posttoday
กระต่ายไหวพริบดี มี 3 รัง เชาวน์ปัญญาการเอาตัวรอดในแบบเรียนจีน

กระต่ายไหวพริบดี มี 3 รัง เชาวน์ปัญญาการเอาตัวรอดในแบบเรียนจีน

31 พฤษภาคม 2558

เมิ่งฉางจวินเป็นคุณชายแคว้นฉี ขึ้นชื่อเรื่องความใจกว้าง เห็นว่าการเฝ้าสะสมทรัพย์สินเพื่อให้ลูกให้หลานไร้ค่า

โดย...นิธิพันธ์ วิประวิทย์

เมิ่งฉางจวินเป็นคุณชายแคว้นฉี ขึ้นชื่อเรื่องความใจกว้าง เห็นว่าการเฝ้าสะสมทรัพย์สินเพื่อให้ลูกให้หลานไร้ค่า ไม่สู้กระจายรายได้เลี้ยงดูคนมีความสามารถมาช่วยกันทำงาน เมิ่งฉางจวินจึงชอบเลี้ยงดูรับรองคนเก่งๆ

ในยุคชุนชิวที่เมิ่งฉางจวินมีชีวิตอยู่ จีนแบ่งเป็นแว่นแคว้นรบพุ่งกันไม่เว้นวัน แต่ละแคว้นต่างต้องการเสาะหาคนเก่งมาช่วยงาน จึงเกิดสภาวะสมองไหลระหว่างแคว้น

มันสมองจำนวนมากได้ยินชื่อเสียงความใจกว้างของเมิ่งฉางจวิน จึงหลั่งไหลเข้ามาอยู่ในอาณัติของเขา เมิ่งฉางจวินเลี้ยงดูนักปราชญ์ นักรบ นักวางกลยุทธ์ นักพูดพเนจรเหล่านี้ไว้ถึง 3,000 คน

ทุกคนได้กินอิ่มนอนอุ่น ที่มีความสามารถโดดเด่นขึ้นมาหน่อยจะแถมปลาให้ทุกมื้อ หากความสามารถชัดเจนจะได้รถม้าโดยไม่ต้องส่งฝาชิงโชค นอกจากมีชีวิตที่ดีแล้วยังมีหน้ามีตา

วันหนึ่งชายพเนจรพร้อมกระบี่ซอมซ่อเข้าขอพบเมิ่งฉางจวิน เมิ่งฉางจวินจึงถามไถ่ ชายคนนั้นบอกว่า “ข้าชื่อเฝิงเซวียน ความสามารถอะไรไม่มี ได้ยินว่าที่นี่มีข้าวให้กินฟรี เลยขอมาอยู่ในสังกัด” แนะ!

เมิ่งฉางจวินจัดให้เขากินอิ่มนอนอุ่น แต่เฝิงเซวียนวันๆ ไม่ทำอะไร กินข้าวเสร็จก็นั่งดีดกระบี่แล้วร้องเพลงว่า “ที่นี่กินข้าวไม่มีปลาน่าเบื่อจริง กระบี่วิเศษเอ๋ยกลับบ้านกันเถอะ”

เมิ่งฉางจวินรู้ใจ เลื่อนขั้นให้เฝิงเซวียนเป็นแขกระดับสอง แต่เฝิงเซวียนก็ยังร้องเพลงดีดกระบี่ จากขอปลาเพิ่มเป็นขอรถม้า พอได้รถม้าก็ยังขอให้ส่งข้าวส่งเงินให้คนทางบ้าน

เมิ่งฉางจวินคิดในใจว่า เอาละ ไหนๆ ก็ไหนๆ ให้ได้ก็ให้ไป พอได้ครบดังหวัง เฝิงเซวียนก็ไม่บ่นอีกต่อไป แต่วันๆ ก็ไม่เห็นทำอะไรให้เห็นความสามารถ

ผ่านไปหนึ่งปี ด้วยใจคอกว้างขวางระดับนี้ กระแสเงินสดของเมิ่งฉางจวินเริ่มฝืด คิดได้ว่ายังมีหมู่บ้านหนึ่งถึงกำหนดเก็บต้นและดอกเงินกู้แล้ว ให้ใครไปเก็บคงไม่เหมาะเท่าเฝิงเซวียน คนไร้ประโยชน์

เฝิงเซวียนถาม “เก็บดอกเสร็จแล้ว ให้กระผมทำอะไรต่อ”

เมิ่งฉางจวินว่า “ก็หาอะไรซื้อที่บ้านข้าขาดอยู่กลับมา”

