posttoday
ปองพล วาทะกุล ชายผู้มีสองเท้าไว้เกาโลก

ปองพล วาทะกุล ชายผู้มีสองเท้าไว้เกาโลก

27 มิถุนายน 2558

หลังจากสัมภาษณ์ ฟลุค-ปองพล วาทะกุล เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ สองเท้า-เกาโลก

โดย...รอนแรม ภาพ... ปองพล วาทะกุล

หลังจากสัมภาษณ์ ฟลุค-ปองพล วาทะกุล เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ สองเท้า-เกาโลก (www.facebook.com/scratchdaworld) ก็รู้สึกคันมืออยากเล่าต่อขึ้นมาทันที ใครจะเชื่อว่าการเดินทางออกนอกประเทศไทยครั้งแรกเมื่อ 9 ปีที่แล้วจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปโดยสิ้นเชิง จากคนที่ไม่เคยเดินทางกลายเป็นเสพติด และจากพนักงานออฟฟิศกลายเป็นนักเดินทางที่ไปท่องโลกเมื่อใดก็ได้ตามใจ

เริ่มเกา

เขาค้นพบว่าตัวเองเป็นคนชอบเดินทางสมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 เมื่อตัดสินใจไปทำงานและท่องเที่ยวที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับเป็นการเปิดโลกกว้างครั้งแรกในชีวิต “แม้จะสัญญากับครอบครัวไว้ว่าจะมีเงินเก็บกลับมาเยอะๆ แต่กลับแทบไม่เหลือมาเลย” เขากล่าว ตรงกันข้ามสิ่งที่เขาได้กลับมาและมีค่ามากกว่าเงินทองคือประสบการณ์และจุดเปลี่ยนของชีวิต

ปองพล วาทะกุล ชายผู้มีสองเท้าไว้เกาโลก

 

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 9 ปีแล้วที่เขาเดินทางด้วยตัวเอง เมื่อเริ่มทำงานเก็บเงินได้เองก็เดินทางไปเรื่อยๆ โดยเริ่มจากประเทศง่ายๆ อย่างฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย และสิงคโปร์ ชีวิตพนักงานออฟฟิศทำให้เขาต้องวางแผนการเดินทางในวันหยุดและลาพักร้อน ซึ่งนั่นทำให้เขาไม่สะใจจึงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ “ผมลาออกจากงานประจำ”

เขาลาออกจากงานที่มั่นคงในปี 2556 และกลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อสานต่อธุรกิจของครอบครัว “สาเหตุที่ลาออกส่วนหนึ่งเพราะอยากไปเที่ยว” เขากล่าว “ผมต้องออกเดินทางตอนนี้ ตอนที่ยังมีแรง มีสุขภาพที่ดี และที่บ้านยังไหว” เมื่อถามว่ามีความคิดจะกลับไปทำงานประจำอีกไหม เขาตอบว่าคงไม่แล้ว เพราะตอนนี้เขามีอิสระ มีเวลาทำในสิ่งที่อยากทำ และที่สำคัญคือไม่เครียดอย่างเมื่อก่อน

ปองพล วาทะกุล ชายผู้มีสองเท้าไว้เกาโลก

 

เวลาเกา

ฟลุคผ่านมาหมดแล้วทั้งชีวิตของพนักงานเงินเดือนและทำธุรกิจส่วนตัว เขาจึงเข้าใจปัญหาไม่มีเวลาเที่ยว “ผมมองได้สองมุม” เขาแสดงทัศนะ “ระหว่างคนที่บอกไม่มีเวลาทั้งที่สามารถทำให้มันมีได้ กับคนไม่มีเวลาจริงๆ ลองถามตัวเองก่อนว่าเป็นแบบไหน ทุกคนรู้คำตอบของตัวเอง สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับว่าจะทำหรือไม่ก็แค่นั้น”

เขาบอกคนอื่นอยู่เสมอว่าให้ออกเดินทางตั้งแต่วันนี้ “เพราะเวลามันผ่านไปไม่รอใคร แถมยังผ่านไปไวอีกต่างหาก ดังนั้นลองจัดการเรื่องเวลาดูครับ มันมักจะมีมากกว่าคุณคิดเสมอ บางทีไม่ต้องไปไกลๆ แต่ไปเท่าที่มีเวลา อย่ารอแก่แล้วค่อยไป อย่ารอให้วันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วไปไหนไม่ได้แล้ว” ตอนนี้เขาเองก็เดินทางไม่หยุดและมีความสุขเสมอไม่ว่าจะใกล้หรือไกล

ปองพล วาทะกุล ชายผู้มีสองเท้าไว้เกาโลก

 

“ผมมีความสุขตั้งแต่รู้ว่าจะไปช่วงไหน เลือกประเทศอะไร ตอนจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก วางแผนการเดินทางทุกอย่าง และมันจะมีความสุขขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงวันเดินทาง ได้สัมผัสระหว่างทาง จนกระทั่งไปบรรจบกับจุดหมายปลายทางแต่ละที่ หลังกลับมาก็จะแชร์สิ่งเหล่านั้นผ่านช่องทางที่ผมมีทั้งแฟนเพจหรือรีวิวรูปแบบต่างๆ ผ่านตัวหนังสือ ภาพถ่าย และวิดีโอที่ผมทำตั้งใจถ่ายทอด” แค่ฟังเขาพูดก็มีความสุขแล้ว

