
สาวน้อยอารมณ์ดี ทิพพ์สินี โชติสาร
เวลาที่เราอยู่บนเวที เราจะรู้สึกเหมือนเป็นคนอีกคนที่ต้องทำรำไทยให้สวยงามตามแบบแผนที่ร่ำเรียนมา รู้สึกถึงความขลังและความสวยงาม
เวลาที่เราอยู่บนเวที เราจะรู้สึกเหมือนเป็นคนอีกคนที่ต้องทำรำไทยให้สวยงามตามแบบแผนที่ร่ำเรียนมา รู้สึกถึงความขลังและความสวยงาม
เรื่อง โยธิน อยู่จงดี / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
“เวลาที่เราอยู่บนเวที เราจะรู้สึกเหมือนเป็นคนอีกคนที่ต้องทำรำไทยให้สวยงามตามแบบแผนที่ร่ำเรียนมา รู้สึกถึงความขลังและความสวยงามในท่ารำไทย และมีความสุขทุกครั้งที่ได้รำ” น้องเฟื่อง-ทิพพ์สินี โชติสาร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา เล่าด้วยน้ำเสียงยิ้มแย้มอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเธอ
เฟื่องเริ่มเรียนรำไทยตั้งแต่เรียนชั้นอนุบาล ด้วยความที่ติดตามไปดูพี่ชายเรียนระนาดที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และได้เห็นห้องเรียนข้างๆ กำลังฝึกรำไทยด้วยท่วงท่าอันงดงาม เฟื่องจึงตัดสินใจขอเรียนรำไทยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และได้รับการฝึกฝนจนได้รับความไว้วางใจจากศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยให้เป็นตัวแสดงรำไทยในงานสำคัญต่างๆ เช่น งานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในต่างประเทศ รวมถึงงานแสดงรำไทยต้อนรับบุคคลสำคัญต่างๆ
จากนักรำไทยสู่ไกด์สาว
“การรำไทยเป็นการแสดงศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศ ใครเห็นก็ต้องรู้ว่าเป็นการแสดงของไทย เวลาที่เรารำแล้วรู้สึกนึกชมคนที่คิดท่ารำเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างสวยงาม จนมาถึงวันที่ต้องเลือกคณะเรียนต่อ เรามาคิดว่าอนาคตต่อไปเราจะเป็นนางรำไปจนได้เป็นครูสอนรำ และหยุดอยู่แค่นั้น
หรือเราจะเป็นหมอ เป็นอย่างอื่นที่เราอยากจะเป็นแล้วมีความสามารถทางด้านรำไทยควบคู่กันไปด้วยดีหรือเปล่า สุดท้ายเฟื่องก็ตัดสินใจได้ว่าเราน่าจะเรียนที่เราชอบอย่างเรียนการโรงแรมและการท่องเที่ยว เพราะตอนเด็กๆ คุณพ่อชอบพาไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ แล้วทำให้เรารู้สึกว่ามีความสุขกับการได้เที่ยวกับครอบครัว” เฟื่อง เล่าการตัดสินใจครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของเธอ
เธอคิดว่าความสามารถทางด้านการรำตลอด 10 กว่าปีที่ฝึกฝนมาก็ยังพอมีอยู่บ้าง และที่สำคัญ วันข้างหน้าเธออาจจะได้ใช้ความรู้เรื่องการท่องเที่ยวเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ต่างชาติได้รู้จัก อาจจะด้วยการใช้ความสามารถด้านการรำ หรือผันตัวเองเป็นครูสอนรำไทยให้ชาวต่างชาติก็เป็นได้
ที่สำคัญ เธอมองว่าการท่องเที่ยวก็เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร คนเราก็ต้องเดินทางท่องเที่ยวอย่างแน่นอน
ปัญหาไม่ได้อยู่กับเราตลอด
ทุกครั้งที่เฟื่องมีปัญหา เธอบอกกับเราว่าควรมองโลกในแง่ดีว่าเดี๋ยวปัญหาก็ผ่านไป ทุกปัญหาต้องมีทางแก้เสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเรามองปัญหานั้นว่าควรจัดการอย่างไร ซึ่งเธอทำให้เราได้เห็นอีกอย่างหนึ่งว่า ในยุคที่ใครต่อใครสนใจในวัฒนธรรมต่างชาติ แต่กลับไม่เห็นคุณค่าวัฒนธรรมไทยที่เต็มไปด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน ขัดเกลาจิตใจให้มองโลกในแง่ดี และไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนจนเกิดปัญหาสังคมเช่นทุกวันนี้
ของติดตัว
สร้อยคอ
เป็นสร้อยสามกษัตริย์ที่คุณแม่ซื้อให้ ห้อยจี้รูปคุณพ่อ เพราะคุณพ่อเสียแล้ว ใส่สร้อยเส้นนี้ไว้ตลอดเวลาค่ะ เหมือนว่ามีคุณพ่ออยู่ด้วยตลอดเวลา
Flash Drive
เวลาอยู่ที่มหาวิทยาลัยมักจะมี Flash Drive ติดตัวไว้ตลอด เผื่อจะต้อง Save งานหรือข้อมูลต่างๆ ได้ทันทีค่ะ
โทรศัพท์มือถือ
โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ติดตัวไว้ติดต่อธุระ และต้องรับโทรศัพท์จากคุณแม่ทุกวัน นอกจากเป็นโทรศัพท์แล้ว ยังเป็นที่เล่นเกมและฟังเพลงคลายเครียดอีกด้วยค่ะ
กล้องดิจิตอล
พกไว้เพื่อเก็บภาพประทับใจหรือเหตุการณ์ต่างๆ เพราะการถ่ายรูปคือการเก็บความทรงจำที่ดีวิธีหนึ่ง ไม่ว่าจะถ่ายกับเพื่อนๆ หรือครอบครัว ทุกๆ ภาพความประทับใจก็จะมาจากกล้องตัวนี้แหละค่ะ
สมุดบันทึกและปากกา
พกไว้จดบันทึกต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียนนี้อยู่ในช่วงฝึกงาน ซึ่งฝึกงานอยู่ที่สายการบิน Gulf Air จะต้องมีสมุดและปากกาไว้จดบันทึกงานต่างๆ ค่ะ







