posttoday
สารัตน์ น้อยคล้าย เดินตามฝัน ทำตามใจ

สารัตน์ น้อยคล้าย เดินตามฝัน ทำตามใจ

16 มิถุนายน 2558

เขายืนเด่นอยู่ในร้าน Dircheap Store สวนจตุจักร โครงการ 55 ซอย 1 เสียงทักทายจากลูกค้าที่มักคุ้นกันดีดังมาไม่ขาด

โดย...แจนยูอารี  ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

เขายืนเด่นอยู่ในร้าน Dircheap Store สวนจตุจักร โครงการ 55 ซอย 1 เสียงทักทายจากลูกค้าที่มักคุ้นกันดีดังมาไม่ขาด อากาศร้อนอบอ้าวทำเอาเหงื่อเริ่มซึม ลำพังเรามานั่งแป๊บเดียวยังรู้สึกว่าร้อน ถ้าใจไม่รักพอ เชื่อเถอะว่า “สารัตน์ น้อยคล้าย” หรือ “เต้” คงไม่ทนกับอะไรเยี่ยงนี้แน่นอน แต่นี่เพราะคือสิ่งที่เขาเลือก

“ร้านนี้ทำมาก็ปีกว่าแล้วครับ จริงๆ ก็เป็นความตั้งใจของผมที่อยากจะทำร้านแนววินเทจ เพราะตัวเองก็ชอบด้วย เลยคิดว่าถ้าเริ่มทำอะไรสักอย่าง ก็ควรเริ่มจากสิ่งที่เรารัก มันน่าจะโอเคกว่า”

เสื้อผ้าวินเทจแขวนโชว์อยู่เต็มฝั่งทั้งฝั่งขวาและซ้าย ตู้กระจกใบย่อมบรรจุแอกเซสซอรี่หลายอย่าง ขณะที่ด้านล่างมีรองเท้าผ้าใบยี่ห้อที่ฮิปสเตอร์หมายตาวางอยู่ ทั้งหมดคือสินค้าที่สารัตน์เป็นคนไปเลือกสรรมานำเสนอต่อคนคอเดียวกัน ออกตระเวนหาตามแหล่งต่างๆ ใหญ่สุดก็ตลาดโรงเกลือ นอกนั้นก็หาด้วยวิถีทางของเขาเอง เดินตามตลาดหรือร้านวินเทจ เห็นอะไรที่ถูกใจ เจอชิ้นไหนใช่ เป็นต้องรีบคว้าไว้ก่อน        

“พื้นฐานผมไม่มีเลยนะ ไม่เคยเปิดร้านขายของมาก่อน ทุกอย่างคือเริ่มต้นใหม่หมด มันคือการเรียนรู้ในสิ่งที่ผมไม่เคยทำ แต่เมื่อตัดสินใจว่าจะทำ ผมก็ลุยเลยนะ โชคดีมีพี่ที่รู้จักในสวนคอยแนะนำและพาไปถึงแหล่ง คัดของที่ไหน คัดยังไง ลองหาทางด้วยตัวเองก็ทำ โรงเกลือนี่พอไปลงจริงๆ ไม่ง่ายครับ คนทั่วไปอย่างเราๆ ไปเถอะ จ้างให้ก็ไม่เจอของที่ดีๆ หรอก เพราะที่นั่นจะมีพ่อค้าแม่ค้าขาประจำอยู่แล้ว เดินดุ่มไป ไม่มีทางได้ของ ต้องเข้าทางคนที่คุ้นเคยกับเจ้าถิ่นถึงจะได้ของ ผมก็อาศัยว่ามีพี่ที่รู้จักกับเจ้าถิ่น ก็ได้ของตามที่อยากได้ 

ถามว่ามันเสถียรหรือยัง ระดับหนึ่งครับ แรกๆ มันก็มีปัญหาเหมือนกัน เงินก็ต้องหมุนไป ของก็ต้องเอาเข้าร้าน ทุกอย่างมันก็เดินไปตามทางของมัน ลูกค้าก็มีมาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ดีขึ้นกว่าตอนแรก มีขาประจำบ้าง คนที่เคยมาก็จะแวะมา มาจนเป็นมากกว่าลูกค้า เป็นเพื่อน เป็นน้อง เป็นพี่ ก็สบายใจดีครับ กำไรก็มี แต่คงไม่ได้พุ่งเท่าไหร่ ยังต้องใช้เวลาอีกครับในการที่จะทำให้มันเดินหน้าไปอย่างเสถียร” 

