posttoday
กลับมาครั้งนี้... ไม่หยุดแค่ทองซีเกมส์

กลับมาครั้งนี้... ไม่หยุดแค่ทองซีเกมส์

21 มิถุนายน 2558

ความสำเร็จของสุธาสินีในครั้งนี้ ยังช่วยปลุกความหวังของวงการกีฬาลูกเด้งไทยในการก้าวไปสู่เวทีระดับเอเชียและระดับโลกในอนาคต

โดย...นูโน่

กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 จบลงไปแล้ว แต่ผลงานและความสำเร็จของ “น้องหญิง” สุธาสินี เสวตรบุตร ไม่ได้จบตามลงไปด้วย ไม่ใช่แค่เพราะสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเทเบิลเทนนิสหญิงเดี่ยวให้ทีมชาติไทยครั้งแรกในรอบ 32 ปี

แต่ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฐานะ “ดาวดวงใหม่ของอาเซียน”

นอกจากจะขึ้นหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ประจำการแข่งขันแล้ว นักตบลูกเด้ง วัย 21 ปีของไทย ยังได้รับเลือกติด 1 ใน 10 ดาวเด่นของมหกรรมกีฬาอาเซียนครั้งล่าสุดจากการประกาศของเว็บไซต์ทางการของซีเกมส์ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. พร้อมกับถูกยกให้เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของภูมิภาค

“ดีใจและภูมิใจ แต่ก็ยังคิดว่ายังเป็นรองนักกีฬาจากสิงคโปร์ และต้องฝึกฝนและพัฒนาขึ้นไปอีก” น้องหญิง ถ่อมตัว

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จครั้งนี้ ไม่ใช่ได้มาเพราะความฟลุก แต่เป็นเพราะพรแสวงและการทุ่มเทให้กับกีฬาชนิดนี้ล้วนๆ

เดี่ยวมือ 1 ของไทยจากแดนใต้ เริ่มเล่นปิงปองตอนอายุ 6 ขวบ ตามคำแนะนำของคุณลุง-ป้า ที่มีลูกเล่นกีฬานี้อยู่แล้ว และเริ่มมีผลงานคว้าแชมป์ต่อเนื่องตั้งแต่รุ่น 8 ขวบ มาจนถึง 12 ปี ก็ติดเยาวชนทีมชาติ และแจ้งเกิดในศึกชิงแชมป์เอเชียที่ญี่ปุ่น ด้วยการคว้าอันดับ 3 ในรุ่น 15 ปี ด้วยวัยเพียง 12

การฉายแววรุ่งของสุธาสินี ทำให้คุณพ่อศักดิ์ชัยและคุณแม่นิตยา เสวตรบุตร ตัดสินใจให้เรียนนอกระบบตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 1 หรือ กศน. เพื่อได้มีเวลาทุ่มเทและฝึกซ้อมปิงปองอย่างเต็มที่ ก่อนจะติดทีมชาติลงแข่งซีเกมส์ครั้งแรกที่ลาว ปี 2009 และคว้าเหรียญเงิน ประเภททีมหญิง และคว้าอันดับ 4 ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2014

แต่แล้วอนาคตในทีมชาติที่กำลังรุ่งก็ต้องชะงักลง เพราะมีเหตุให้หยุดรับใช้ชาติถึง 3 ปี

“ตอนนั้นมีปัญหาเรื่องโค้ชเล็กน้อย เนื่องจากทางครอบครัวต้องการใช้โค้ชส่วนตัว (อาจารย์ไกรวัล ศุภประเสริฐ) ที่สอนมาตั้งแต่เด็ก ขณะที่สมาคมก็มีโค้ชส่วนกลาง จนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พี่ตูน (ณัฐวุฒิ เรืองเวส ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กกท.) เป็นสื่อกลางไปคุยกับพ่อ-แม่ และตัดสินใจเจอกันครึ่งทางกับสมาคม”

แม้จะหยุดเล่นทีมชาติไป แต่น้องหญิงในวัยทีนตอนนั้นก็ไม่ได้หยุดตามฝัน ยังคงแข่งขันในนามสโมสร และมีโอกาสได้ไปเล่นลีกอาชีพที่สาธารณรัฐเช็ก ด้วยสัญญา 2 เดือน และช่วยคว้าแชมป์ประเภททีมได้สำเร็จ

ซีเกมส์ครั้งนี้เป็นการกลับมารับใช้ชาติในมหกรรมกีฬารายการที่ 2 ต่อจากกีฬาเอเชียนเกมส์ 2014 ซึ่งเธอทำผลงานดีสุด ด้วยการเข้ารอบ 32 คน ในประเภทเดี่ยว และจับคู่กับ นันทนา คำวงศ์ เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ประเภทหญิงคู่

