
ความสุขขนาดกลางและขนาดย่อม
จริงๆ แล้วความสุขอยู่รอบๆ ตัวเรา ไม่ต้องปั้นให้มันใหญ่มากจนคับอก เอาแค่เป็นความสุขขนาดกลางขนาดย่อมก็คงพอกระมัง
จริงๆ แล้วความสุขอยู่รอบๆ ตัวเรา ไม่ต้องปั้นให้มันใหญ่มากจนคับอก เอาแค่เป็นความสุขขนาดกลางขนาดย่อมก็คงพอกระมัง
โดย...ปราฏา เหมทิวากร
ถ้าเปรียบกับต้นไม้ใบหญ้าแล้ว...ผมว่าชีวิตของหลายคนวันนี้เดินผ่าน “เส้นรอบวง” มาได้ครึ่งทาง ถึงจะวกๆ เวียนๆ ซ้ำๆ ซากๆ แต่บางคนก็มีความสุขที่จะได้เดินไปอีกครึ่งทางที่เหลือ
สำหรับบางคนแม้จะเดินไปข้างหน้าเท่าไหร่ ก็ดูจะยิ่งคดโค้งออกนอกวงไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ แต่ถึงมันจะสุข-จะทุกข์กับโลกใบนี้อย่างไร ก็ปวารณาขอเดินตามเส้นทางที่เลือกเอง
คิดได้อย่างนี้ บางวัน...ผมเลยนั่งฟังเพลงไป ฝันไป แปลเนื้อหาความหมายไป, บางคืนผมก็นอนดูซับไตเติลหนังไปอย่างนั้น ไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร
บางครั้งนั่งฟังซีดีในรถไปเรื่อย ให้เพลงมันหมุนกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น เพราะชอบแค่ท่อนโซโลเพียงไม่กี่วินาที หรือไม่ก็ดื่มด่ำกับบางท่อนของบทกวีที่ซ่อนอยู่กลางท่วงทำนอง
“...ผืนดินมีปี ฟ้ามีเดือนดารา ยามนิทรา เหนือเวลาเหนือกาล” ท่อนหนึ่งของเพลงไหวเอน ของ สุรชัย จันทิมาธร เป็นหนึ่งในเพลงที่ผมฟังบ่อยครั้ง
ผมเคยอ่านหนังสือบางเล่มแล้วชอบถึงขนาดต้องพกพาไปไหนมาไหน เปิดไปที่ “ข้างท้าย” ของหนังสือบางครั้งถูกใช้แทนบันทึกประจำวันชั่วครั้งชั่วคราว
**********************
หลายปีมาแล้ว ผมเดินทางไปเที่ยวประเทศเนปาล ระหว่างเส้นทางที่มองลงมาจากเครื่องการบินไทย เห็นแม่น้ำทาบอยู่บนผืนแผ่นดิน วาดวงโค้งไปมา กลางแสงตะวันระยิบระยับ
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ระหว่างที่นั่งเครื่องบินจากสกอตแลนด์ไปลอนดอน เห็นก้อนเมฆเรียงต่อกันจนละลานตา เหมือนผ้าห่มสีขาวที่ห้อมห่มโลกเอาไว้ทุกเมื่อเชื่อวัน
จริงๆ แล้วความสุขของคนเรานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่ระดับความสูงของน้ำทะเล แต่อาจเป็นภาพเล็กๆ ที่คุณใช้หัวใจมองไปมิใช่สายตา
ความรู้สึกอ่อนหวาน บางครั้งก็ยังซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดในหนังสือเล่มหนา ที่คุณสามารถค้นหาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
หลายครั้งคุณอ่านหนังสือพิมพ์แล้วหงุดหงิด เมื่อเจอคนบ้าประเภท “ระเบิดภูเขา เอาดอกไม้” คิดว่าต้องใช้เงินมากๆ เพื่อซื้อหาความสุขมาใส่ตัว ทั้งที่ข้างทางก็มีดอกไม้งามให้เห็นอยู่ดารดาษ
เคยมั้ย...ที่คุณตื่นขึ้นมาในตอนเช้า มองดอกลีลาวดีสีชมพูที่บานอยู่นอกหน้าต่างห้องนอน ดีดนิ้วเปาะแล้วบอกว่า อืม...ฉันเข้าใจแล้ว
ว่ากันว่าคนที่มีความสุขจริงแท้แล้ว เริ่มจากการมองสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แล้วย้อนกลับเข้ามาภายในของจิตใจ ไม่จำเป็นต้องเกิดจากจินตนาการอันยิ่งใหญ่ แต่อาจเป็นแค่ความฝันเล็กๆ ที่มีคุณค่าและความหมาย
สมัยที่เป็นนิสิตจำได้ว่า ผมจำต้องหารายได้เสริม ด้วยการรับจ้างเขียนคอลัมน์วิจารณ์ภาพยนตร์ในนิตยสารฉบับหนึ่ง
เงินก้อนแรกในชีวิตที่ได้มา 700 บาท ดีใจแทบแย่ เอาแต่นั่งมองธนบัตรที่อยู่ในซองสีชมพู ซึ่งเพิ่งรับจาก บก.นิตยสาร ที่ป้ายรถเมล์แถวบางขุนพรหม
มาถึงวันนี้มีเงินมากกว่าที่เคยได้รับครั้งแรกนับร้อยเท่า แต่กลับไม่เห็นจะอินังขังขอบอะไรมากมาย
บางครั้งก็เพิ่งเข้าใจว่า เรื่องที่มันสลับซับซ้อนมากมายในชีวิต แท้จริงแล้วช่างง่ายดาย และเล็กๆ น้อยๆ เสียเต็มประดา
*************************
เพื่อนคนหนึ่ง หลังเรียนจบด้านสื่อสารมวลชนมาด้วยกันแล้วก็แยกไปตามสายงาน...
