posttoday
เลาะทะเลสาบ หาสงขลาหลายมุม

เลาะทะเลสาบ หาสงขลาหลายมุม

11 กรกฎาคม 2558

สงขลานี่ยังไงกัน เวลาเดินทางไปสงขลาปลายทางบอกหาดใหญ่ สนามบินก็ชื่อท่าอากาศยานหาดใหญ่

โดย...กาญจน์ อายุ

สงขลานี่ยังไงกัน เวลาเดินทางไปสงขลาปลายทางบอกหาดใหญ่ สนามบินก็ชื่อท่าอากาศยานหาดใหญ่ สามส่วนสี่ของแผนที่เป็นเมืองหาดใหญ่ ยังดีมี “ทะเลสาบสงขลา” ทำให้ไม่ลืมว่าหาดใหญ่เป็นอำเภอ และสงขลาเป็นจังหวัดที่มีอย่างอื่นให้เที่ยวนอกจากหาดใหญ่

เพียงเลาะทะเลสาบสงขลาก็เจอหลายอย่างแล้ว

ย่านเก่า 3 ถนน

สามส่วนสี่ของแผนที่เป็นเมืองหาดใหญ่ อีกส่วนที่เหลือคือ เมืองเก่าสงขลา แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ทั้งห้องแถวไม้แบบจีนและตึกชิโนยูโรเปียน อาคารเก่ายังถูกใช้เป็นบ้านเรือนของชาวสงขลาในวันนี้ ย่านที่น่าเดินชมอยู่บนถนนนครใน นครนอก และถนนนางงาม ถนน 3 สายสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตแต่ยังคงมีชีวิตถึงปัจจุบัน

เลาะทะเลสาบ หาสงขลาหลายมุม ภาพพระเจ้าอยู่หัวในบ้านหญิงชรา

 

ย่านนี้เป็นย่านค้าขายของชาวจีนฮกเกี้ยนที่ใช้ทะเลสาบสงขลาเป็นประตูสู่ตลาดโลกโดยเฉพาะกับมาเลเซีย หลักฐานมีอยู่บนถนนนครนอก โรงสีข้าวเก่าชื่อ หับ โห้ หิ้น เคยเปิดกิจการเมื่อปี 2457 ชาวบ้านเรียกว่า โรงสีแดง เพราะอาคารทาด้วยสีแดงทั้งหลัง วันนี้ก็ยังเป็นสีแดงสดแต่ถูกปรับให้เป็นอาคารอนุรักษ์ เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปอ่านข้อมูลและถ่ายภาพได้ตามอัธยาศัย

หับ โห้ หิ้น เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน แปลว่า ความสามัคคี ความกลมเกลียว ครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงสีข้าวขนาดใหญ่ที่มีเครื่องจักรทันสมัยที่สุดในยุคนั้น รับสีข้าวจากชาวนาที่ปลูกข้าวรอบทะเลสาบสงขลา ขนส่งกันมาทางเรือ และจำหน่ายข้าวไปยังเมืองเปรัคและอีโปในมาเลเซียด้วย แต่ในปี 2490 โรงสีข้าวต้องยุติกิจการเพราะกิจการโรงสีข้าวบูมมากจนรายย่อยแย่งส่วนแบ่ง โรงสีจึงเปลี่ยนเป็นโรงงานผลิตน้ำแข็งช่วงหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโกดังเก็บยางพาราเพื่อลำเลียงไปยังเกาะหนูจุดที่จะถ่ายเทสินค้าไปต่างประเทศ แต่เมื่อมีท่าเรือน้ำลึกสงขลาทำให้เรือลำเลียงหมดหน้าที่

โชคดีที่เจ้าของหับ โห้ หิ้น ยังเก็บรักษาโรงสีแดงแห่งนี้ไว้ แม้วันนี้จะเป็นเพียงท่าเทียบเรือประมงขนาดเล็ก แต่บทบาทด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเป็นเรื่องใหญ่และมีคุณค่าระดับประเทศ

เลาะทะเลสาบ หาสงขลาหลายมุม วินมอเตอร์ไซค์ขับผ่านโรงสีแดงหับ โห้ หิ้น

 

