรน่ากลัว บารมี เต็มบุญเกียรติ

 

ยกตัวอย่าง เขาใหญ่ เวลานักท่องเที่ยวปั่นจักรยานหรือขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาใหญ่แล้วเจอช้างป่าข้างถนน เขารู้หรือไม่ว่า ช้างเขาใหญ่ไม่ชอบมอเตอร์ไซค์กับจักรยานมาก
เห็นแล้วจะวิ่งไล่ ซึ่งถ้านักท่องเที่ยวรู้ตั้งแต่แรก พอเห็นช้างก็จะหันหลังกลับและหนีมันไป ไม่ใช่เข้าใกล้ยกมือถือขึ้นมาถ่ายแล้วโดนช้างวิ่งไล่แทน

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขายกให้ป่าเมืองไทยขึ้นชื่อเรื่อง “ความยากและท้าทาย” เพราะพื้นที่ป่าปิด มีปริมาณสัตว์ป่าน้อยเมื่อเทียบกับทวีปแอฟริกา อย่างเคนยาหรือแทนซาเนียที่เป็นพื้นที่โล่งและเห็นฝูงสัตว์ขนาดใหญ่จากระยะไกล แต่สำหรับเมืองไทย มีวัวแดงฝูงหนึ่งอยู่ห่าง 40 เมตร ยังมองไม่เห็นตัวพวกมัน ซึ่งเขาเรียกว่า “เสน่ห์”

“การถ่ายภาพธรรมชาติที่ยากที่สุดคือ สัตว์ป่า ยากที่สุดของสัตว์ป่าคือสัตว์กลางคืน บางคนคิดว่าเสือโคร่งถ่ายยากแต่ไม่ยากเท่าสมเสร็จ เสือลายเมฆ และแมวลายหินอ่อน ที่หากินตอนกลางคืนและมีจำนวนน้อย” เขากล่าว

ถามต่อว่า “กลัวสัตว์ป่าไหม” เขาคิดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า“ไม่มี” ที่อาจทำอันตรายได้มากที่สุดคือ งู แต่ส่วนใหญ่มันจะหนีคน และเขาได้ย้ำถึงเรื่องที่ต้องตระหนักที่สุดคือ “ถ้าเรา
รู้พฤติกรรมสัตว์ป่า ในป่าก็ไม่มีอะไรน่ากลัว”

โลกของบารมี

ถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ เขาอยากให้โลกใบนั้น “ไม่มีเมืองอยากให้โลกย้อนกลับไปสมัยโบราณ คนหาของกินในป่า สร้างบ้านในป่า ผมว่าการมีชีวิตอยู่ในธรรมชาติมันไม่มีอะไรเกิน มันลงตัว มันมีสมดุลไปตามวงจรชีวิต”

“ทุกวันนี้คนใช้ธรรมชาติเป็นสิ่งกล่อมเกลาจิตใจ เพราะเราอยู่ท่ามกลางสิ่งเร้าและอยู่กลางมลพิษที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้” เขากล่าว และยังแสดงทัศนะถึงการล่าสัตว์ในปัจจุบันที่บางครั้งมันเรียกว่ามหกรรมการล่า ไม่ใช่การล่าเพื่อกิน กลายเป็นว่ามนุษย์พึ่งพิงธรรมชาติแบบเกินจำเป็น จนตอนนี้ธรรมชาติส่งสัญญาณเตือนให้สิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างเราได้รับรู้ผลของการกระทำแล้ว

ติดตามการเดินทางและชมภาพถ่ายสวยๆ ของบารมี เต็มบุญเกียรติ ได้ที่เฟซบุ๊ก Baramee Temboonkiat Fanpage หรือสนใจ ซื้อหนังสือรวมภาพถ่าย Wild Range ที่เหลือไม่ถึง 70 เล่ม ได้ทางเฟซบุ๊กเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท