
"เจมส์จิ"ว่าไง?หลังถูกวิจารณ์ร้องเพลงผิดคีย์
ผจก.ส่วนตัวเจมส์จิ เผยเจ้าตัวไม่นอยด์ เจอดราม่าร้องเพี้ยน บอกตอนเช้าเสียงไม่ค่อยมี ลั่นพร้อมพัฒนา
ผจก.ส่วนตัวเจมส์จิ เผยเจ้าตัวไม่นอยด์ เจอดราม่าร้องเพี้ยน บอกตอนเช้าเสียงไม่ค่อยมี ลั่นพร้อมพัฒนา
โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักสำหรับพระเอกหนุ่ม เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข หลังไปโชว์ร้องเพลงสดๆในรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" พร้อมแขกรับเชิญคนสวย เบลล่า ราณี เพื่อโปรโมทคอนเสิร์ต "MAGIC JAMES THE CONCERT" ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายนนี้ กลับกลายเป็นดราม่าเมื่อเสียงที่ร้องออกมานั้นเพี้ยนผิดคีย์ จนเกิดคำถามขึ้นว่าร้องแบบนี้กล้าจัดคอนเสิร์ตใหญ่จะคุ้มค่าตั๋วหรือเปล่า?
ล่าสุด"ปิ๊ก ฌาณฉลาด"ผู้จัดการซุปตาร์คนดังออกมาเผยถึงกระแสวิจารณ์ดังกล่าวให้ฟังว่า...
"สำหรับคอนเสิร์ตตอนนี้พร้อมมาก เพราะซ้อมต่อเนื่องมานานเกือบ 2 เดือน ซ้อมร้องเต้นตกวันละ 8-10 ชั่วโมง ถ้าวันไหนถ่ายละครกลับมาเขาก็ซ้อมต่อ ยอมรับว่าคาดหวังมาก เพราะคงไม่มีโอกาสมาทำอะไรแบบนี้ เพราะเจมส์เป็นนักแสดงไม่ได้เป็นนักร้อง แต่เมื่อมีโอกาสและมีผู้สนับสนุนเราก็อยากเสี่ยง ถ้าพูดถึงนักแสดงที่มาทำโชว์ คงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าปัจจุบันการเป็นนักแสดงอย่างเดียวมันไม่เพียงพอ ผู้สนับสนุนต้องการให้นักแสดงไปร่วมงานอีเวนท์ ซึ่งการทำอีเวนท์ก็ต้องมีร้องมีเต้น เราต้องตอบโจทย์ลูกค้าให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
ส่วนกระแสวิจารณ์นั้นทุกคนมีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์ เราก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกคน เพราะคนที่พูดถึงส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ติดตามผลงานของเจมส์และเอาใจช่วยอยู่แล้ว การไปออกรายการไม่ได้เป็นการฆ่าเจมส์ คือรายการเขาอยากให้ใช้เสียงจริงๆ แต่การที่จะร้องสดไม่ใช่เรื่องง่ายและยิ่งเป็นตอนเช้า ก็อย่างที่รู้ๆ กันว่าเป็นช่วงที่เสียงไม่ค่อยมี ซึ่งเราไม่ได้กดดันเรื่องนี้นะ เจมส์ไม่นอยด์กับเรื่องนี้เลย เขายังบอกกับผมว่าจะกลับไปพัฒนาตัวเอง
ทั้งนี้สาเหตุที่ต้องจัดคอนเสิร์ตถึง 2 รอบ เป็นเพราะมีเรื่องของผู้สนับสนุนและสปอนเซอร์เข้ามา ถ้าจัดรอบเดียวอาจไม่คุ้มค่าใช้จ่ายและเราคงไม่เหลือบัตรให้ขายแฟนคลับ ถามว่าบัตรขายได้ไหมต้องยอมรับว่าตอนนี้บัตรก็เคลื่อนไหวเรื่อยๆ อาจจะน้อยกว่าตอนต้น คือตอนที่เราตัดสินใจทำคอนเสิร์ต เราไม่ทราบว่าในเดือนมิถุนายนจะมีคอนเสิร์ตแสดงในเมืองไทยถึง 22 โชว์ แถมในเดือนนี้ยังมีนักร้องเกาหลีมาแสดงคอนเสิร์ตในเมืองไทยด้วย จะว่าไปแล้วคนดูก็เป็นทาร์เก็ตเดียวกัน ก็วัดกันดูว่าคนดูต้องการดูอะไร"
ภาพข่าวและที่มาจาก @komchadluek , @charnchalard