เฝิงเซวียนไปถึง แม้เก็บต้นเก็บดอกได้ส่วนหนึ่ง เขาไม่ได้เอาไปซื้อของใช้ แต่เอาไปซื้อเหล้าซื้อเนื้อมากมาย จากนั้นจัดปาร์ตี้ในหมู่บ้าน เชิญชาวบ้านที่ยังไม่จ่ายหนี้มางานเลี้ยง ชาวบ้านที่มาในงานเลี้ยงพอเหล้าเนื้อเข้าปาก บ้างก็จ่ายได้ทันที บ้างก็ขอยืดระยะเวลา บ้างก็ได้แต่บอกตรงๆ ว่า “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย”

งานเลี้ยงใกล้จบ เฝิงเซวียนจึงบอกกับชาวบ้านว่า “ท่านเมิ่งฉางจวินให้พ่อแม่พี่น้องกู้ยืม มิใช่เพราะต้องการความร่ำรวย แต่เป็นเพราะต้องการให้พวกเราตั้งตัวทำมาหากินได้ และเป็นเพราะท่านเมิ่งต้องเลี้ยงดูคนเก่งหลายพันคน ย่อมจำต้องใช้เงินมหาศาล เมื่อพ่อแม่พี่น้องตั้งตัวทำมาหากินได้ และบ้านเมืองมีผู้มีความสามารถ บ้านเมืองก็มั่นคง แท้จริงแล้วท่านเมิ่งทำเพื่อพวกท่าน เพื่อบ้านเมือง มิใช่เพื่อตัวเอง!”

ว่าแล้วก็หยิบสัญญาและรายชื่อลูกหนี้ที่ “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ขึ้นมา แล้วบอกว่า “ในเมื่อพวกท่านจ่ายคืนไม่ได้แล้วจริงๆ ท่านเมิ่งก็ไม่บังคับ หนี้ทั้งหมดนี้ไม่ต้องคืน” สิ้นคำพูดก็เผาสัญญาและรายชื่อ
ลูกหนี้เหล่านั้นทิ้ง

เงินที่เก็บได้ก็เอาไปจัดงานเลี้ยงหมด ส่วนสัญญาหนี้ที่เหลือก็กลายเป็นขี้เถ้าหนึ่งกอง เฝิงเซวียนจึงกลับบ้านมือเปล่า

เมิ่งฉางจวินพบเฝิงเซวียน ถามว่า “ซื้ออะไรกลับมาละ” “ข้าช่วยท่านซื้อเมตตาธรรมกลับมา” เฝิงเซวียนตอบ พออธิบายเรื่องราวให้ฟัง เมิ่งฉางจวินเลือดขึ้นหน้า เมื่อตั้งสติได้จึงทำใจแล้วบอกว่า “อืม ท่านไปพักผ่อนเถอะ”

ไม่นานเจ้าแคว้นฉีเกิดระแวงในอิทธิพลของเมิ่งฉางจวิน ริบตราประจำตำแหน่งเมิ่งฉางจวินไป เมิ่งฉางจวินร้อนรนก้นเป็นไฟ เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกไป แขกทั้ง 3,000 หายวับไปกับตา เหลืออยู่ก็แต่เฝิงเซวียน

เฝิงเซวียนบอกว่า “ข้าจะพาท่านไปในที่ของท่าน” ว่าแล้วก็ขับรถม้าพาเมิ่งฉางจวินไปที่หมู่บ้านนั้น ชาวบ้านทั้งหลายต่างหอบหิ้วเหล้ายาปลาปิ้งออกมาต้อนรับเมิ่งฉางจวินด้วยความซาบซึ้ง เฝิงเซวียนบอกว่า “นี่คือเมตตาธรรมที่วันนั้นข้าซื้อกลับมาให้ท่าน” เมิ่งฉางจวินปลื้มปีติ แต่เฝิงเซวียนยังกล่าวต่อไปว่า “นี่ยังไม่นับเป็นที่พึ่งได้ ข้าเคยได้ยินว่า กระต่ายที่ไหวพริบดี มี 3 รัง ที่นี่นับเป็นรังเพียงรังแรก ต่อจากนี้ข้าจะเสาะหาอีก 2 รังให้ท่านเอง”

เฝิงเซวียนออกเดินทางไปเข้าเฝ้าอ๋องแคว้นเว่ยแล้วกล่าวว่า “เว่ยและฉีต่างเป็นมหาอำนาจ ต้องอาศัยคนเก่ง ท่านเมิ่งใจกว้าง คบหาคนเก่ง หากเชิญท่านเมิ่งมาแคว้นเว่ย นอกจากท่านจะได้คนเก่งมากมาย ท่านยังได้ข้อมูลทั้งหมดของแคว้นฉี”