เวลาเดินเที่ยวในย่านเมืองเก่าไม่ต้องกางแผนที่ก็ไม่หลง แค่เดินเลียบทะเลสาบสงขลาไปเรื่อยๆ พอเจอซอกซอยก็เลี้ยวเข้าไปดูมันจะเชื่อมกับถนนนครใน จากนครในเดินเข้าซอยรามัญตัดกับถนนนางงามจะพบจุดถ่ายภาพสตรีทอาร์ตบนกำแพงตึกชื่อ ภาพร้านน้ำชาฟุเจา ตึกแถวนั้นเคยเป็นร้านกาแฟฟุเจา บรรยากาศภายในร้านก็เป็นเหมือนภาพวาด ชายแก่ 3 คนกำลังนั่งดื่มชาคุยกันสนุกสนาน และปริศนาภาพมีแมวกี่ตัวที่ใครมาก็ต้องหาให้ครบ

ถนนนางงามมีร้านอาหารเด็ด เช่น ร้านเกียดฟั่ง โกยาว ข้าวสตู สตูหมูเมนูของชาวจีนฮกเกี้ยน น้ำซุปคล้ายกวยจั๊บน้ำข้นแต่ใส่กะทิ จัดเต็มด้วยหมูตุ๋น เครื่องใน และเลือดหมูรับประทานกับข้าวสวยราดน้ำจิ้มรสหวานที่เป็นสูตรเฉพาะร้านนี้ ไอศกรีมบันหลีเฮง เฒ่าแก่นำสูตรมาจากมณฑลฮกเกี้ยนทีเด็ดอยู่ที่ไอศกรีมถั่วเขียว ร้านโจ๊กเกาะไทย บ้านขนมไทยสองแสน ร้านขนมบอกคุณเล็ก เต้าคั่วป้าจวบ และกวยจั๊บเจ๊น้อย เรียงรายกันไปริมสองข้างทาง

แต่เดิมถนนนางงามชื่อถนนเก้าห้อง เพราะบนถนนมีอาคารเพียง 9 คูหา แต่มีอยู่ปีหนึ่งทาง จ.สงขลา ได้จัดงานปีใหม่และการประกวดนางงามขึ้น ปรากฏว่านางงามในปีนั้นมาจากถนนเก้าห้อง ชื่อถนนจึงถูกขนานนามว่าถนนนางงามจนถึงวันนี้

เลาะทะเลสาบ หาสงขลาหลายมุม ฝูงควายเล็มหญ้าในทะเลน้อย

 

ลักษณะสถาปัตยกรรมบนถนนทั้ง 3 สายมี 4 แบบ ได้แก่ ตึกแถวแบบจีนดั้งเดิมสร้างขึ้นมาตั้งแต่ตั้งเมืองสงขลาหรือในปี 2379 เป็นอาคาร 2 ชั้น ด้านหน้าเป็นพื้นที่ค้าขาย ด้านหลังเป็นที่อยู่อาศัย ชั้นบนเป็นที่เก็บของและมีช่องเล็กๆ ไว้ส่งสินค้า มีหน้ากว้างแคบแต่ยาวประมาณ 30-40 ม. กลางบ้านจึงมีช่องเปิดโล่งให้แสงธรรมชาติเข้าบ้าน แบบที่สอง ตึกแถวแบบจีนพาณิชย์ ดัดแปลงมาจากแบบแรกเพื่อความสะดวกในการค้าขาย สาม ตึกแถวแบบสงขลาหรือชิโน-ยูโรเปียน อาคารจะมีลายประดับแบบจีนและยุโรป รูปแบบคล้ายกับตึกแบบชิโนโปรตุกีสที่พบในภูเก็ต แต่ที่สงขลาไม่มีทางเดินใต้อาหารหรือที่เรียกว่าหงอคา และสี่ ตึกแถวแบบจีนสมัยใหม่ ส่วนใหญ่สูง 2-4 ชั้น บ้างเป็นหลังคาจั่ว บ้างเป็นหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) และมีแผงปกปิดหลังคาพร้อมอักษรสลักปี พ.ศ.บนนั้น

ย่านเก่าริมทะเลสาบสงขลาอยู่เที่ยวได้ทั้งวัน โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายภาพน่าจะเอนจอยในทุกๆ ก้าวที่เดิน เพราะแค่เดินจากบ้านหลังหนึ่งไปอีกบ้านก็ได้ภาพที่สวยต่างกัน แค่ประตูบ้านก็บอกเรื่องราวของบ้านหลังนั้นแล้วซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดให้อยากเดินไปเรื่อยๆ เผื่อข้างหน้าจะมีประตูเจ๋งๆ ให้บันทึก

