
พงศาวดารกาสิโน ในสยาม
หากจะว่าด้วยพงศาวดารกาสิโนในสยามแล้ว พระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
หากจะว่าด้วยพงศาวดารกาสิโนในสยามแล้ว พระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ เรื่อง “ตำนานเรื่องเลิกหวยแลบ่อนเบี้ยในกรุงสยาม” โดยเฉพาะบท “ว่าด้วยคุณแลโทษของหวยแลบ่อนเบี้ย” เป็นข้อเขียนที่ดีที่สุดครอบคลุมที่สุดว่าด้วยคุณและโทษของการเปิดบ่อน (รวมถึงหวย) ถูกกฎหมายโดยรัฐ เป็นข้อเขียนที่ยกทั้งข้อดีและข้อเสียอิงกับประโยชน์นิยม ไม่อิงกับอุดมการณ์ทางการเมือง หรือคุณค่าด้านศีลธรรม
รัฐบาลประเทศสยามหรือไทยมีประสบการณ์ครบถ้วนมาแล้วทั้งบ่อนเบี้ยและสถานกาสิโน และมีการประเมินมาแล้วว่าผลลัพธ์เป็นเช่นไร ในยุคของ “บ่อนเบี้ย” เกิดขึ้นในช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลพบว่าประชาชนเล่นพนันกันแบบหัวราน้ำ รัฐบาลได้เงินอากรมากมาย แต่ผลทางสังคมนั้นเลวร้ายมาก ดังที่ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ทรงตั้งข้อสังเกตถึงชุมชนที่มีการเปิดบ่อนว่า
“...ไม่เห็นใครบริบูรณ์ขึ้น พากันเข้าบ่อนทั้งผู้หญิงผู้ชาย ที่รอดอยู่ได้ ก็คือพวกที่ยกบ้านเรือนไปตั้งทำนาอยู่ตามทุ่งนาที่ไกลๆ หรือออกไปตั้งแลกข้าวตกเข้าอยู่ในที่ห่างๆ จากโรงบ่อน พวกนั้นค่อยยังชั่วหน่อยแต่ถึงกระนั้นก็ดี ถ้ามีช่องโอกาสได้ลงมากลางเมืองได้เมื่อไร ขายข้าวได้มีเงินติดตัวอยู่เท่าใด ก็หมดไปเท่านั้นเหมือนกัน...”
ต่อมาในปี 2488 รัฐบาลควง อภัยวงศ์ มีการเปิดบ่อนเสรีกาสิโน คราวนี้ประสบความสำเร็จ เพราะมีคนเข้าใช้บริการล้นหลาม แต่เพราะคนไทยนั้นพนันกันไร้ขีดจำกัดทำให้สิ้นเนื้อประดาตัวกันมาก รัฐได้เงินก็จริง แต่ประชาชนได้ความฉิบหาย สุดท้ายจึงต้องเลิกกันไปในเวลาแค่ 4 เดือน
การพนันอาจทำเงินให้รัฐก็จริง แต่ผลเสียด้านอื่นๆ รุนแรงกว่ากันมาก ประเทศอื่นๆ ที่ทำกันได้อย่างตลอดรอดฝั่ง ผมเชื่อว่าเพราะประชาชนไม่ได้คลั่งไคล้การพนันเท่าคนไทย คนไทยเรานั้นพอลงมือก็เลิกยากเสียแล้ว และกว่าจะเลิกได้ก็เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ถึงเป็นทาสเขาก็ยอม ดังที่ ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ ราชทูตจากประเทศฝรั่งเศส ที่เข้ามาสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า
“...ชาวสยามอยู่ข้างค่อนรักเล่นการพนันเสียเหลือเกิน จนถึงจะยอมผลาญตัวเองให้ฉิบหายได้ ทั้งเสียอิสรภาพความชอบธรรมของตัวหรือลูกเต้าของตัวด้วย ในเมืองนี้ใครไม่มีเงินพอจะใช้เจ้าหนี้ได้ก็ต้องขายลูกเต้าของตัวเองลงใช้หนี้สิน และถ้าแม้ถึงเช่นนี้แล้วก็ยังมิพอเพียง ตัวของตัวเองก็ต้องกลายตกเป็นทาส...”
แม้แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงเห็นเป็นตรรกะว่า การพนันทำให้คนสยามตกลงเป็นทาสมากมาย หากคิดจะเลิกทาสต้องเลิกการพนันเสียก่อน ดังทรงมีพระราชดำริว่า
“...การมีราษฎรที่มัวเมาอยู่ในการพนันย่อมเป็นเหตุนําไปสู่ความวิบัติทั้งทางส่วนตัวและทางความมั่นคงของประเทศชาติ...ข้าพเจ้าเห็นว่ายังมีความขัดข้องอยู่ด้วยกรุงสยามยังมีภาษีหวยถั่วโป การพนันต่างๆ ฝิ่น เหล้าเหล่านี้ ที่จริงได้ทําคนให้เป็นทาษ ให้โทษแก่มนุษย์ทั้งหลาย...จะต้องคิดดับของเหล่านี้เสียก่อนจึงจะเลิกทาษได้...”
แม้ทุกวันนี้ มีแค่บ่อนใต้ดินคนก็ตกลงเป็นทาสหนี้นอกระบบกับผู้มีอิทธิพลมากมาย ยังไม่นับว่าครอบครัวไม่น้อยต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ก็เพราะการพนันอีกเท่าไหร่