ผลของการเกา

ทุกครั้งที่ออกเดินทางไม่เพียงแต่ทำให้หายคันเท่านั้น แต่ยังสอนวิชาประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง ทั้งมุมมองการใช้ชีวิตและทัศนคติส่วนตัว เขายกตัวอย่างประเทศอินเดียที่ได้ไปตะลุยเดี่ยวมา 15 วัน ที่แห่งนั้นผู้คนมีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องการอะไรมากมาย ทำให้เขาตระหนักถึงชีวิตของตนเอง

ปองพล วาทะกุล ชายผู้มีสองเท้าไว้เกาโลก

 

“ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องมีเยอะ ไม่จำเป็นต้องอยู่สูงส่ง ขอแค่ใช้ชีวิตบนสิ่งที่เรามี มองวิถีที่เป็นไปแบบเข้าใจโลก ไม่โลภ ไม่หลง แม้ตัวผมเองจะทำไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผมก็ค่อยๆ เปลี่ยนตัวเอง จากเมื่อก่อนที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยก็คิดมากขึ้น เรื่องอะไรปล่อยวางได้ก็ปล่อย มีความสุขในทุกๆ วัน” นอกจากนี้การเดินทางยังฝึกให้เขาเป็นคนคิดบวก ซึ่งวิธีคิดเช่นนี้ช่วยให้ชีวิตง่ายและมีความสุขมากขึ้น

เขาเล่าประสบการณ์ที่ไม่ลืมในทริปอินเดียให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสภาพอากาศหนาวติดลบ แต่ห้องนอนไม่มีฮีทเตอร์ เขาจึงต้องสวมเสื้อ 7 ตัว ผ้านวม 3 ผืน เพื่อผ่านค่ำคืนอันหนาวเหน็บไปได้ หรือเรื่องโดนแขกหลอก เขาต้องเสียเวลาไปครึ่งวันเพราะเสียท่าขบวนการต้มตุ๋น แต่สุดท้ายก็สามารถแก้ปัญหาและไปตามแผนเดิมของตัวเอง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาชอบทริปนี้มากเป็นพิเศษ แม้ว่ามันจะน่ากลัวแต่ก็ “สนุกดี” เขารู้สึกแบบนั้น

ปองพล วาทะกุล ชายผู้มีสองเท้าไว้เกาโลก

 

นอกจากนี้ การเดินทางยังพาไปพบเพื่อนใหม่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เขาอย่างมหาศาล เขาเล่าถึงทริปพม่าที่ได้ไปพบกับนักท่องเที่ยวชาวฟินแลนด์ที่เดินทางจากบ้านเกิดมาแล้ว 2 ปี เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษอยู่ที่เกาหลี 6 เดือน และไปเที่ยวต่ออีก 6 เดือน เพื่อทำตามฝันคือการเที่ยวรอบโลก ชายคนนั้นปลุกไฟในตัวให้ลุกโชนเพราะเขาเองก็ฝันอยากเดินทางไปรอบโลกเช่นกัน

เกาให้ตรงจุด

จากประสบการณ์การเดินทาง เขาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดยอดในด้านต่างๆ ดังนี้ ด้านวัฒนธรรม เขาแนะนำประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะเมืองโตเกียวที่รวมความหลากหลายทั้งวัฒนธรรมสมัยใหม่และดั้งเดิมไว้ด้วยกัน ด้านธรรมชาติ เขายกให้เมืองเลห์ลาดัค ประเทศอินเดีย เป็นเมืองที่อยู่ในอ้อมกอดของหิมาลัย อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,500 ม. และผู้คนก็แสนน่ารัก และด้านสถาปัตยกรรม เขานึกถึงสุดยอดเมืองสถาปัตยกรรมอย่างกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ถูกขนานนามว่าเมืองแห่งปราสาทร้อยยอด เมืองสุดยอดอารยธรรม และเป็นหัวใจแห่งยุโรป

ส่วนทริปหน้าเขาจะไปตะลุยนานถึง 70 วันในเส้นทางรถไฟสายทรานไซบีเรีย ซึ่งเขาตั้งใจจะไปในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ให้รถไฟพาไปเยือนมองโกเลียจนถึงลอนดอน ซึ่งทริปนี้จะเป็นอีกครั้งที่ฉายเดี่ยว (เพิ่งถูกเพื่อนยกเลิกไป) แต่อาจมีเพื่อนร่วมเดินทางบ้างในบางเมือง ซึ่งเขามีแง้มออกมาด้วยว่าอาจจะมีหนังสือท่องเที่ยวของตัวเองถ้ามีโอกาส

โลกของฟลุค

หากเขามีโลกของตัวเอง 1 ใบ อยากให้โลกใบนั้น “เล็ก” เขาขยายความว่า “มันจะดีแค่ไหนถ้ายืนอยู่ที่ญี่ปุ่น แต่อีก 100 กิโลเมตรเป็นปารีส ถัดไปอีกเป็นซานโตรินี ไม่ว่าใครก็สามารถเที่ยวรอบโลกได้ไม่ยาก” นอกจากนี้โลกใบนั้นจะสวยงามไปด้วยธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และไม่มีภัยธรรมชาติ ไม่มีฤดูร้อนที่รุนแรง ไม่มีฤดูหนาวที่โหดร้าย ไม่มีมลพิษใดๆ

“มันอาจจะดูโลกสวย แฟนตาซี และเป็นไปไม่ได้เลย” เขากล่าว แต่นี่คือโลกที่เขาอยากมี

ติดตามการเดินทางของเขาได้แบบเรียลไทม์ที่ สองเท้า-เกาโลก www.facebook.com/scratchdaworld และ www.scratchdaworld.com

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง