
กรดไหลย้อนภัยใกล้ตัว
อาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณหน้าอกเหมือนไฟลนหัวใจ ไอเวลาเอนลงนอนจุกในลำคอ รู้สึกคล้ายๆ กับมีก้อนในลำคอ เจ็บหน้าอก เรอเปรี้ยวบ่อยๆ
อาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณหน้าอกเหมือนไฟลนหัวใจ ไอเวลาเอนลงนอนจุกในลำคอ รู้สึกคล้ายๆ กับมีก้อนในลำคอ เจ็บหน้าอก เรอเปรี้ยวบ่อยๆ หายใจลำบาก หรือ สำลกับอ่ยๆ อาการเห่ลานี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคกรดไหลย้อน” ที่คนจำนวนมากกำลังประสบปัญหาอยู่โดยเฉพาะคนเมืองที่มีไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ต้องเผชิญกับความเครียดหรือกินอาหารไม่ตรงเวลา
นพ.บุญชัย โควาดิสัยบูรณะ แพทย์ประจำศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยด้วยโรคกรดไหลย้อนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โรคนี้ไม่ทำให้เสียชีวิต แต่มีส่วนน้อยที่บางรายอาจพัฒนากลายไปเป็นมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งในลำคอ เพราะมีอาการอักเสบเรื้อรังอยู่เสมอ
โรคกรดไหลย้อนมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของหูรูดหลอดอาหาร หรือการบีบตัวของหลอดอาหารผิดปกติ หรือ ยังมีสาเหตุจากแรงดันในช่องท้องสูงจากการที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติหรือภาวะอ้วน หรือจากการที่ใส่เสื้อผ้ารัดแน่น รวมถึงพฤติกรรมอื่นๆ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มน้ำอัดลมดื่มสุรา รับประทานของทอด ของมัน และอาหารรสเปรี้ยวจัด เผ็ดจัด ไปจนถึงทานอาหารดึกดื่นแล้วล้มตัวลงนอนทันทีทำให้เกิดการไหลย้อนกลับของกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขึ้นมาที่หลอดอาหาร
นอกจากนี้ พญ.วนิชา ปัญญาคำเลิศผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพสตรีกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ยังกล่าวว่า การตั้งครรภ์ก็อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ว่าที่คุณแม่เป็นโรคกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้นสำหรับอาการที่คุณแม่จะสามารถสังเกตได้คือ จะมีอาการแสบร้อนบริเวณด้านหลังของกระดูกหน้าอกซึ่งอาจจะเกิดร่วมกับอาการอึดอัดไม่สบายบริเวณลิ้นปี่ ลำคอ ด้านนอกในช่องคอ และด้านหลังในช่องคอ ยังมีอาการ เรอ กลืนลำบาก รู้สึกร้อนในกระเพาะ แล้วมีน้ำในปริมาณค่อนข้างมากในปากโดยอาการเหล่านี้มักเป็นในช่วงหลังอาหาร หรืออาจจะเกิดช่วงกลางคืน ยิ่งถ้างอตัวอาการก็จะรุนแรงมากยิ่งขึ้น
สาเหตุที่สอง มาจากทารกในครรภ์ที่ค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มขยายขนาด กดและดันกระเพาะอาหารทำให้น้ำย่อยมีโอกาสไหลย้อนมากขึ้น แต่กรดไหลย้อนไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก เนื่องจากมดลูกกับบริเวณกระเพาะอาหารอยู่คนละส่วนกันอย่างไรก็ดี ความเสี่ยงนั้นตกอยู่ที่ตัวแม่เพราะหากปล่อยในระยะยาวจะทำให้โรคกรดไหลย้อนเรื้อรังและรุนแรง จนกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ในอนาคต
วิธีการป้องกันรักษาโรคกรดไหลย้อนเบื้องต้นสำหรับว่าที่คุณแม่คือ ลดอาหารและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็น โรคกรดไหลย้อนหรือกินยาน้ำเพื่อป้องกันกรดไหลย้อน ซึ่งไม่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ไม่มีผลต่อแม่และเด็กอย่างไรก็ดีต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนซื้อยามากินเอง
สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ แพทย์แนะว่าสามารถป้องกันกรดไหลย้อนได้ด้วยการปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มไขมันสูงอาหารรสจัด อาหารที่มีกรดสูง เช่น น้ำมะเขือเทศ ส้ม มะนาว ช็อกโกแลต หัวหอม ชาและกาแฟ โซดา สุรา รวมถึงลดปริมาณอาหารให้มีขนาดน้อยลง โดยเฉพาะมื้อเย็น นอกจากนี้ไม่ควรนอนหลังรับประทานอาหารทันที ควรเว้นอย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง และนอนศีรษะสูงโดยปรับหัวเตียงสูงประมาณ 30 องศา หรือ6-8 นิ้ว หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดหรือคับเกินไป เนื่องจากจะทำให้ความดันในช่องท้องสูงขึ้น อาหารและกรดจะถูกดันให้ย้อนขึ้นมา และควรออกกำลังกายสม่ำเสมอลดภาวะเครียดและรีบเร่ง