“ก่อนไปก็ไม่ได้ตั้งเป้าถึงทอง (เดี่ยว) และสมาคมก็หวังไว้ในประเภทคู่ ยิ่งจับสลากออกมาต้องเจอมือ 1 ของเจ้าภาพ ก็ยิ่งไม่คิดอะไรและทำใจแล้ว แต่พอแข่งไปก็ตีได้และเขาก็กดดันมากขึ้น และเมื่อผ่านสิงคโปร์ได้ ก็ยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้น” สุธาสินี กล่าว

ไม่เพียงแค่คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์สำเร็จเท่านั้น แต่เธอยังยกให้แมตช์ชนะ สิงคโปร์ ในรอบแรก เป็นแมตช์ประทับใจที่สุดในชีวิต และดีใจยิ่งกว่าในรอบชิงชนะเลิศ เพราะเป็นการล้มคู่แข่งที่มีดีกรีถึงเหรียญทองแดงโอลิมปิกและมือ 4 ของโลก

เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า “เราสู้ได้” ในระดับโลก

เมื่อถามถึงนักกีฬาในดวงใจ คำตอบที่ได้แทบจะไม่ต่างจากเยาวชนนักตบลูกเด้งไทยอีกหลายคน คือ “พี่แป๋ว นันทนา” ของน้องๆ ที่ได้ไปเล่นโอลิมปิกถึง 4 สมัย ส่วนขวัญใจต่างชาติ คือ คาสุมิ อิชิคาวา นักกีฬาชาวญี่ปุ่นที่แก่กว่าเพียงปีเดียว

“ชอบวิธีการตีที่ดีของเขา และพัฒนาขึ้นมาเร็วมาก ตอนแข่งเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย เขายังไม่ติดทีมญี่ปุ่นเลย แต่ตอนนี้พัฒนาขึ้นมาอยู่ระดับต้นๆ แล้ว” น้องหญิง กล่าว

สุธาสินี ยังกล่าวถึงความฝันของตัวเองว่า อยากคว้าโควตาไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์สักครั้งในชีวิต ซึ่งน่าจะเริ่มควอลิฟายปลายปีนี้ ส่วนความหวังในการลุ้นเหรียญค่อยว่ากันหลังได้สิทธิไปก่อน

นักศึกษาปี 2 จากรั้วมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ ยังยกเครดิตเบื้องหลังความสำเร็จสูงสุดในทีมชาติชุดใหญ่ให้กับพ่อ-แม่ที่สนับสนุนมาตลอดและตัดสินใจให้เรียน กศน. รวมทั้งโค้ชไกรวัล ที่สอนให้มีสมาธิ อดทนฝึกซ้อม และสอนทุกๆ เรื่อง เช่นเดียวกับโค้ชทีมชาติกรกิจ เสริมกิจเสรี และ อนิศรา เมืองสุข ที่ดูแลในการแข่งขัน

กลับมาครั้งนี้... ไม่หยุดแค่ทองซีเกมส์ สุธาสินี ขอบคุณโค้ชกรกิจ เสริมกิจเสรี

ความสำเร็จของสุธาสินีในครั้งนี้ ยังช่วยปลุกความหวังของวงการกีฬาลูกเด้งไทยในการก้าวไปสู่เวทีระดับเอเชียและระดับโลกในอนาคต ซึ่ง ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสมาคมเทเบิลเทนนิสฯ วางเป้าพัฒนาเยาวชนไทยติดท็อป 10 ภายใน 4 ปี

“เรามองเห็นความสามารถของนักกีฬาไทยมาพอสมควร และถ้ามีการพัฒนาที่ดีต่อเนื่องจะก้าวไปไกลกว่านี้ เพราะกีฬาปิงปองเป็นกีฬาที่คนไทยไม่เสียเปรียบเรื่องรูปร่าง ซึ่งการจัดแข่งระดับนานาชาติและส่งแข่งต่างประเทศ ช่วยได้มากทีเดียว” ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักเป็นทางการของสมาคม กล่าว

ทั้งนี้ แผนงานหลักๆ 4 ด้านที่หวังยกระดับวงการเทเบิลเทนนิสไทย คือ 1.การขยายฐาน โดยจัดการแข่งขันกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค เพื่อให้มีตัวเลือกมากขึ้น 2.คัดนักกีฬาพรสวรรค์ หรือช้างเผือก เข้าโครงการพิเศษเป็นการเฉพาะตัว เช่น การส่งนักกีฬาไปฝึกซ้อมต่างประเทศ หรือการขอรับทุนจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ การส่งนักกีฬาเยาวชนไปอยู่กับสโมสรในต่างประเทศ ฯลฯ 3.การจัดการแข่งขันนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนภายในประเทศมีโอกาสสัมผัสและร่วมแข่งขันกับนานาชาติ และ 4.การส่งนักกีฬาไปแข่งขันทำอันดับโลก

เป้าหมายของน้องหญิงและสมาคม จะเป็นจริงได้หรือไม่ คงเป็นเรื่องอนาคตที่ต้องรอดูกันต่อไป แต่อย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นได้ คือ ความร่วมมือ ร่วมใจ นำมาสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท