
สัมผัสละมุนในแก้วกาแฟของ เกด-ริน
ว่ากันว่าเมล็ดกาแฟในแต่ละพื้นที่ให้รสสัมผัสและกลิ่นไม่เหมือนกัน ผู้คนที่ดื่มด่ำกับรสชาติของมันก็เช่นเดียวกัน
โดย...พงศ์ พริบไหว ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ว่ากันว่าเมล็ดกาแฟในแต่ละพื้นที่ให้รสสัมผัสและกลิ่นไม่เหมือนกัน ผู้คนที่ดื่มด่ำกับรสชาติของมันก็เช่นเดียวกัน คอกาแฟบางคนชอบแสวงหารสสัมผัสใหม่ๆ บางคนชอบทดลองวิธีในการได้มาของน้ำขมๆ ในแก้ว แต่กับบางคนชอบในเรื่องราวของมัน...
สาวผิวเข้มผู้มีนัยน์ตาคมคนนี้ก็เป็นหนึ่งในผู้คนมากมายที่หลงรักกาแฟ ทว่าเธอจัดอยู่ในประเภทอย่างหลัง สาวคนนี้มิได้ชอบการดื่มหรือชอบแสวงหากาแฟรสเลิศ แต่เธอหลงรักในคำว่ากาแฟและพยายามบันทึกเรื่องราวของมันกลั่นออกมาเป็นหยดๆ ให้ได้รสขมและกลมกล่อม คล้ายกับในเวลานี้ ที่เธอกำลังยืนในร้าน “Gallery กาแฟดริป” แล้วง่วนอยู่กับการดริปกาแฟใส่แก้วเพื่อยกมาเสิร์ฟ ดูเหมือนว่าบรรยากาศแวดล้อมของที่นี่จะหล่อหลอมให้สาวคนนี้หลงเสน่ห์ของกาแฟแล้วถ่ายทอดมันออกมาเป็นตัวหนังสือในฐานะนักเขียน
เกศรินทร์ สีหเนตร (เกด-ริน) หลังจากที่ทำงานเป็นนักข่าวได้ 5 ปี เธอตัดสินใจลาออกไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และหลังจากกลับมาเมืองไทยร้าน “Gallery กาแฟดริป” ที่หอศิลป์ได้เปลี่ยนชีวิตเธอไปไม่น้อย เนื่องจากได้เข้ามาช่วยทำงานที่ร้านแห่งนี้ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เธอได้เริ่มเรียนรู้เรื่องราวของกาแฟ
“เราเริ่มมาจากชงกาแฟไม่เป็น แต่พอมาทำงานที่นี่เราก็เกิดอยากรู้อยากเห็นได้เรียนรู้การชงกาแฟ ได้ไปพบปะผู้คนในแวดวงกาแฟ เรียกได้ว่าช่วงชีวิตของเราอยู่กับกาแฟตลอดเวลา เราก็เลยรู้สึกว่าเราอยากเล่าเรื่องในชีวิตเราให้คนอื่นฟัง ก็เริ่มจากการเขียนในเฟซก่อนแล้วเรื่องที่เขียนก็มาจากคำถามของลูกค้า เราก็พยายามหาคำตอบให้พยายามเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้คนที่อยากรู้เข้าใจ” สาวเจ้าเล่าถึงจุดเริ่มต้นในงานเขียนของเธอไว้เช่นนั้น
กาแฟดริปคืออะไร สาวเจ้าเปิดเรื่องราวหนังสือของเธอเล่มล่าสุดที่ชื่อว่า Stories of Drip Coffee “ที่เรียกว่ากาแฟดริป” มาเช่นนั้น เธอในนามปากกา เกด-ริน เล่าในหนังสือของเธอเกี่ยวกับเรื่องราวกาแฟที่ลึกเข้าไปถึงวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ที่มาที่ไปของเมล็ดพันธุ์กาแฟ เธอเลือกที่จะเล่าในแบบที่มิใช่การสอนหรือชี้นำ แต่กลับเลือกอธิบายและพาไปทำความเข้าใจในเรื่องราวของกาแฟในแบบคนที่ลุ่มหลงและรักในรสชาติขมๆ โดยเฉพาะเรื่องราวของกาแฟดริป
