
ความหมาย ของสิ่งที่มีความหมาย
สมัยเด็กที่ยังใส่เสื้อสีขาว กางเกงขาสั้นไปโรงเรียน ก็คอยนับอยู่ทุกวันว่า เมื่อไรเราจะถึงวันปิดเทอมสักที
โดย...ดำรงค์ พิณคุณ ภาพ ภาพ เอเอฟพี
สมัยเด็กที่ยังใส่เสื้อสีขาว กางเกงขาสั้นไปโรงเรียน ก็คอยนับอยู่ทุกวันว่า เมื่อไรเราจะถึงวันปิดเทอมสักที
วันหยุดช่างมีความหมายกับชีวิตเด็กทุกชีวิตอย่างยิ่ง บางครั้งแค่เปิดเทอมวันแรก ก็มีเด็กบางคนถามแล้วว่า “เมื่อไรจะปิดเทอม?” ฟังดูแล้วเหมือนกว่าจะถึงวันที่มี “ความสุข” ต้องรอคอยอีกนานพอควร
แต่พอถึงวัยผู้ใหญ่ ที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ตื่นขึ้นมาก็ขับรถไปทำงาน ตกเย็นก็รีบกลับบ้าน หรือบางวันก็ไปดื่มสังสรรค์กับลูกค้า หรือไปเฮฮากับเพื่อนร่วมงานตามแต่โอกาส
เมื่อเราใส่ใจกับอะไรมาก เช่น งานที่เราทำอย่างหนัก เราจะเห็นได้ว่า เผลอแป๊บเดียว...ก็ถึงวันปีใหม่อีกแล้ว
ยิ่งอายุมากขึ้น เราก็ยิ่งพูดบ่อยขึ้นมา...
“อ้าว...หมดปีแล้วเหรอ”
“เวลาผ่านไปเร็วจังเลยนะปีนี้”
เมื่อตอนเป็นเด็ก เราอยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆ พออายุมากขึ้น กลับอยากให้เวลาผ่านไปช้าๆ
ทั้งที่เวลาเดินไปเรื่อยๆ อย่างนั้นมานานมากแล้ว
เมื่อเราทำงานแบบไม่ลืมหูลืมตา ลืมเงยหน้าขึ้นมามองสิ่งรอบๆ ข้างกาย อาจจะมีอะไรหายไปโดยที่เราลืมสังเกต และมารู้ตัวอีกที เมื่อสิ่งนั้นหายไปจากชีวิตของเราแล้ว
สิ่งแรกที่เราควรรักษาโดยไม่ปล่อยให้มันหายไป คือ “ความสัมพันธ์”
สิ่งที่สอง คือ สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากสิ่งแรกหายไปแล้ว ซึ่งเราเรียกว่า “ความทรงจำ”
เมื่อ “ความสัมพันธ์” หายไป...เราจะได้ “ความทรงจำ” มาแทน
หากความสัมพันธ์ที่ผ่านมาดี...เราจะได้ความทรงจำที่ดี แต่ถ้าความสัมพันธ์ที่ผ่านมาไม่ดี...เราก็จะได้ความทรงจำที่ไม่ดีเข้ามาในความคิดของเรา
ครั้งหนึ่งใครสักคนเคยถูกแม่ตี ก็จะเก็บไว้ในส่วนความทรงจำที่ไม่ดี
หากใครเคยมีความรักครั้งแรกที่หวานชื่นสมัยวัยรุ่น ก็จะถูกเก็บไว้ในความทรงจำที่ดี ที่แอบคิดถึงแล้วก็สามารถอมยิ้มได้ทุกเวลา
หากใครที่เคยผ่านประสบการณ์อกหักมาจากรักครั้งแรก ข้อมูลก็จะถูกบันทึกลงในความทรงจำที่ไม่ดี แล้วก็จะแอบเศร้าเล็กๆ เมื่อหวนคิดถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น
ความสัมพันธ์ของบุคคล/สัตว์/สิ่งของ/สถานที่ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สร้างความทรงจำให้เราทั้งสิ้น
ความสัมพันธ์ของพ่อแม่กับลูก หากเป็นเรื่องที่น่าจดจำ หรือเป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่เราจำได้ เราก็จะจดจำไว้อย่างไม่มีวันลืม
ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนรัก มักจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างการเป็นวัยรุ่น ช่วงที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน ทำให้เราลงมือทำอะไรแปลกๆ กล้าเสี่ยง กล้าทำโดยไม่คิด จึงเกิดปรากฏการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตอยู่บ่อยๆ
บางครั้งแหวนวงหนึ่งก็ทำให้เราคิดถึงเรื่องราวมากมาย
