
ไวรัส ‘เมิร์ส’สะเทือนโลก
คำขอโทษจากปากของ มุนฮยอง-พโย รมว.สาธารณสุข ประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากไม่สามารถหยุดยั้ง
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
คำขอโทษจากปากของ มุนฮยอง-พโย รมว.สาธารณสุข ประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากไม่สามารถหยุดยั้งการระบาดของ “ไวรัสเมิร์ส” ได้ทำให้คนทั่วโลกหวาดวิตก
จนถึงขณะนี้ (วันที่ 15 มิ.ย.) ประเทศเกาหลีมีผู้ป่วยแล้ว 150 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตถึง 16 ราย
ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือน ของการระบาดมีผู้ถูกกักบริเวณรวมแล้วกว่า 5,200 คน
กระทรวงสาธารณสุข ประเทศเกาหลีใต้ ระบุว่าผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มีความใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายอื่น การติดเชื้อเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยเมิร์ส
สถานการณ์รุนแรงถึงขั้น “ศูนย์การแพทย์ซัมซุง” โรงพยาบาลขนาดใหญ่และทันสมัยลำดับต้นๆ ของเกาหลี ประกาศปิดบริการชั่วคราวไปจนถึงวันที่ 24 มิ.ย.นี้
งดให้บริการผู้ป่วยนอกและห้ามบุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมผู้ป่วยทุกกรณี หนำซ้ำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทุกคนต้องอยู่แต่ในบริเวณที่กำหนดเท่านั้น
การตัดสินใจครั้งนี้เป็นเพราะต้องการจำกัดการแพร่ระบาดของโรค
ความเลวร้ายของไวรัสเมิร์ส ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศเกาหลีอย่างรุนแรง และยังออกฤทธิ์กับประเทศไทย
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประเทศไทย ได้ออกประกาศให้ “โรคเมิร์ส” เป็นโรคติดต่ออันตรายที่ต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
“ผู้ที่กลับมาจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงเกาหลีใต้จะต้องมาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้ทราบว่ามีประวัติการเดินทางไปที่ใดมาบ้าง หรือถ้ามีอาการต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อต้องแจ้งเพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการเฝ้าระวังและติดตาม หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท”นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุ
สำหรับ “ไวรัสเมิร์ส” หรือไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 หรือ “โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง” เป็นไวรัสที่ก่อโรคในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งไม่ใช่โรคใหม่ เคยพบผู้ป่วยมาแล้วเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา หรือในปี 2555 ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย
บทความวิชาการของ ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโรคติดเชื้อและยาต้านจุลชีพ ระบุว่า อาการเบื้องต้น ส่วนใหญ่พบอาการไข้ ไอ เหนื่อยหอบ โดย “องค์การอนามัยโลก”ได้แนะนำให้ใช้ข้อมูล 3 ด้าน ประกอบการวินิจฉัยผู้ติดเชื้อ ได้แก่ ลักษณะคลินิก ประวัติการสัมผัสเชื้อและการตรวจพบหลักฐานการติดเชื้อ
ด้านการรักษา ง่ายที่สุดคือสังเกตอาการความผิดปกติของร่างกาย หากเป็นผู้มีประวัติเคยเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด ให้รีบไปโรงพยาบาลพร้อมแจ้งข้อมูลอย่างละเอียด
สิ่งที่ สธ.แนะนำก็คือ 1.หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ 2.หลีกเลี่ยงประเทศที่โรคแพร่ระบาด 3.สวมหน้ากากป้องกันโรคและเปลี่ยนบ่อยๆ เมื่อเข้าไปในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันมากๆ 4.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย หรือสิ่งแวดล้อมที่ผู้ป่วยสัมผัส
5.หลีกเลี่ยงการเข้าไปสัมผัสกับฟาร์มสัตว์หรือสัตว์ป่าต่างๆ หรือดื่มนมสัตว์โดยเฉพาะอูฐ 6.ถ้ามีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูกเจ็บคอควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบุคคลอื่น
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้รายงานพบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อโรคเมิร์ส ณ วันที่ 11 มิ.ย. 2558 ทั่วโลกมีผู้ป่วยรวม 1,227 ราย เสียชีวิต 449 ราย
ขณะที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของยุโรป รายงานว่าพบผู้ป่วยทั้งหมดจาก 25 ประเทศ อาทิ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ จอร์แดน โอมาน คูเวต อียิปต์ เยเมน อิหร่าน ตุรกี อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และจีน
ปัจจุบัน “ไวรัสเมิร์ส” ยังมาไม่ถึงประเทศไทย และรัฐบาลก็ล้อมคอกด้วยมาตรการเข้มข้น จึงไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป







