
บุญญาภรณ์ รอดปัญญา เจ้าของบล็อกแฟชั่น The Arty Wardrobe
เป็นคนที่ชอบเสื้อผ้า แฟชั่น และชอบการแต่งตัวมาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้วสำหรับ “อุ๋ม-บุญญาภรณ์ รอดปัญญา”
โดย...แมงโก้หวาน
เป็นคนที่ชอบเสื้อผ้า แฟชั่น และชอบการแต่งตัวมาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้วสำหรับ “อุ๋ม-บุญญาภรณ์ รอดปัญญา” สาวสวยน่ารักคนนี้ที่เกิดในประเทศไทย แต่ไปเติบโตและศึกษาอยู่ที่สหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ปัจจุบันอายุ 22 ปี เพิ่งจบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิจิตรศิลป์ (Fine Art) จากมหาวิทยาลัยลินคอล์น ประเทศอังกฤษ มาหมาดๆ
แมงโก้หวานรู้จักเธอโดยมีกัลยาณมิตรผู้หนึ่งแนะนำให้รู้จัก ในช่วงที่เธอและคุณแม่เดินทางมาเยี่ยมเมืองไทยและเข้ากราบแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน เมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เชื่อไหมว่าตลอด 15 ปีที่อยู่อังกฤษเธอไม่เคยลืมภาษาไทยทั้งเขียนและพูดได้สบายมาก ซึ่งเธอบอกว่าที่พูดและเขียนได้เพราะคุณแม่คอยพร่ำสอนอยู่เสมอ “เป็นคนไทยต้องไม่ลืมภาษาไทย”
ปัจจุบันนอกจากจะช่วยงานธุรกิจครอบครัวคือร้านอาหารซึ่งมีอยู่หลายสาขา เธอยังเป็นบล็อกเกอร์แฟชั่นอีกด้วย โดยบล็อกเธอมีชื่อว่า “The Arty Wardrobe” ซึ่งทำขึ้นในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย จากความชอบในเรื่องแฟชั่นและการแต่งตัวของเธอ คือตั้งแต่เด็กๆ จะชอบวาดรูปและทุกครั้งที่ลงมือวาดจะรู้สึกมีความสุขและผ่อนคลาย พอโตขึ้นจึงมีความเป็นอาร์ติสต์อยู่ในตัวสูง ใกล้ๆ จบมัธยมก็ชอบแต่งตัว แต่พอขึ้น A-levels ก็อ่านแฟชั่นแมกกาซีนจนเกิดความสนใจในการแต่งตัวและพยายามที่จะตามเทรนด์ตลอด
เธอกล่าวต่อว่า ส่วนที่เลือกเรียน Fine Art เพราะเข้าใจว่าถ้าชอบแฟชั่นก็ต้องอยากเป็นดีไซเนอร์ แต่ช่วงนั้นยังไม่เข้าใจความแตกต่างของแฟชั่นดีไซเนอร์ แฟชั่นสไตลิสต์ และไม่รู้ว่ามีงานหลากหลายตำแหน่งในวงการแฟชั่น เลยคิดว่าถ้าเรียน Fine Art ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานในวงการแฟชั่นไม่ได้ คิดแต่เพียงว่าจะได้เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ที่คนเรียนแฟชั่นอาจจะไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นก็ได้ และตลอดเวลาสามปีที่เรียน Fine Art ทำให้รู้สึกรักแฟชั่นมากขึ้นเรื่อยๆ ว่างๆ จะอ่านนิตยสาร Vogue และ Elle ชอบหน้าที่เกี่ยวกับเทรนด์ใหม่ๆ อยู่ตลอดไม่ว่าจะเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หรือภาพถ่าย Campaign และบทบรรณาธิการของแต่ละแบรนด์
โดยจุดเริ่มต้นของการเขียนบล็อก The Arty Wardrobe เธอบอกว่า เกิดมาจากความรักในการแต่งตัว และจากการที่มีเพื่อนๆ มาถาม เช่น เสื้อตัวนี้ ซื้อที่ไหน ราคาเท่าไร เลยเป็นไอเดียใหม่ที่พุ่งเข้ามาในหัวในช่วงใกล้ปิดเทอมตอนซัมเมอร์หลังจบปี 2 คือการสร้างบล็อกและเขียนให้ความรู้เกี่ยวกับชุดที่ใส่ในชีวิตประจำวันไว้ให้คนอื่นๆ ที่สนใจได้เห็นได้มีไอเดียจากเราเอง