ทะเลน้อยแต่มากมาย

ทะเลสาบสงขลาครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช และพัทลุงทั้งจังหวัด ทะเลสาบแบ่งเป็น 3 ส่วนแต่ละส่วนมีชื่อเรียกต่างกัน ตอนบนเรียกทะเลน้อยเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาด 26.91 ตร.กม. ตอนกลางเรียกทะเลหลวงมีขนาดใหญ่ที่สุด และตอนล่างเรียกทะเลสาบสงขลา เป็นน้ำเค็มและน้ำกร่อยเพราะติดกับทางออกที่เชื่อมกับทะเลอ่าวไทย

เลาะทะเลสาบ หาสงขลาหลายมุม โนราน้อย

 

ทะเลน้อยอยู่ห่างจากสงขลาประมาณชั่วโมงครึ่ง เดินทางผ่าน สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ที่เชื่อมระหว่างบ้านหัวป่า อ.ระโนด จ.สงขลา กับบ้านไสกลิ้ง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง มีความยาวประมาณ 17 กม. อย่าคิดจะกลั้นหายใจแล้วอธิษฐานเด็ดขาด

บนสะพานมีจุดให้พักรถเพื่อชมทัศนียภาพเป็นระยะๆ ถ้าเป็นในช่วงนี้ซึ่งแล้งสุดในรอบปีจะเห็นนกหลายชนิดหาอาหารกินจากโคลนดิน (ตามข้อมูลบอกไว้ว่ามีนกมากกว่า 280 ชนิดพบในทะเลน้อย) และเป็นช่วงแฮปปี้ไทม์ของฝูงควายที่จะได้เล็มหญ้าอ่อนๆ นอนแช่ปลักเย็นๆ จนกว่าเจ้าของจะมาต้อนกลับบ้าน น้ำในทะเลน้อยจะกลับมาเต็มอีกครั้งหลังฤดูฝน ซึ่งปีนี้น่าจะช้ากว่าปกติเพราะปริมาณน้ำฝนไม่มากแม้ว่าจะตกบ่อย และเมื่อน้ำเต็ม ควายนอนปลักที่เห็นในวันนี้จะกลายเป็นควายน้ำไปโดยปริยาย และเหง้าบัวที่อยู่ใต้ดินจะถูกชุบชีวิตยืดสายออกดอกอีกครั้ง ทำให้ช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย.ของทุกปีเป็นเทศกาลชมบัวแดงสายของทะเลน้อย ซึ่งที่นี่ดังมาก่อนและสวยงามไม่แพ้ทะเลบัวแดงกุมภวาปีที่อุดรธานี

ถนนมีไบค์เลนแยกต่างหากทั้งเลนซ้ายและขวา แต่นักปั่นต้องมีความชำนาญเพราะบนสะพานลมแรง พัดหวน และรถยนต์ขับเร็ว ขนาดยืนถ่ายภาพอยู่ที่จุดพักรถยังรู้สึกถึงแรงดูดเวลารถขับผ่าน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าถนนเส้นนี้ค่อนข้างเป็นอันตรายต่อนักปั่น แม้จะมีป้ายบอกตลอดทางให้ระวังจักรยานก็ตามที

เลาะทะเลสาบ หาสงขลาหลายมุม สามคลองบรรจบที่คลองแดน

 

เสาร์นี้ที่คลองแดน

บ่ายแก่ๆ วันเสาร์ชาวสงขลาและใกล้เคียงมีนัดกันที่ ตลาดริมน้ำคลองแดน ที่มักจะมีคำนิยามต่อว่า สามคลอง สองเมือง เพราะที่ตั้งเป็นเช่นนั้น

ชุมชนคลองแดนอยู่ใน ต.คลองแดน อ.ระโนด จ.สงขลา ถ้าไปชมทะเลน้อยช่วงบ่าย ขากลับเข้าเมืองสงขลาสามารถมาเดินตลาดต่อได้พอดี ในอดีตชุมชนนี้เป็นแหล่งค้าขายที่รุ่งเรืองเพราะเป็นจุดบรรจบของคลอง 3 สายที่นำพาการค้าเข้ามา ลำน้ำทางทิศเหนือชื่อ คลองปากพนัง เชื่อมต่อกับ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นทางเชื่อมออกสู่ทะเลอ่าวไทย ลำน้ำทางทิศตะวันตกคือ คลองชะอวด และทางทิศตะวันออกคือ คลองระโนด ทั้งสองคลองไหลออกสู่ทะเลสาบสงขลาในพื้นที่ จ.สงขลา การคมนาคมที่สะดวกทำให้คลองแดนกลายเป็นแหล่งค้าขายสำคัญ แต่เมื่อมีถนนตัดผ่านคลองก็ลดความสำคัญลง