บางครั้งภาพถ่ายใบหนึ่งก็ทำให้เราคิดถึงอะไรต่ออะไรเป็นเรื่องราว
หากเราเปรียบ “ความทรงจำ” เหมือนดั่งการขับรถยนต์ไปยังสถานที่ใดที่หนึ่ง
หากเปรียบ “น้ำมัน” คือ ระยะเวลา
หากน้ำมันเต็มถัง คือ อายุเราทั้งชีวิต ประมาณ 80 ปี คนที่มีอายุประมาณ 40 ปี คือคนที่ใช้น้ำมันมาครึ่งถังแล้ว ยังเหลือน้ำมันอยู่อีกครึ่งถัง
ที่ผ่านมา เราอาจจะขับรถไปในสถานที่ต่างๆ เราได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากมาย เราได้พบเห็นสิ่งดี และสิ่งไม่ดีมากพอควร เราเก็บเกี่ยวความทรงจำไว้ระยะหนึ่ง หรือช่วงหนึ่งของชีวิต
แน่นอน ยังมีเรื่องที่เราอยากทำ...แต่ไม่เคยทำ หรือยังมีเรื่องที่เรายังทำไม่เสร็จสักที
หากเมื่อไรที่เราคิดได้ และบางคนอาจจะเหลือน้ำมันมากกว่าครึ่งถัง ก็รีบทำซะ
ส่วนบางคนที่เหลือน้ำมันน้อยกว่าครึ่งถัง ก็น่าจะรีบทำเช่นกัน ก่อนที่น้ำมันจะเหลือน้อยกว่านี้
“อย่าหยุดเดินหน้า ในขณะที่มีแรง”
เพราะสำหรับใครที่น้ำมันใกล้หมด เป็นช่วงที่อ่อนแรงไร้กำลังจะไปทำอย่างอื่น
“หากใครต้องการไปไหน แล้วยังไม่ได้ไป ก็รีบขับรถยนต์แห่งชีวิตของเราไปหาสิ่งนั้น เพราะเมื่อเราได้ไปแล้ว เราจะได้ความทรงจำที่ดีกลับมา”
ใครที่ยังไม่เคยซื้อเสื้อให้พ่อใส่ ก็รีบซื้อก่อนที่พ่อจะไม่อยู่ให้ใส่
ใครที่ยังไม่เคยพาแม่ไปเที่ยว ก็รีบพาแม่ไปก่อนที่แม่จะเดินไม่ไหว ไปไหนก็ไม่ได้
ใครที่ยังไม่เคยให้ของขวัญกับคนรัก ก็รีบให้ก่อนที่จะไม่เหลือคนที่เราอยากจะให้
ใครที่ยังไม่เคยพาลูกไปเที่ยว ก็รีบพาไปก่อนที่ลูกจะโตเป็นหนุ่มเป็นสาว แล้วไม่อยากไปเที่ยวกับเรา เพราะไปเที่ยวกับเพื่อนสนุกกว่า
เมื่อ “ความทรงจำ” แปรผันตรงกับ “ความสัมพันธ์” หมายถึง หากเราเกิดความสัมพันธ์ที่ดี เราจะได้ความทรงจำที่ดีมาด้วย
ความสัมพันธ์ดี = ความทรงจำดี
หรือหากเรามีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราจะได้ความทรงจำที่ไม่ดีมาด้วย
ความสัมพันธ์ไม่ดี = ความทรงจำไม่ดี
ดังนั้น เมื่อสมการแห่งความสุขเป็นเช่นนี้ เราก็สามารถกำหนดผลลัพธ์ออกมาได้ เพราะว่าเมื่อเราลงมือสร้างสิ่งที่ดีต่อบุคคล/สัตว์/สิ่งของ/สถานที่/เราก็จะได้ความทรงจำที่ดีเก็บไว้
ที่ผ่านมา...ใครที่มีประสบการณ์ดีบ้าง หรือไม่ดีบ้าง...ไม่เป็นไร เพราะเมื่อเรารู้สูตรในการสร้างความทรงจำที่ดี โดยการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว
หลังจากนี้เราสามารถสร้างความทรงจำที่ดี เก็บเอาไว้เล่าให้ลูกหลานฟังตอนแก่ได้ว่า... “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราเคยทำดีอะไรไว้บ้าง”
เพราะเมื่อเราเล่าเรื่องดี เรื่องมีความสุขในอดีตได้ นั่นหมายถึง เรากำลังมีความสุข ขณะที่เราเล่าด้วยเช่นกัน
ดำรงค์ พิณคุณ ประธานกรรมการ บริษัท ดำรงค์ พิณคุณ เป็นวิทยากร หลักสูตร "The Success" หลักสูตรที่จะบอกความลับของความสำเร็จ และกลยุทธ์ในการบริหารความสำเร็จ ผู้แต่งหนังสือ เกาสมอง เกามนุษย์ เกาเวลา เกาโลก เกาตลาด คัมภีร์ห้าเหรียญ และ The Success พร้อมทั้งเป็นผู้คิดค้นหลักสูตร The Success หรือ "ศาสตร์แห่งความสำเร็จ" เพื่อเพิ่มพลังชีวิต พลังความคิด ให้มีแรงต่อสู้ในชีวิต







