‘ธรรมชาติสนทนา’ ศิลป์อุตสาหะแนวจินตนิยม
น้อยนักที่จะมีภาพวาดดินสอจัดแสดงเป็นนิทรรศการศิลปะอย่างจริงจังในเมืองไทย
โดย...พรงเทพ
น้อยนักที่จะมีภาพวาดดินสอจัดแสดงเป็นนิทรรศการศิลปะอย่างจริงจังในเมืองไทย เพราะแทบจะหาคนที่มุ่งมั่นเอาจริงเอาจังในเส้นทางสายนี้ได้เลย
ส่วนมากมองว่าเป็นงานการวาดขั้นพื้นฐานที่ไม่สลักสำคัญอะไรมากนัก การวาดเส้นดินสอจึงจำกัดกลุ่มแคบๆ ที่เห็นชัดหน่อยก็คือ การวาดภาพเหมือนครึ่งตัว หรือพอร์เทรตที่มีการรับจ้างวาดในงานเชิงพาณิชย์ศิลป์อยู่จำนวนหนึ่ง
เมื่อได้ข่าวว่าจะมีนิทรรศการภาพวาดดินสอ “ธรรมชาติสนทนา” ของ ครองศักดิ์ จุฬามรกต จัดแสดงที่หอศิลป์กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน ก็รู้สึกตื่นเต้นและกระตุ้นต่อมอยากเสพชมด้วยตาว่า ภาพจริงจะเนี้ยบขนาดไหน เพราะในโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก ครองศักดิ์ได้โพสต์กระบวนการทำงานและภาพที่เสร็จแล้วไว้อย่างต่อเนื่อง
เดินเข้าไปสู่โถงชั้น 1 ของหอศิลป์กรุงเทพฯ ก็ได้เห็นภาพขนาดที่ไม่ใหญ่มาจัดแสดงแขวนเรียงรายอย่างโปร่งตา ข้างๆ ภาพก็มีบทกวีนิพนธ์จากกวีรับเชิญมาถ่ายทอดความรู้สึกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพนั้นๆ ด้วย อาทิ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, ศิวกานท์ ปทุมสูติ, ไพวรินทร์ ขาวงาม, อังคาร จันทาทิพย์, ศิลา โคมฉาย, จิระนันท์ พิตรปรีชา ฯลฯ ซึ่งรวมภาพวาดดินสอ 53 ภาพ ประกอบบทกวีก็เล่นเอาเหนื่อยทีเดียว
การละเลียดชมภาพวาดทิวทัศน์ธรรมชาติที่เป็นดินสอในแบบขาวดำ ทำให้เราเห็นมิติถึงความลึกซึ้งและละเอียดลออในการเพ่งจิตด้วยอุตสาหะในการวาด เมื่อมาผนวกกับรสคำและความหมายจากกวีนิพนธ์ทำให้ทุกอย่างผสานกันอย่างลงตัวในเชิงจินตนิยมหรือโรแมนติก
คงต้องนำบทความที่ชื่อ “งานแรเงา ของ ครองศักดิ์ จุฬามรกต” ในสูจิบัตรของหนังสือธรรมชาติสนทนา ของ สุธี คุณาวิชยานนท์ รองศาสตราจารย์และหัวหน้าภาควิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มาขยายให้เห็นภาพของสุนทรียศาสตร์ภาพเขียนดินสอชุดนี้
สุธี เขียนบอกว่า สำหรับวงการศิลปะสาขาทัศนศิลป์ ครองศักดิ์ จุฬามรกต เป็นศิลปินหน้าใหม่ แต่ในแวดวงสถาปัตยกรรม ครองศักดิ์เป็นสถาปนิกใหญ่ คนในวงการสถาปัตยกรรมต่างรู้จักเขาดี เพราะครองศักดิ์ฝากผลงานสถาปัตยกรรมระดับคุณภาพชั้นเยี่ยมไว้บนแผ่นดินไทยมากมาย
โดยบอกถึงความประทับใจในแง่มุมต่างๆ สำหรับนิทรรศการศิลปะชุดนี้ไว้ 3 ประการ คือ ประการแรก ความเรียบง่ายของเนื้อหาเรื่องราวที่กลับไปหาธรรมชาติในลักษณะน้อมคารวะ ประการที่ 2 การกลับไปหาสื่อและเทคนิคที่เป็นพื้นฐานที่ธรรมดาสามัญอย่างถึงที่สุด และประการที่ 3 สมาธิ ความละเอียด การเข้าสู่สภาวะที่เป็นสมาธิ
ส่วนคำนิยม โดย พระไพศาล วิสาโล ได้เขียนบรรยายไว้อย่างหมดจดว่า
“…ใครก็ตามที่ได้มาเห็นภาพเหล่านี้ จะรู้สึกได้ถึงความสงบเย็นที่บังเกิดในจิตใจ ที่เคยว้าวุ่นก็จะค่อยๆ นิ่งลง ที่รีบร้อนก็จะกลายเป็นเนิบช้า ราวกับว่าได้อยู่ท่ามกลางพงไพรหรือนั่งริมธารใสจริงๆ ภาพเหล่านี้สามารถพาเราออกจากโลกที่อึกทึกจอแจและเร่งรีบได้เลยทีเดียวแม้ชั่วขณะก็ตาม ยิ่งได้นั่งนิ่งๆ อ่านบทกวีประกอบภาพด้วยแล้ว ก็จะสัมผัสได้ถึงมิติอันลึกซึ้งที่เลือนหายไปจากชีวิตสมัยใหม่ไปนานแล้ว บางคนเรียกมิติดังกล่าวว่ามิติทางจิตวิญญาณ…”
ด้วยระยะเวลาไม่ยาวนัก แค่ครึ่งเดือนเท่านั้นในการจัดแสดง ทำให้หลายคนพลาดการชม แต่มีสิ่งทดแทนและเป็นส่วนสำคัญที่พลาดไม่ได้ก็คือ หนังสือภาพเขียนดินสอ ชุด “ธรรมชาติสนทนา - Dialogue with Mother nature” พิมพ์ขนาดเท่าภาพจริง ได้ถูกผลิตขึ้นมาจำหน่าย เพื่อนำรายได้สมทบทุนโครงการอุทยานการเรียนรู้แห่งความรักและสันติภาพ “พิพิธภัณฑ์แม่” ภายใต้มูลนิธิสานแสงอรุณ เพื่อใช้ดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “เปิดสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งฟื้นฟู และพัฒนาศักยภาพทางจิตวิญญาณของคน เพื่อดุลยภาพในการดำรงอยู่พึ่งพา สู่ความสุขสงบ สันติ อย่างยั่งยืนของสรรพชีวิต และสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง” ให้คนที่สนใจภาพเขียนดินสอชั้นเยี่ยมแนวธรรมชาติที่พลาดนิทรรศการครั้งนี้ได้เก็บสะสมกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08-1689-5778, 08-9813-8838