“จริงๆ เราเขียนเรื่องกาแฟมาเรื่อยๆ นะเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้เกือบครึ่งเคยเป็นบทความตีพิมพ์มาก่อนแล้ว หลังจากนั้นเราก็นำมาเขียนเพิ่มร้อยเรียงใหม่ให้สมบูรณ์ขึ้นให้เป็นเรื่องที่อ่านกระชับ ซึ่งในหนังสือเราจะเอาเรื่องราวที่เราอยากเล่าเพิ่มมาเสริม ส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้อมูลที่เราได้รับรู้และสัมผัสมาจากผู้คนที่หลงใหลในกาแฟ นำสิ่งเหล่านั้นมาย่อยให้เข้าใจง่ายเป็นเรื่องราวสั้นๆ ที่สนุกๆ และเป็นเรื่องของกาแฟจริงๆ ที่ไม่มีใครพูดถึง
“อย่างเรื่องของการเติบโตจากเมล็ดเป็นต้นกาแฟ แล้วการที่เราเก็บเมล็ดกาแฟจากต้น ว่ามันมีเรื่องราวอะไรบ้างก่อนมาถึงขั้นตอนที่กลายเป็นน้ำอยู่ในแก้ว ซึ่งกาแฟแก้วหนึ่งมันมีขั้นตอนเยอะมาก แต่บางทีแค่เรามานั่งดื่มนั่งกินในร้านเราไม่รู้หรอกว่าจริงๆ กว่าจะมาเป็นแก้วได้มันยากนะ เราก็พยายามหยิบเรื่องราวของกาแฟและผู้คนที่เกี่ยวข้องกับกาแฟตลอดเส้นทางกว่าจะมาอยู่ในร้านกาแฟมาเล่า ซึ่งเรื่องมันเยอะนะ เราก็อยากเล่าเยอะ แต่เราคิดว่าเราอยากให้คนอ่านเข้าใจอะไรง่ายๆ เราก็ย่อยข้อมูลแล้วให้ภาพช่วยเล่าเรื่อง”
หนังสือของเธอนอกจากเรื่องราวกาแฟดริปที่เข้าถึงแก่นแล้ว ยังได้ภาพประกอบจาก A-club มาช่วยเล่าเรื่องของกาแฟผ่านมุมมองช่างภาพที่ชงกาแฟเป็นอาชีพ ซึ่งทำให้หนังสือเล่มนี้ได้ทั้งรสและกลิ่นของกาแฟมาแบบเต็มๆ อ่านเพลินและเข้าใจได้ง่าย ทั้งเรื่องและภาพทำให้เราได้เห็นมุมมองชัดๆ ในเรื่องกาแฟดริป เผลอๆ อ่านจบยังติดในใจว่ามันน่าจะมีต่อซึ่งเป็นหนังสือที่คนไม่ชอบกาแฟก็อ่านได้
เรียกได้ว่าเรื่องราวที่เธอเขียนถึงกาแฟจะติดกลิ่นของการเดินทางมาด้วย ซึ่งแปลกและดูมีเสน่ห์ในแบบเฉพาะตัว ซึ่งคงเป็นเพราะเธอเองเขียนหนังสือเดินทางท่องเที่ยวมาก่อน และก่อนจะลากันตรงนี้อดถามไม่ได้ว่าสาวที่รักอิสระ รักการเดินทางเช่นเธอ เคยเป็นนักข่าว ไปเรียนถึงเมืองนอกแล้วเพราะอะไรเธอถึงหยุดตัวเองไว้ที่เส้นทางสายกาแฟ
“พอเรามารู้อีกทีว่าหลงรักกาแฟ ชีวิตเราก็เริ่มรู้สึกว่าเราอยู่ร้านกาแฟมากกว่าอยู่บ้าน แต่เดิมเราเป็นคนชอบเดินทางมากแต่พอมาอยู่ที่ร้านกาแฟเหมือนเราเปลี่ยนไปนะ คือเหมือนกับว่าเราอยู่กับที่ประสบการณ์หรือเรื่องราวต่างๆ ก็วิ่งเข้ามาหาเอง ซึ่งมันเหมือนเราได้ก้าวออกไปจากร้านทั้งๆ ที่เราก็ยืนอยู่ที่เดิม ซึ่งสิ่งนี้มั้งที่ทำให้เราหลงเสน่ห์ของกาแฟ แล้วทำให้เราอยากเล่าเรื่องราวของมันออกมาให้คนที่สนใจในเรื่องกาแฟ"







