
นิยามของความสุข
ผู้คนมักมีคำนิยามความสุขต่างๆ นานา และความสุขของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป
โดย...สิตานัน วุตติเวช เรียบเรียง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ สิตานัน วุตติเวช
ผู้คนมักมีคำนิยามความสุขต่างๆ นานา และความสุขของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป
ถามว่าความสุขคืออะไร บอกตามตรงว่าตัวเองก็ยังไม่มีคำตอบตรงใจที่ชัดเจนนัก
ราวกับว่าหากเราพูดว่าความสุขเราคือสิ่งนี้ ก็จะเกิดคำถามในใจตามมาว่า แล้วหากเราไม่มีสิ่งนั้น เราก็จะไม่มีความสุขงั้นหรือ
คิดไปมาว่าเพราะอะไร ก็ได้พบว่าความสุขแท้จริงแล้วเป็นความรู้สึกอย่างหนึ่ง เฉกเช่นความรู้สึกอื่นๆ เช่น เศร้า ดีใจ เหงา ฯลฯ ที่เกิดขึ้นและจบลง ดังนั้นพอนึกๆ ว่าความสุขของเรามันคืออะไรกันนะ จึงยากที่จะพบคำตอบอันเป็นอมตะ
แต่ละช่วงชีวิตของตัวจิ๊บเอง ความรู้สึกเป็นสุขแบบใบหน้าอมยิ้มนั้น เกิดขึ้นจากเรื่องราว สถานที่และผู้คน ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป
สมัยเป็นเด็กตัวจิ๋ว จะสนุกทุกครั้งเวลาลงเล่นน้ำในโอ่งทุกปิดเทอม โตมานิดก็จะตื่นเต้นยิ้มร่าเวลาได้เปิดของขวัญปีใหม่ พอสมัยเรียน ความสุขเล็กๆ คือการได้แวะกินน้ำแข็งไสก่อนกลับบ้าน โตมาวัยทำงาน สุขแบบเขินๆ เมื่อจู่ๆ ได้รับดอกไม้ช่อสวยจากใครบางคน
เมื่อได้ออกเดินทางท่องเที่ยว แค่ยืนในป่ากว้างที่มีเสียงน้ำและอากาศเย็นสดชื่น ก็รู้สึกจิตใจปลอดโปร่งสุดบรรยาย
และบางครั้ง เมื่อเราพยุงใครสักคนที่หกล้มขึ้นมา หัวใจก็พองๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ความสุขสำหรับจิ๊บ เป็นห้วงเวลาที่จิตใจผ่อนคลายไม่มีความกังวล ณ ขณะหนึ่งที่เกิดขึ้นและผ่านไป เช่นเดียวกับความรู้สึกอื่นๆ
ความสุขมีทั้งเกิดขึ้นเอง เกิดขึ้นจากคนที่เรารักและรักปรารถนาดีกับเรามอบให้ รวมทั้งเกิดขึ้นได้ง่ายดายเมื่อเราทำหน้าที่เป็นผู้ให้
โดยส่วนตัวเป็นคนชอบธรรมชาติ ความรู้สึกเป็นสุขนี้จึงมักจะเกิดขึ้นเสมอเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ต้นไม้ ใบหญ้า ป่าใหญ่
ได้ไปเดินป่าครั้งแรกที่ภูกระดึงตอนมัธยมปลาย ก็ชอบการเดินป่าตั้งแต่นั้นมา หลังจากนั้นได้มีโอกาสไปต่างประเทศบ้าง
ก็ชอบชนบทของประเทศอังกฤษ ชอบประเทศญี่ปุ่น ที่ใส่ใจกับความสะอาดและให้ความสำคัญกับการอยู่โดยไม่รุกรานธรรมชาติ
เมื่อครั้งได้เดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรกและมองเห็นแม่น้ำใสๆ ไหลผ่านระหว่างหุบเขา เป็นความรู้สึกที่สดชื่นที่สุด และยังเป็นความทรงจำที่ดีจนวันนี้
