
คำตรงย่อมบาดหู...
การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 7 ประเด็นของคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 7 ประเด็นของคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้นถ้าเปรียบเสมือนการเล่นเกม ก็เป็นการใช้ตัวช่วย ที่ใช้ได้ครั้งเดียวไปแล้วหลังจากนี้จะใช้อีกไม่ได้เพราะคนจะรู้สึกว่า คสช.โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีความจริงใจ
ทำไมถึงว่าอย่างนั้น?
ก็เพราะหลังการรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประกาศกลไกและระยะเวลาหรือที่เรียกกันว่า โรดแมป เป็นพันธสัญญาต่อสังคมไปแล้ว มิหนำซ้ำ พล.อ.ประยุทธ์ ยังแต่งเพลงให้เปิดกันกระหึ่มเมืองว่า “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา เราจะทำอย่างซื่อตรง ขอแค่เธอจงไว้ใจและศรัทธา แผ่นดินจะดีในไม่ช้า ขอคืนความสุขให้เธอประเทศไทย...”
สังคมเข้าใจตรงกันว่า เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นานนั้น คือ ปลายปีนี้จะมีการเลือกตั้ง แต่ไหนได้ พอใกล้จะหมดเวลาและมีคนชงว่า ท่านควรจะอยู่ต่ออีกสักสองปี สุดท้ายแม้ คสช.และ ครม.จะไม่หลงลม แต่การประกาศขอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 7 ประเด็น นอกจากจะเป็นการชิงลงมือโดยอดใจรอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ไหวแล้ว สาระของการแก้ไขนั้น คอการเมืองระดับมัธยมยังอ่านออกเลยว่า เป็นการวางหมากกลที่ทำเพื่อต่ออายุ คสช.และค้ำบัลลังก์นายกฯ ออกไปอีกแบบไม่มีกำหนดเวลา
ทำไมถึงว่าอย่างนั้น?
คำตอบง่ายๆ คือ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจัดทำกันอยู่เสร็จแล้วให้เอาไปประชามติ ถ้าไม่ผ่านก็ตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วเอาไปประชามติอีก ถ้าไม่เสร็จก็ค่อยหยิบเอาฉบับไหนมาใช้ก็ได้
อันนี้ยาวแบบมองไม่เห็นคาดเดาไม่ได้ว่า เวลาที่ขอเวลาอีกไม่นานนั้นจะนานเท่าใด แต่ถ้าเป็นตรงกันข้าม ถ้าเอาฉบับที่ทำอยู่ไปประชามติแล้วผ่าน กว่าจะมีกระบวนการเลือกตั้งกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ก็จะค่อนไปในราวๆ ปลายปีหน้า
ว่ากันอย่างยุติธรรม ถ้าไม่เอาไปประชามติรัฐบาลและ คสช.ก็คงโดนตำหนิ รัฐธรรมนูญก็คงมีมลทินว่าไม่ได้ผ่านการยอมรับของประชาชน พวกไม่ชอบก็จะบอกว่า เป็นดอกผลของต้นไม้พิษถ้าเอาไปประชามติแล้วจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ เลยต้องแทงกั๊กกันแบบนี้ซึ่งการกั๊กกันแบบนี้ก็เท่ากับล้างไพ่ใหม่
ทำไมถึงว่าอย่างนั้น?
ล้างไพ่ใหม่เพราะ คสช.ริบอำนาจไปจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แล้วว่า สมาชิก สปช.จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างที่เขาทำกันอยู่ก็ไม่มีผล ให้ส่งไปประชามติได้ เรียกว่าโหวตกันแล้วคุณก็หมดสภาพไปโดยมีรางวัลปลอบใจว่า ใครทำงานเข้าตาอาจจะตั้งไปเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปซึ่งนายกฯ จะใช้อำนาจตั้งขึ้นเองจำนวน 200 คน
การแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวยังบอกด้วยว่า ถ้าร่างที่ทำอยู่ไม่ผ่านประชามติจะตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฉบับใหม่ 21 คนโดยใช้คนเก่าก็ได้ มิหนำซ้ำยังนิรโทษกรรมกลายๆ ให้คนที่ถูกตัดสิทธิการเมืองกลับมาเป็นสมาชิกรัฐสภาหรือรัฐมนตรีได้อีก นี่ก็เป็นการเกี้ยเซี้ยกับทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด
ขีดเส้นใต้แบบคอการเมืองระดับมัธยมนะครับว่า นั่นแปลว่า นักการเมืองทั้งหลายจงอยู่อย่างสงบ เพราะถ้าไม่สงบ ใช่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่จะออกมาใช้บังคับจะเขียนแบบนี้อีกนะเออ...
ทั้งหมดเป็นการหมุนเวลากลับไปที่เดิมเมื่อหนึ่งปีกว่าๆ
ไม่ต้องพูดถึง การปฏิรูปปฏิแลบหัวมังกุท้ายมังกรที่ผ่านมาว่าเป็นปฏิรูปจริงหรือไม่ เพราะอันนี้ต้องแจกแจงกันละเอียด เอาง่ายๆ ว่า บางอันก็ใช่ บางอันก็เหนื่อยเปล่า
คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้สิทธิหยิบตัวช่วยไปใช้แล้ว ผมเชื่อว่าประชาชนจะไม่ให้สิทธินั้นอีก เพราะถ้าทำซ้ำคือการแสดงความไม่จริงใจกับประชาชนซึ่งคนจะโกรธมาก
ปราชญ์โบราณ บอกว่า “การได้มาซึ่งแผ่นดินนั้นมีความยากลำบาก 5 ประการ คือ มีฐานะสูงศักดิ์แต่ไร้นักปราชญ์ หนึ่ง มีนักปราชญ์แต่ไร้ผู้ช่วยเหลือจากภายใน หนึ่ง มีผู้ช่วยเหลือจากภายในแต่ไร้กุศโลบาย หนึ่ง มีกุศโลบายแต่ไร้ราษฎร หนึ่ง มีกุศโลบาย แต่ไม่บำเพ็ญขัตติยธรรม หนึ่ง (ฉางต่วนจิง-เจ้าหยุย รจนา อธิคม สวัสดิญาณ แปล)
พล.อ.ประยุทธ์และ คสช.มีอะไรขาดอะไรตรองดูเอาเองเถิด
คำตรงย่อมบาดหู แต่ทำไงได้ “เราต่างอยากคืนความสุขให้เธอประเทศไทย” เหมือนกันนี่นา...