บล็อกเกอร์คนสวยเล่าต่อว่า จากจุดนี้ทำให้เรียนรู้ step-by-step ว่าการเข้าวงการแฟชั่นไม่ได้ยากถ้าทำในสิ่งที่ถูกต้องและรักในสิ่งที่ทำ ถึงจะไม่ได้อัพเดทบ่อยๆ เท่าที่หวังไว้ แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้ว่ากว่าจะได้ภาพถ่ายและบล็อก โพสต์ออกมาแต่ละโพสต์นั้นต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก
“การถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายเหมือนกัน เพราะ Fashion Blogger นั้นไม่ใช่นางแบบที่หุ่นเป๊ะตลอดเวลา แต่เราต้องทำให้รูปถ่ายออกมาพอดูได้เพื่อจะสื่อกับคนอ่านว่าเรากำลังจะพูดถึงสิ่งๆ นี้ และเป็นเรื่องธรรมดาที่แรกๆ เราอาจจะรู้สึกอายเวลาที่มีคนจ้องมองเวลาเราถ่ายรูปอยู่”
โดยบล็อก The Arty Wardrobe ของเธอถูกสร้างขึ้นผ่านแพลตฟอร์มของ blogger.com เมื่อปี 2013 และไม่นานหลังจากนั้นก็ทำให้เธอได้มีโอกาสได้ไปทำงานที่ London Fashion Week ตลอดทุกซีซั่น ซึ่งเธอรู้สึกเหมือนฝันอยู่ตลอดเวลาที่ได้ร่วมงานหลังเวทีกับเหล่าดีไซเนอร์หลายคน
“หนูได้นั่งดูการเดินแฟชั่นโชว์บนรันเวย์กับเหล่าเซเลบริตี้ ได้รู้เทรนด์ใหม่ที่จะออกท้องตลาดเร็วถึงหกเดือน เร็วกว่าใครๆ ทั้งได้พบปะผู้คนใหม่ๆ ที่รักแฟชั่นเหมือนกันตลอดเวลา มันเป็นประสบการณ์ที่เรารู้สึกว่าใช่ ทำแล้วไม่เหนื่อย แอ็กทีฟตลอดเวลา ประทับใจมากๆ เป็นความรู้สึกที่เงินไม่สามารถซื้อได้
แต่งานหนักมากเพราะทุกอย่างต้องเริ่มและจบภายใน 5 วัน แต่รู้สึกชอบวงการแฟชั่นตรงที่ทุกอย่างรวดเร็ว และเราต้องทำทุกอย่างจากใจจริงเท่านั้น เพราะถ้าเราเริ่มเบื่อหรือท้อเราจะตามคนอื่นไม่ทันแน่นอน เพราะเป็นวงการที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วตลอดเวลา และไม่มีอะไรที่แน่นอน”
บล็อกเกอร์คนเก่ง บอกอีกว่า โซเชียลมีเดียเป็นตัวช่วยตัวสำคัญที่ทำให้บล็อกต่างๆ เดินหน้าเร็วขึ้น เพราะทำให้มีคนเจอบล็อกเร็วขึ้น และบางทีการที่ได้ร่วมโปรเจกต์กับแบรนด์ต่างๆ หรือบล็อกเกอร์คนอื่นๆ ก็จะทำให้ได้มีโอกาสทำงานในวงการแฟชั่นอีกด้วย แต่ทั้งนี้การสื่อสาร การอัพเดทบ่อยๆ รวมถึงความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ลอกเลียนแบบผู้อื่น และความสัมพันธ์ที่ดี สิ่งเหล่านี้จะนำโอกาสดีๆ มาหาบล็อกเอง
เธอเล่าว่า อยากไปเที่ยวหลายที่รอบโลกเพราะคิดว่าการที่ได้เดินทางบ่อยๆ จะทำให้ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่อยู่เสมอ รู้สึกมีความสุขที่เวลาได้ค้นหาและเห็นวัฒนธรรมใหม่ๆ เช่น การได้เห็นการเป็นอยู่ของคนในแต่ละประเทศ อาหาร และการแต่งกาย แฟชั่นที่แปลกๆ ก็ไม่เคยลืมที่จะถ่ายภาพความทรงจำนั่นไว้ ส่วนเป้าหมายในการทำงานการได้ทำงานที่นิตยสารแฟชั่นด้าน Styling หรือเขียน Fashion Column และได้เป็นตัวแทนนิตยสารไป Fashion Week ที่ New York, London, Paris และ Milan เพื่อกลับมาอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ ให้นิตยสารและผู้ที่สนใจเกี่ยวกับแฟชั่นทั้งหลาย







