
บริหารองค์ความรู้ ต่างวัย ต่างสไตล์
การศึกษา เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคนโสด หรือวัยเกษียณ ยังสามารถเรียนรู้
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล / รุ่งรักษ์ ฐามนกิจประสาท / พิมภัทรา วิบูลย์ริทธิ์
การศึกษา เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคนโสด หรือวัยเกษียณ ยังสามารถเรียนรู้และใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณจะเป็นอาจารย์หรือไม่ก็ตาม
‘ความรู้’ มีแล้วต้องแบ่งปัน
นอกเหนือจากงานประจำในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท พิกเซล อินเตอร์แอคทีฟ แล้ว ปัจจุบัน ศิริพร เภกะสุต ยังจัดสรรเวลาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมงในแต่ละสัปดาห์ให้กับงานสอนหนังสือในหลักสูตรดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ในสถาบันการศึกษาต่างๆ ด้วย
ล่าสุด เป็นวิทยากรพิเศษพร้อมบรรยายหัวข้อการตลาดออนไลน์ให้กับนักศึกษาที่วิทยาลัยเทคโนโลยีวานิชบริหารธุรกิจ และเตรียมงานสอนในสถาบันการศึกษาอื่นๆ ที่เชิญให้เธอไปแบ่งปันความรู้ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จากการทำงานจริงให้กับนักเรียน นักศึกษาด้วย
ศิริพร เล่าว่า เริ่มกิจกรรมการสอนมาได้ระยะหนึ่ง เป็นแรงบันดาลใจหลักตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยมีความสนใจอยากเป็นครูสอนหนังสืออยู่แล้ว กระทั่งเมื่อมีโอกาสจากการที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงงานด้านสื่อดิจิทัลแบบครบวงจรที่ทำอยู่ และพอดีกับที่ได้คุยงานกับพันธมิตรที่ชักชวนให้ไปเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อดังกล่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอถนัดพอดี
สำหรับการบรรยายแต่ละครั้งจะมีการวางธีม หัวข้อ ที่มองแล้วว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับนักเรียน นักศึกษาให้ได้มากที่สุด อย่างช่วงที่ผ่านมา การตลาดหรือการทำธุรกิจออนไลน์ ในบ้านเรามีแนวโน้มเติบโตสูง หลายคนสนใจเรื่องออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง อย่างการแนะนำเครื่องมือการทำตลาดออนไลน์เบื้องต้นว่ามันคืออะไร มีวิธีการทำอย่างไร และจะเป็นประโยชน์อย่างไรกับการเริ่มต้นธุรกิจ จะเป็นประโยชน์มากต่อผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ ยังเป็นการให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวนักเรียนเอง หรือการให้ข้อคิดจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน ด้วยกลุ่มผู้ใช้งานสื่อประเภทนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นนักเรียน นักศึกษา ตั้งแต่ระดับมัธยม ปวช. หรือ ปวส.ไปจนถึงมหาวิทยาลัย เป็นช่วงวัยรุ่นที่ยิ่งจะต้องมีความระมัดระวังต่อการแสดงความคิดเห็น โพสต์ภาพต่างๆ ในพื้นที่สาธารณะ
“หากวันนี้เราโพสต์ภาพ เรื่องราว สิ่งใดๆ ลงไปในโลกอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ถึงแม้จะมองเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เชื่อเถอะว่า ในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้า เราไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ภาพหรือข้อความต่างๆ เหล่านี้จะยังอยู่ต่อไปในอินเทอร์เน็ตไม่หายไปไหน เป็นอีกหนึ่งคีย์เวิร์ดสำคัญที่อยากบอกเล่าให้เด็กๆ ฟัง” ศิริพร อธิบาย
สำหรับความรู้หรือความสนใจด้านออนไลน์ หรืออินเทอร์เน็ต นั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องถูกจำกัดวงเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่คนในรุ่นอื่นๆ ที่สนใจก็สามารถเข้าไปหาความรู้ในเรื่องนี้ได้ ต้องยอมรับว่ากระแสออนไลน์ได้เริ่มแทรกซึมเข้ามาทีละเล็กละน้อยในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในเรื่องของการค้า การทำธุรกิจ