ผมเลือกเข้าทำงานด้านหนังสือพิมพ์ เขาไปเป็นผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณารายได้งาม
แต่แล้วจู่ๆ ก็ลาออก ทิ้งรายได้ที่เคยได้มากมาย มาเหลือไม่เท่าไหร่ แลกกับการเดินตามความฝันคือการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์
...แต่เขียนบทเรื่องแล้วเรื่องเล่า นายทุนก็ยังไม่สนใจ ต้องใช้เวลากว่า 2 ปี ระหกระเหิน อดมื้อกินมื้อ ถึงจะบรรลุถึงความสำเร็จ
วันนี้ภาพยนตร์ที่เขากำกับเรื่องแรกเพิ่งผ่านสายตาของสาธารณชน ท่ามกลางเสียงชื่นชมล้นหลาม ควบคู่กับรายได้ที่สูงระดับ 26 ล้านบาท
มีนายทุนหลายคนมาเสนอให้ทำหนังเรื่องใหม่ใช้เงินก้อนโต แต่มีเงื่อนไขเรื่องตัวนักแสดงและแนวทางของหนังที่เอาใจตลาด
เขาปฏิเสธโอกาสนั้นไป เพราะไม่ใช่แนวทางที่เคยฝันไว้ คือต้องทำหนังให้ “คุณภาพและตลาด” มาบรรจบกันให้ได้
เพื่อนอีกคนหนึ่งเรียนวิศวะจุฬาฯ ระหว่างที่เรียนอยู่มีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านปูนซีเมนต์มาจองตัวไว้ ด้วยข้อเสนอเรื่องของเงินเดือนที่สูงมาก แต่เขาเลือกที่จะทำงานในบริษัทเล็กๆ ที่คิดว่าตัวเองมีอิสระมากกว่าพันธนาการ
เคยถามเพื่อนว่าทำไมไม่เลือกทำบริษัทใหญ่ๆ ที่สามารถสร้างความมั่นคงในชีวิต เขาบอกว่าอยากมีชีวิตที่ตอนกลางวันทำงาน พอกลางคืนได้ดื่มสังสรรค์กับมิตรสหาย แค่นี้ก็คือความสุขยิ่งใหญ่แล้ว
ไม่ต้องการทำงานเหมือนเครื่องจักรอยู่ในโรงงาน ที่เขาบอกให้ทำก็ทำ ...หยุดก็หยุด สุดท้ายมารับเงินแล้วก็จบกันไป
********************
จริงๆ แล้วความสุขอยู่รอบๆ ตัวเรา ไม่ต้องปั้นให้มันใหญ่มากจนคับอก เอาแค่เป็นความสุขขนาดกลางขนาดย่อมก็คงพอกระมัง
แม้เส้นรอบวงในชีวิตจะไม่สวยหรู แต่ก็มีความสุขตามอัตภาพ อย่างน้อยก็ไม่เข้ารก...เข้าพง...หลงป่า จนเสียหาย
แล้วเส้นรอบวงของชีวิตคุณเป็นอย่างไรบ้าง ยังวาดวง-คดโค้งสวยงามหรือไม่ และเดินไปถึงหลักไมล์ไหนแล้ว