สารัตน์ น้อยคล้าย เดินตามฝัน ทำตามใจ

การเป็นพ่อค้า ไม่ว่าจะค้าอะไร ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ พ่อค้าอย่างสารัตน์นั้นก็ผ่านการลองผิดลองถูกมาทุกรูปแบบ ร้ายที่สุด แย่ที่สุด เขาว่ามันคือการเรียนรู้ ยิ่งเฉพาะการเป็นพ่อค้าในตลาดนัดขนาดยักษ์ ยังต้องเรียนรู้กันไม่รู้จบ

“อย่างที่รู้กันนั่นแหละครับว่าในสวนร้านค้ามันมีเยอะมาก เฉพาะร้านวินเทจก็ไม่รู้กี่ร้าน คนที่จะอยู่ได้ พาธุรกิจตัวเองไปให้รอด ผมว่ามันต้องใจด้วยนะ ใจไม่พร้อม ใจไม่สู้พอ ผมว่าไม่รอดหรอก อย่างน้อยๆ ก็ไม่อยากให้คิดว่าพออยากทำธุรกิจ อยากมีร้านเสื้อผ้า มีตังค์หน่อยก็พากันมาเปิด มันไม่ใช่ มันต้องศึกษานิดหนึ่งว่าตลาดเป็นยังไง ของที่จะขายก็สำคัญ จะขายคืออะไร ของวินเทจ อะไรคือวินเทจ ต้องรู้จักมันพอสมควรนะ ไม่ใช่เอะอะของมือสองก็เหมาว่าวินเทจหมด ซึ่งของมือสองก็ไม่ใช่ซะทุกอย่างที่เป็นวินเทจ ต้องหาข้อมูล ต้องหาความรู้ ผมว่าน่าจะดีกว่ามีแค่ความอยาก

ยิ่งการแข่งขันกันสูง ผมเองก็ต้องปรับตัวเหมือนกันครับ ต้องแข่งกันกับร้านอื่น แม้เขาอาจจะไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง แต่เพื่อความอยู่รอดของผม ผมก็อยู่นิ่งไม่ได้  พยายามหาสิ่งใหม่ๆ เข้าร้าน ผมว่าตอนนี้เราไม่ได้สู้กันที่ราคาละ แต่เป็นการสู้กันเรื่องสไตล์และรสนิยม ซึ่งมันจะสะท้อนผ่านสินค้าในร้าน อย่างของผมผมก็ชอบบางอย่างและไม่ชอบบางอย่าง ฉะนั้น ถ้าผมจะเลือกของมาขาย มันต้องโดนใจผมก่อน ถ้าผมชอบนั่นก็แปลว่าคนที่เป็นลูกค้าผมก็อาจจะชอบ เพราะเหมือนมันรู้ทางกันแล้วว่าร้านผมจะสไตล์นี้ๆ คนที่ชอบสไตล์ผมก็จะมาทางผม เว้นแต่เขาไม่ชอบก็มีทางเลือกอื่น”

ก่อนหน้าที่สารัตน์จะผันตัวมาเป็นพ่อค้าวินเทจ เขาเคยเป็นช่างภาพประจำที่นิตยสารอิมเมจ เกือบ 8 ปี ที่ทำหน้าที่ถ่ายภาพ เขาบอกว่าสนุกและไม่สนุก สนุกกับสิ่งที่ยังไม่เคยทำ นำมาซึ่งความท้าทายที่เขาต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ ส่วนที่ไม่สนุกนั้นเพราะความซ้ำซากในรูปแบบการทำงานเดิมๆ จึงเป็นเหตุให้เขาตัดสินใจที่จะถอยก้าวออกมาเพื่อสานต่ออีกหนึ่งความฝัน