จุดเริ่มต้นแผนพัฒนาชุมชนคลองแดนเริ่มที่เจ้าอาวาสวัดคลองแดนได้ไปหาอาจารย์ด้านสถาปัตย์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยเพื่อปรับปรุงวัด จากนั้นก็ขยายไปสู่ชุมชนโดยมีตลาดน้ำอัมพวาและตลาดโบราณสามชุกเป็นต้นแบบ ด้วยความเข้มแข็งของชาวบ้านได้ช่วยกันพัฒนาบ้านของตัวเองจนในที่สุดพัฒนาเป็นตลาดริมน้ำคลองแดน ไม่ใช่ตลาดน้ำที่มีขายอาหารทางเรือ แต่ชาวบ้านได้นำอาหารจากไร่สวนของตัวเองมาจำหน่ายริมน้ำ เมนูเด็ดคือข้าวยำใบบัว ข้าวเกรียบปากหม้อน้ำกะทิ ข้าวตังน้ำแตงโม และน้ำสมุนไพรใส่กระบอกไม้ไผ่

เลาะทะเลสาบ หาสงขลาหลายมุม นักท่องเที่ยวและชาวบ้าน แห่มารับประทานอาหารที่ตลาดคลองแดน

 

ตลาดแห่งนี้ไม่ใช้โฟมและไร้แอลกอฮอล์ 100% พอซื้ออาหารเสร็จก็นำมารับประทานบนเสื่อสาด มีโต๊ะไม้ไผ่เตี้ยๆ ให้ใช้บริการฟรี นักท่องเที่ยวกระจายรายได้ได้ตั้งแต่ 15.30-21.00 น. เวลาดี 18.00 และ 19.00 น. จะมีการแสดงโนราจากเด็กๆ ร่วมสืบสานวัฒนธรรม
ท้องถิ่นและเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวได้ชม

พัทลุง ถูกเลือกให้เป็น 1 ใน 12 เมืองในโครงการ “12 เมืองต้องห้าม...พลาด PLUS” ตามแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดในประเทศปี 2559 พัทลุงถูกพลัสไปกับนครศรีธรรมราชโดยเน้นขายการท่องเที่ยวแบบธรรมะและธรรมชาติ

ส่วนสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถูกยกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในโครงการ “เขาเล่าว่า...” โครงการต่อเนื่องจากดรีม เดสทิเนชั่น ของปี 2557 ภายใต้แนวคิด สร้างเรื่องราวจากความเชื่อเพื่อกระตุ้นให้คนไทยอยากเดินทาง ซึ่งสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ เชื่อว่าเป็นสะพานแห่งความสุขที่ต้องมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต

เลาะทะเลสาบ หาสงขลาหลายมุม หว่านแหในแอ่งน้ำที่เหลืออยู่

 

นอกจากแคมเปญกระตุ้นนักท่องเที่ยวไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังมีกิจกรรมพิเศษ “ทุกล้านคน ลุ้นเที่ยวฟรีเมืองไทย” ที่ล่าสุดได้มอบรางวัลนักท่องเที่ยวคนที่ 15 ล้านของปีนี้ชื่อ โรซิต้า บินเตียน นามยาน (Rozita Binti Namyan) ชาวมาเลเซียพร้อมสามี ได้รับรางวัลบัตรโดยสารการบินไทย เส้นทางไป-กลับจากประเทศต้นทางมายังกรุงเทพฯ ที่พัก 5 คืน สมาร์ทโฟน ซิมการ์ดแบบเติมเงิน และแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตบวกค่าโทร

ทั้งคู่มาเที่ยวประเทศไทยครั้งแรกโดยเลือกเดินทางมายังเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ทุกวันนี้หาดใหญ่มีสายการบินทั้งพรีเมียมและโลว์คอสต์บริการหลายเจ้า บินตรงจากกรุงเทพฯ และกัวลาลัมเปอร์หลายเที่ยวบิน รองรับทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจสู่หัวเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้แห่งนี้

เลาะทะเลสาบ หาสงขลาหลายมุม ภาพร้านน้ำชาฟุเจาริมกำแพง

 

เลาะทะเลสาบ หาสงขลาหลายมุม ร้านกาแฟโกปี๊ออย

 

เลาะทะเลสาบ หาสงขลาหลายมุม ยอในทะเลสาบสงขลา

 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69