เวลาทำงาน แล้วได้เดินทาง นั่นก็เป็นความสุขแบบอัพเกรด เพราะเราเป็นคนชอบเดินทาง ชอบนั่งรถ นั่งเรือ รถไฟ เดินเล่น อะไรแบบนั้น มันเหมือนภาพยนตร์ การเดินทางพาเราไปเห็นสิ่งใหม่ๆ แม้ไปในที่เดิม พอต่างเวลาบางอย่างก็เปลี่ยนไป บางอย่างก็เหมือนเดิม อย่างน้อยในความรู้สึกเราก็เป็นแบบนั้น
ฤดูใบไม้ร่วงหลายปีมาแล้ว ได้ไปนั่งเล่นในสวนแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ต้นไม้กำลังเปลี่ยนสี อากาศเย็นค่อนข้างหนาว จำได้ว่ารู้สึกมีความสุข
แม้ผ่านมานานแล้ว ยังจำความรู้สึกนั้นได้ เลยทำให้รู้ว่า “ความสุข” ยัง “เมม” ไว้ได้ด้วย
นอกจากนี้ สิ่งที่เรียกว่า “ความสุข” อีกอย่างของจิ๊บที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ก็คือ ความสุขเวลาได้กินของอร่อย บอกไปใครก็ไม่ค่อยเชื่อว่าเราเป็นนักกินคนหนึ่ง
จะรู้สึกดีเสมอเมื่อเราตักอาหารคำนึงเข้าปาก และรู้สึกได้ว่าคนทำเขาตั้งใจแค่ไหน
อาหารก็เหมือนหนังสือ มันบอกเรื่องราว บอกที่มาของวัตถุดิบ มันมีเรื่องเล่า มีรสชาติ บางทีซับซ้อน บางทีเรียบง่าย และมีตอนจบของเรื่อง นี่เป็นความสนุกทางจินตนาการส่วนตัว (หัวเราะ)
อาหารที่ได้รับการปรุงแต่งโดยพอดี เติมเครื่องปรุงโดยไม่กลบเกลื่อนรสชาติดั้งเดิม นับเป็นรูปแบบอาหารที่ชื่นชอบ
การได้รับประทานสิ่งที่ดี จิ๊บเชื่อว่าสิ่งนั้นสามารถเป็นพลังงานและแรงบันดาลใจที่ดีได้
ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสไปพักอยู่แถบภูเขา เคยมีโอกาสได้กินอาหารที่เขาเก็บสดใหม่จากในป่า พวกเห็ด หน่อไม้ ผักท้องถิ่น ถูกเอามาปรุงแบบเรียบง่าย ต้ม นึ่ง ย่าง แม้ไม่มีเนื้อสัตว์และการปรุงรสที่มากนัก ความอร่อยจากความสดใหม่และฝีมือคนปรุงที่ทำได้พอดิบพอดีนั้นชนะเลิศ เป็นอาหารที่กินแล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว
ในทางตรงกันข้าม เมื่อเราเป็นคนปรุงอาหารแล้วมีคนที่กินและรู้สึกอร่อย มีความสุขไปกับสิ่งที่จิ๊บทำบ้างนั้น บอกตามตรงว่า มีความสุขยิ่งกว่า ไม่ใช่เพราะว่าดีใจว่าเราทำดี แต่เป็นเพราะความสุขมันขยายตัว “เมื่อมีคนมาร่วมอร่อย ร่วมสุขกับเรา”
นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เมื่อทำร้าน Spoonful Zakka Cafe แล้วได้เห็นคนที่มารับประทานขนมที่ร้าน ยิ้มและอร่อยไปกับขนมโฮมเมดของเราแล้ว ก็เป็นกำลังใจให้เราตั้งใจทำทุกๆ วันให้ดีต่อๆ ไป
ไม่ว่าความสุขจะเกิดจากเรื่องอะไร ตอนไหน กับใคร หรือที่ไหน หากเราได้สลับเป็นคนที่มีความสุขและมอบความสุข สิ่งดีๆ แบบนี้ก็จะขยายต่อสู่คนที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ขยายออกไปทีละชั้นๆ
แม้เราอาจจะไม่สามารถทำให้ฟองสบู่ใสๆ ที่ถูกเป่าออกมา ปะทะแสงแดดประกายสีรุ้ง ลอยละล่องไปได้ตลอด แต่เราก็จดจำช่วงที่มันสวยงามที่สุดได้