ศิริพร บอกว่า การสอนหรือการบรรยาย เป็นเรื่องที่ไม่ยากและไม่ง่ายทีเดียวนัก ที่แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่เจอเป็นประจำจากงานที่ทำอยู่ แต่ก็ต้องมีการวางแผนไปก่อนว่าจะนำบทเรียนหรือเนื้อหาแบบใดไปสอนให้กับนักเรียน
ปัจจุบันงานสอนมาร์เก็ตติ้ง ออนไลน์ยังได้ขยายวงไปยังกลุ่มผู้ใหญ่ในหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ตามมาด้วย ซึ่งเธอบอกว่ารู้สึกยินดีและมีความสุขกับสิ่งที่เรียกว่า “ความรู้” ที่ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้รู้เพียงคนเดียว แต่ควรมีไว้เพื่อแบ่งปัน
การเรียนรู้ไม่สิ้นสุด
สำหรับ รศ.ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ที่อยู่กับการสอนหนังสือเกือบตลอดชีวิต เห็นว่า “ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เงินทองเสมอไป ช่วงที่มีความสุขที่สุดไม่ได้มาตอนที่สามารถหาเงินได้มากที่สุด แต่เป็นตอนที่มีอิสระกับชีวิต หรือหลังเกษียณไปแล้ว”
และชีวิตหลังเกษียณก็คือการเรียนรู้ในศาสตร์สาขาวิชาอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้เพื่อการสอน แต่เป็นการเติมเต็มความรู้ให้กับชีวิตอย่างมีความสุข
อาจารย์ไพโรจน์ เล่าว่า สมัยเป็นอาจารย์สอนหนังสือ จะมีวิธีการสอนที่ไม่จ้ำจี้จ้ำไชมาก แต่เป็นการสอนโดยเน้นการเขียน คือ เขียนเยอะ และสอนแบบชี้นำมากกว่าบอกตรงๆ เพื่อให้นิสิตได้คิด และหาความรู้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นวิธีการที่ตัวเองใช้ในการศึกษามาตลอดชีวิต
“สมัยเรียนต้องดิ้นรน เพราะกลัวจะไม่ได้เรียน พ่อแม่เปิดร้านขายของชำ ตัวเองก็คิดว่าต้องหาอะไรทำที่ดีกว่า จุดเปลี่ยนก็คือช่วงที่สอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมได้และสอบชิงทุนโคลัมโบไปศึกษาต่อปริญญาตรี ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์ เพราะชอบวิธีการคิดของเศรษฐศาสตร์และการใช้ตรรกะ”
อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์เริ่มอธิบายปรากฏการณ์ของโลกไม่ได้ มองเห็นว่าเศรษฐศาสตร์เริ่มสิ้นมนต์ขลังหลังปี 1970 เป็นต้นมา ในช่วงที่โลกช็อกกับวิกฤตน้ำมัน มาจนถึงวิกฤตต้มยำกุ้ง นักเศรษฐศาสตร์คาดเดาผิดมาตลอด ในฐานะนักการศึกษามองเห็นว่ามีความรู้แค่เศรษฐศาสตร์อย่างเดียวไม่พอ ทำให้ต้องศึกษาแขนงอื่นต่อไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องการเมือง รวมถึงมิติด้านอื่นๆ
“การหาความรู้เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ชีวิตไม่เบื่อหน่าย” อาจารย์ไพโรจน์ กล่าว
หลังเกษียณได้ทำงานหลายด้านที่เป็นประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาโครงการรถเมล์เอ็นจีวี หรือการทำวิจัยเรื่องกฎหมายล้มละลายก่อนหน้านี้ รวมทั้งเขียนคอลัมน์ให้ความรู้ในหนังสือพิมพ์ เช่น กรุงเทพธุรกิจ มติชน โพสต์ทูเดย์ เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้คนที่สนใจ
อาจารย์ไพโรจน์ กล่าวว่า รู้สึกชอบชีวิตหลังเกษียณมากขึ้น เพราะมีโอกาสทำในสิ่งที่สมัยเป็นวัยรุ่น วัยทำงานอาจจะทำไม่ได้ เพราะถูกบีบรัดโดยสังคมหรือครอบครัว เป็นความสุขที่เกิดจากการหาความรู้ในศาสตร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือปรัชญา ดนตรี ความรัก หรือฟุตบอล เศรษฐศาสตร์เรื่องฟุตบอล เป็นอะไรที่สนุกมาก
“ชอบชีวิตขณะนี้ที่มีหลายทางเลือกและเราเป็นคนเลือก เหมือนหลักการของเศรษฐศาสตร์ เงินกับวัตถุไม่ใช่ปัจจัยหลัก ชอบชีวิตที่เป็นอิสระมากกว่า ช่วงที่มุ่งหาเงินคือช่วงที่ไม่มีความสงบ ไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง มีเงินมากไม่ได้แปลว่ามีความสุขมาก”
ปัจจุบัน อาจารย์ไพโรจน์สอนหนังสือน้อยลงไปมาก แต่ก็มีบ้างเช่นสอนเศรษฐศาสตร์สังคมญี่ปุ่นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่สิ่งที่ทำให้มีความสุขคือมีชีวิตที่เรียบง่ายและไม่ไขว่คว้ามากนัก ทำให้มีเวลาและรู้จักตนเองมากยิ่งขึ้น