อ๋องแคว้นเว่ยยินดียิ่ง ตระเตรียมรถไปทาบทามเมิ่งฉางจวิน ก่อนออกขบวน เฝิงเซวียนอ้างว่าจะรีบกลับมารายงานให้เมิ่งฉางจวินรับทราบ ชิงขอตัวกลับมาก่อน

เฝิงเซวียนรีบรุดไปเข้าเฝ้าอ๋องแคว้นฉี แล้วกล่าวว่า “บัดนี้ แคว้นเว่ยเตรียมรับท่านเมิ่งไปบริหารแคว้น หากท่านเมิ่งไปแคว้นเว่ย ไม่เพียงแต่คนเก่งจะหลั่งไหลไปตาม ความลับของแคว้นฉีก็ไปด้วย ฉีคงไม่มีวันสู้เว่ยได้อีก หากคืนตำแหน่งให้เมิ่งฉางจวิน แคว้นฉีจะรักษาได้ทั้งเมิ่งฉางจวินและคนเก่งมากมาย” อ๋องแคว้นฉีไม่เชื่อ แต่เมื่อส่งคนไปตรวจสอบ ก็พบว่าแคว้นเว่ยกำลังส่งคนมารับเมิ่งฉางจวินตามนั้นจริง

ดังนั้น อ๋องแคว้นฉีจึงรีบคืนตำแหน่งให้กับเมิ่งฉางจวินดังเดิม

เป็นอันว่า หมู่บ้านนั้น แคว้นฉี แคว้นเว่ย ต่างพร้อมต้อนรับเมิ่งฉางจวิน เฝิงเซวียนจึงกล่าวกับเมิ่งฉางจวินว่า ข้าได้เสาะหารังทั้ง 3 ให้ท่านได้แล้ว บัดนี้ท่านก็สามารถหนุนหมอนนอนได้อย่างเป็นสุข

เมิ่งฉางจวินไม่ได้คิดเป็นกบฏ อิทธิพลที่เขาสร้างก็เพียงเพราะวิสัยทัศน์ส่วนตัว ถึงอย่างนั้นความเดือดร้อนก็ยังมาถึงตัวได้ โชคดีที่มีแนวทางของเฝิงเซวียนรองรับ

เฝิงเซวียนเองนั้น ถึงไม่ได้มีฝีมืออะไรก็จริงในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีสติปัญญาและมองการณ์ไกล เห็นทางหนีทีไล่ที่แท้จริงของชีวิต

ส่วนอ๋องแคว้นฉีและแคว้นเว่ยต้องคานอำนาจกัน ทางรอดของเมิ่งฉางจวิน คือการพึ่งพาความหวาดระแวงและดุลอำนาจของทั้งสองฝ่าย และอย่าลืมเอาใจประชาชน

ความซับซ้อนแบบนี้ คือความซับซ้อนที่เห็นได้ในชีวิตจริง เพราะนอกกรอบมิติของความดีความเลว ชีวิตจริงยังต้องเอาตัวรอดในมิติอื่นๆ อีกมากมาย ความหวาดระแวง ข่าวลือ การสร้างสถานการณ์ การซื้อใจ ดุลอำนาจ ชีวิตไม่ได้เจอแต่เพียงเรื่องแบนๆ ประเภททำดีได้ดี ทำดีได้ชั่ว ตัวร้ายได้ดี หรือตัวดีได้ดี

และชีวิตที่ซับซ้อนขึ้นตามอายุ ย่อมต้องการบทเรียนที่ซับซ้อนขึ้น

ตำนานเรื่องนี้เป็นหนึ่งในบทเรียนชั้นมัธยมศึกษาของจีนครับ เด็กจีนทุกคนคุ้นเคยเรื่องราวนี้ดี

ผมนั่งนิ่งๆ แล้วนึกดูว่าแบบเรียนของไทยมีตัวอย่างเชาวน์ปัญญาในการเอาตัวรอดแบบนี้บ้างหรือไม่ ผมยังนึกไม่ออก และที่ไม่อยากนึกออกเลยก็คือชื่อ “ศรีธนญชัย”

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด แมนซิตี้ พบ เบรนท์ฟอร์ด พรีเมียร์ลีก วันนี้ 9 พ.ค.69

ถ่ายทอดสด แมนซิตี้ พบ เบรนท์ฟอร์ด พรีเมียร์ลีก วันนี้ 9 พ.ค.69