posttoday
พ.ท.ธนิต พฤกษ์พณาเวศ การอ่านคืออาหารสมอง

พ.ท.ธนิต พฤกษ์พณาเวศ การอ่านคืออาหารสมอง

28 มิถุนายน 2558

เขาเป็นทหารนักวิชาการดังนั้นงานส่วนหนึ่งคือการสอนหนังสือ ซึ่งสอดคล้องกับอุปนิสัยดั้งเดิมของเขา

โดย...กันย์ ภาพ เสกสรร  โรจนเมธากุล

เขาเป็นทหารนักวิชาการดังนั้นงานส่วนหนึ่งคือการสอนหนังสือ ซึ่งสอดคล้องกับอุปนิสัยดั้งเดิมของเขาที่ชอบอ่านหนังสืออยู่เป็นทุนเดิม เขาอ่านหนังสือเพราะชอบเพราะเป็นอาหารสมองชั้นดี อ่านเพื่อใช้ต่อยอด และพัฒนาเนื้องานที่จะต้องให้ทันโลกทันเหตุการณ์อยู่เสมอ รวมทั้งอ่านเพื่อความบันเทิง เขาจึงอ่านหนังสือหลากหลายประเภท เขาหมดเงินไปกับการซื้อหนังสือเยอะ แต่ถือว่าเป็นการให้อาหารสมองได้ประเทืองปัญญา เป็นเรื่องที่สมควรจ่าย เขามักจะอ่านหนังสือช่วงตอนเช้าและก่อนนอนทุกวัน และช่วงวันหยุดหากไม่ติดภารกิจต้องไปต่างจังหวัด ก็จะพยายามให้เวลากับการอ่านให้มากขึ้น ช่วงเสาร์-อาทิตย์ชอบแนวประวัติศาสตร์ ปรัชญาความคิดต่างๆ ประวัติชีวิตบุคคล รวมทั้งประเภทฮาวทูให้ความรู้ต่างๆ

พ.ท.ธนิต พฤกษ์พณาเวศ การอ่านคืออาหารสมอง

 

1.เป็นหนังสือชุด 2 เล่ม “สิ้นชาติ” บันทึกโดยผู้ที่แพ้สงครามคืออดีตนายกรัฐมนตรี เหงียน เกา กี แปลโดย พงษ์ พินิจ อีกเล่มคือ “แผนชิงชาติ” เขียนโดยผู้ชนะ โดย พลเอก วัน เทียน ดุง เสนาธิการทหาร กองทัพประชาชนเวียดนาม แปลโดย พงษ์ พินิจ เช่นเดียวกัน

เรื่องราวในหนังสือทั้งสองเล่ม เป็นมุมมองของคนในชาติเขาที่มองผ่านกลุ่มคนที่แพ้ และกลุ่มคนที่ชนะ อ่านแล้วได้มุมมองแง่คิดว่าปัญหาของเขามาจากอะไร เขาแก้ปัญหาได้อย่างไร อ่านเรื่องนี้หลายครั้ง หากอ่านตอนเป็นเด็ก กับอ่านตอนเป็นหนุ่ม มุมมองความคิดต่อหนังสือของเราก็เปลี่ยนไปด้วย เคยไหมเราอ่านหนังสือเล่มหนึ่งตอนอายุ 25 ปี แล้วมาอ่านอีกครั้งตอนอายุ 45 ปี ความรู้สึกของเราต่อหนังสือก็เปลี่ยนไปตามเวลา และประสบการณ์ของเราด้วย ก็ดีครับ อ่านแล้วมาย้อนมองประเทศเราเอง หนังสือเล่มนี้พิมพ์ตั้งแต่ปี 2520 เก่ามาก แต่ปัญหาหลายอย่างยังคลาสสิกอยู่เลยครับ ปัญหาแบบนี้ไม่เคยหมดไป

พ.ท.ธนิต พฤกษ์พณาเวศ การอ่านคืออาหารสมอง

 

2.ไซฮั่น เป็นวรรณกรรมเอกของจีน เป็นหนังสือภาพวาดชุด 20 เล่ม เล่มบาง ๆ มีความหนาไม่มาก หนังสือชุดนี้มีภาพประกอบสวยงาม อ่านแล้วเข้าใจง่าย สามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกได้เป็นอย่างดี โดยเริ่มต้นมาเป็นเรื่องในช่วงปลายสมัยราชวงศ์จิ๋นซี ถือเป็นวรรณกรรมเอก ที่ได้อุบัติขึ้นจากพระราชดำริในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ กรมพระราชวังหลังแปล เรื่องราวเก่าพอๆ กับสามก๊ก ถือได้ว่าเป็นวรรณกรรมคู่ฝาแฝดเลยก็ว่าได้ อ่านแล้วทำให้ได้รู้ว่า ผู้นำองค์กรหรือผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องเก่งหรือชำนาญในทุกๆ เรื่อง หากแต่อยู่ที่ในสภาวะของความเป็นผู้นำ จะต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญก็คือ ดูคนให้เป็น ใช้คนให้ถูกกับงาน รู้จักปกครองคน และรู้จักรักษาดูแลคน ให้เขาอยากทำงานอยู่กับเราด้วยความเต็มใจ และเต็มความสามารถ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดก่อนยุคของสามก๊กประมาณ 400 ปี อ่านแล้วได้วิธีคิดที่ดีหลายอย่าง

พ.ท.ธนิต พฤกษ์พณาเวศ การอ่านคืออาหารสมอง

 

3.พจนานุกรมการเมืองสมัยใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขียนโดยไมเคิล ลิเฟอร์ เรียบเรียงโดย ดร.จุฬาพร เอื้อรักสกุล เล่มนี้เหมือนดิกชันนารีทางด้านการเมืองการปกครอง มีศัพท์ทางการเมืองที่เราควรรู้มากมาย เนื้อหาก็เชื่อมโยงการเมืองการปกครองในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียนรู้อดีตเพื่อศึกษาปัจจุบัน อยากรู้ว่าอนาคตจะไปทางไหนก็ต้องเรียนรู้มาจากอดีตด้วย มีศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มขวาจัด และกลุ่มซ้ายจัด ในยุคปี 1970 ยุคปราบคอมมิวนิสต์ อ่านซ้ำหลายรอบ เป็นคนชอบอ่านหนังสือซ้ำเล่มไหนชอบมากจะอ่านซ้ำ 3-4 รอบเลย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท