
‘ทุเรียนหลงลับแล’ อร่อยหวานพอดีๆ
ที่ชื่นชอบรสชาติของทุเรียนไม่มีใครไม่รู้จัก “หลงลับแล” ผลไม้ขึ้นชื่อของ จ.อุตรดิตถ์
โดย...มีนา ภาพ กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย
ที่ชื่นชอบรสชาติของทุเรียนไม่มีใครไม่รู้จัก “หลงลับแล” ผลไม้ขึ้นชื่อของ จ.อุตรดิตถ์ ที่คอทุเรียนยกให้เป็นทุเรียนที่อร่อยที่สุด เนื่องจากมีรสชาติหอมหวาน ไม่มีกลิ่นเหม็น เม็ดลีบ เนื้อทุเรียนนิ่มและเหนียว
หลงลับแลออกสู่ตลาดช่วงระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค.เท่านั้น แต่เนื่องจากปีนี้แล้งผิดปกติ ทำให้ผลผลิตมีไม่เพียงพอกับความต้องการ ทุเรียนหลงลับแลจึงราคาขยับขึ้นไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 500 บาท บางสวนลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต้องจองกันข้ามปี เนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค และจะได้กินแค่เพียง 3 เดือนเท่านั้น
ทำไมทุเรียนพันธุ์นี้จึงชื่อหลงลับแล สุกัญญา มะหม่อม ชาวสวนทุเรียน จ.อุตรดิตถ์ เล่าถึงประวัติของหลงลับแลว่า เมื่อปี พ.ศ. 2520 กรมวิชาการการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และ จ.อุตรดิตถ์ ได้จัดงานประกวดพันธุ์ทุเรียนยอดเยี่ยม และทุเรียนซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิมของ อ.ลับแล ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมการปลูกจากเมล็ด เกษตรอำเภอในสมัยนั้น จึงส่งเสริมให้นำยอดทุเรียนหลงลับแลจากต้นเดิมมาขยายพันธุ์ โดยวิธีการเสียบยอดจนได้รับความสำเร็จก่อนที่ต้นเดิมจะตายเพราะอายุมากกว่า 60 ปี
“เสน่ห์ของหลงลับแลอยู่ตรงมีกลิ่นไม่ฉุน เนื้อเนียนละเอียด รสหวานไม่จัด ถ้าไม่สุกจะไม่มีกลิ่นเลย สามารถนำใส่รถยนต์ได้สบาย คนชอบทุเรียนจึงบอกกันว่า หลงอร่อยที่สุดในโลก สำหรับคนที่ชอบจริงๆ”
ลักษณะผลของทุเรียนหลงลับแลลูกหนึ่งมีน้ำหนักไม่เกิน 1-2 กิโลกรัม ปีนี้ยิ่งแล้งผลก็ยิ่งมีขนาดเล็กลง แต่เนื้อกลับแห้งอร่อย จึงทำให้หลงลับแลมีราคาแพงกว่าทุกปี เพราะมีผลผลิตออกน้อย อีกทั้งพื้นที่การปลูกหรือภูมิประเทศของอุตรดิตถ์เป็นภูเขาเสียส่วนใหญ่ จึงยิ่งแล้งหนักส่งผลให้รสชาติจึงยิ่งอร่อยขึ้นไปอีก เพราะปริมาณน้ำที่มากจะมีผลต่อรสชาติ ยิ่งอุตรดิตถ์นิยมปลูกสวนทุเรียนกันบนภูเขา จึงไม่มีแมลงมา
รบกวน จึงกลายเป็นทุเรียนออร์แกนิก ทำให้หลงลับแลที่ปลูกที่อุตรดิตถ์มีรสชาติที่ไม่เหมือนทุเรียนพันธุ์อื่นๆ จากจังหวัดอื่น
“หลงลับแลเกรดพรีเมียมราคาจะยิ่งสูง หน้าสวนขายกันที่ราวๆ กิโลกกรัมละ 280 บาท เนื่องจากสวนเราเป็นสวนเล็กพื้นที่ 10 ไร่ เราจึงขายออนไลน์ซึ่งลูกค้าที่ซื้อได้ปีนี้ คือลูกค้าที่สั่งตั้งแต่ปีที่แล้ว ยิ่งหน้าแล้งคนยิ่งต้องการมากขึ้น แต่บางสวนขายให้แม่ค้าคนกลางราคา 220 บาท แต่เมื่อนำเข้าไปขายที่กรุงเทพฯ ยิ่งเบอร์สวย ลูกหนึ่งมี 4-5 พูเต็มๆ ราคาจึงขยับไปที่ 500 บาท แถมมีผลผลิตน้อย แต่ความต้องการบริโภคสวนทางกับจำนวนในปีนี้ค่ะ”







