
‘เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล’ ออกกำลังชีวิตดีขึ้น
“เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพีซีเพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH)
“เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพีซีเพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) บริษัทโฮลดิ้งที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และเพิ่งจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ผู้บริหารวัย 38 ปี ที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานที่หลากหลายมาไม่น้อย แม้จะจบปริญญาตรีด้านธุรกิจคอมพิวเตอร์ แต่ก็ผ่านงานด้านการขาย วางแผนการตลาด และกิจกรรมทางการตลาดของศูนย์ฮอนด้าที่ภาคใต้
หลังเรียนปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ และได้มาทำงานที่ บริษัทไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ TPCH ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานวิศวกรรมโยธาและงานติดตั้งงานระบบ โดยรับ3 หน้าที่หลักคือ การปรับปรุงระบบสารสนเทศ นักลงทุนสัมพันธ์ และดูแลฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ รวมถึงการลุยงานโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งแรกขึ้นมาเพื่อวางรากฐานให้ TPCH จนมาถึงปัจจุบัน
“สิ่งที่ผมได้รับมาคือโอกาสการทำงานจนเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาหลายอย่าง อีกทั้งยังได้เรียนรู้การทำงานทางอ้อมจากคุณเจริญ จันทร์พลังศรี เจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัททั้ง 2 แห่งขึ้นมา สิ่งที่นายทำให้เห็นคือ เชื่อและวางใจในการทำงานของลูกน้องทุกคน เพื่อฝึกในการเรียนรู้ ผิดไม่เป็นไรแต่ขอให้ได้ลงมือทำ จึงทำให้ผมทุ่มเทการทำงานมาโดยตลอด จนวันหนึ่งที่คุณเจริญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทำให้เราได้มุมมองการใช้ชีวิตเพิ่มมากขึ้น เพราะตอนท่านมีชีวิตอยู่ก็สอนการให้โอกาสคนอื่น สอนให้รู้จักทำงานเต็มที่และต้องแบ่งเวลาพักผ่อนให้กับตัวเองและครอบครัว เพราะชีวิตคนเราไม่แน่นอน เมื่อมีโอกาสที่จะทำให้สุขภาพแข็งแรงก็ต้องทำให้กับสมาชิกครอบครัวหรือคนที่เรารัก”
เขาเล่าว่า ก่อนหน้านี้ก็มุ่งมั่นกับการทำงานมาโดยตลอด และไม่สบายบ่อยมาก อาจเพราะพักผ่อนน้อยและไม่ออกกำลังกายเลย แต่เมื่อต้นปี 2557 ก็รู้สึกว่าต้องปรับปรุงและเปลี่ยนตัวเองให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นจึงเริ่มหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง
จากนั้นเริ่มจัดสรรเวลาในการออกกำลังกายบ้าง โดยมีแบ่งเวลาให้กับช่วงเช้าวันอังคารถึงวันพฤหัสฯ ที่จะขี่จักรยานอยู่เป็นประจำ โดยจะเริ่มปั่นตั้งแต่ 6 โมงเช้าอย่างน้อยให้ได้สัก 3 รอบของพื้นที่ในการออกกำลังกาย แต่ช่วงวันเสาร์หรือวันอาทิตยก็ไปปั่นสนามเขียวที่สุวรรณภูมิให้ได้ 2-3 รอบ หรือประมาณ 70 กิโลเมตร หรือถ้าเป็นกีฬาอื่นก็จะมีการออกกำลังกายด้วยการตีกอล์ฟบ้าง
แรกๆ เป็นการออกกำลังกายด้วยความไม่รู้ แต่สักพักก็เริ่มใช้การออกกำลังกายแบบวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ในการออกกำลังกายมากขึ้น โดยให้อัตราการเต้นของหัวใจ สัมพันธ์กับการออกกำลังกายในจุดหนึ่งจะทำให้ร่างกายได้เผาผลาญแคลอรีได้อย่างเต็มที่และศึกษาว่าควรจะออกอย่างไรให้ส่งผลดีต่อกล้ามเนื้อหรือให้ได้ผลต่อสุขภาพมากที่สุด ซึ่งผลที่ได้คือเห็นได้ชัดว่าเรามีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น อาการที่เคยไม่สบายบ่อยและมีผลกระทบต่อเวลาทำงาน ก็เริ่มไม่มีมากวนใจเหมือนเมื่อก่อน
นอกจากนั้น เวลาว่างของเขาส่วนหนึ่งก็ต้องให้เวลากับลูกทั้ง 2 คนก่อน ในการพาเขาไปเที่ยว มีเวลาอยู่ด้วยกันร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน เพราะลูกๆ ยังเล็กอยู่ โดยคนโตเป็นผู้หญิงอายุ 8 ขวบ และคนเล็กเป็นผู้ชายวัย6 ขวบ
แม้งานจะหนักแค่ไหน ผู้บริหารคนนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มุมหนึ่งของผู้บริหาร การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่จำเป็นของทุกคนจริงๆ ไม่ว่าจะอาชีพไหน เพราะจะไม่มีอาการไม่สบายมารบกวนเวลาทำงาน เรียกว่าวินวินทั้งบริษัทและสุขภาพของตัวเองเลยทีเดียว