สารัตน์ น้อยคล้าย เดินตามฝัน ทำตามใจ

ผมว่าผมได้อะไรเยอะพอสมควรกับการเป็นช่างภาพที่นั่น ผมก็เหมือนกับเด็กจบใหม่ที่ฝันว่าอยากจะเป็นมือหนึ่งถ่ายแฟชั่น มีพี่ช่างภาพหลายคนที่เราอยากเป็นเหมือนเขา เท่ว่ะ ถ่ายเก่งว่ะ ถ่ายสวยว่ะ แต่พอมาทำงานความรู้สึกนั้นยังมีอยู่นะ แต่มันก็ค่อยๆ น้อยลง เพราะผมมีคำตอบในใจว่า ถ่ายแฟชั่นไม่ใช่สิ่งที่ชอบหรืออยากทำจริงๆ ผมกลับชอบถ่ายอินทีเรียร์ หรือแม้แต่อาหาร ผมก็รู้สึกชอบ ถ่ายแล้วมีความสุข ได้อยู่กับตัวเอง บางทีการถ่ายแฟชั่นต้องทำงานกับคนเยอะๆ ซึ่งผมมาค้นพบเองว่าไม่ชอบทำงานกับคนเยอะ ไม่ชอบการกดดัน แรงปะทะ ความจุกจิกของคนนั้นคนนี้

วันที่ตัดสินใจออกมันแป๊บเดียว คือแค่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ทางของผม ไม่ใช่ติสต์แตกอะไรเลยนะ เหมือนไลฟ์สไตล์ของผมมันเริ่มสวนทางกับงานประจำที่ทำ ผมเป็นพวกประเภทบ้านๆ ไม่ได้ติดหรู ไม่ได้ติดแบรนด์ แต่ผมกลับเข้าไปเกี่ยวพัน มันก็เลยกลายเป็นเหตุผลและความรู้สึกที่ทำให้ผมอยากจะก้าวออกมาจากตรงจุดนั้น บวกกับความชอบส่วนตัวของผม คือผมชอบแต่งตัว ชอบเดินสวนจตุจักร เสื้อผ้าที่ผมใส่ผมก็มาจากที่นี่ แล้วบังเอิญก็ได้รู้จักกับรุ่นพี่ที่เป็นคนคอเดียวกัน เขาก็เปิดร้าน พอได้มาคลุกคลี พอได้มาเห็น ผมถึงรู้ว่าสิ่งที่เราชอบมันสามารถต่อยอดเป็นเงินได้ ทำเป็นธุรกิจได้ มันก็ยิ่งทำให้ผมหัวใจฮึกเหิมและอยาก”     

ถึงอย่างนั้น เรื่องการถ่ายภาพเขาก็ยังไม่คิดละทิ้ง เพียงแต่อาจไม่ได้ทำเต็มเวลา หรือประจำการที่ไหน ขอทำหน้าที่ช่างภาพอิสระ

“ไม่ทิ้งครับ ไม่ทิ้ง แต่อาจจะเลือกงานหน่อย งานไหนที่ไม่ใช่ผมก็คงไม่รับ ผมว่ามันยากนะที่จะฝืนใจทำ แม้ว่ามันอาจจะค่าจ้างเยอะ แต่อย่าลืมว่าสุดท้ายมันทำออกมาไม่ดีหรอก สู้ทำงานที่เราชอบ เราแฮปปี้กับมันดีกว่า มันก็จะทำออกมาดี ผมยังชอบถ่ายอินทีเรียร์ อาหารก็โอเค บุคคลสัมภาษณ์ก็ได้นะ

การมีสังกัดมีค่ายผมว่ามันก็ดีตรงที่สามารถการันตีว่าเราคือใคร มาจากไหน ไม่ใช่ช่างภาพที่หาที่มาที่ไปไม่ได้ ส่วนการทำงานแบบอิสระ มันก็บอกแล้วว่ามันอิสระจริงๆ คนที่จะเป็นแบบนี้ได้ ไม่ใช่แค่ฝีมือเทพ แต่มันต้องมีวาทศิลป์ด้วย ซึ่งผมไม่มี (หัวเราะร่วน) เพราะนิสัยผมไม่ใช่คนคุยเจ๊าะแจ๊ะ”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท