
การเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมชาติ
โลกทั้งโลกกำลังไหวระริกกับอนาคตที่กำลังขึ้นรูปใหม่ ในภาวะไปต่อยังไม่ได้ จะหันกลับก็ไม่ถึงนี้
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
โลกทั้งโลกกำลังไหวระริกกับอนาคตที่กำลังขึ้นรูปใหม่ ในภาวะไปต่อยังไม่ได้ จะหันกลับก็ไม่ถึงนี้ ถ้าผู้ที่กำลังทำงานท้าทายอยู่กับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Money Ball อาจจะได้อะไรดีๆ ก็ได้
ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างมาจากอัตชีวประวัติของ บิลลี่ บีน (Billy Beane) ซึ่งในเรื่องแสดงโดยแบรด พิตต์
บีน เป็นผู้จัดการทีมเบสบอล โอ๊กแลนด์ เอส์ (Oakland A’s) หรือ Oakland Athletics แห่งเมืองโอ๊กแลนด์
สมัยหนุ่มบีนเป็นนักกีฬาดาวรุ่งผู้เดินมาถึงทางแยกระหว่างการถูกเสนอให้เป็นนักกีฬาอาชีพกับได้รับทุนการศึกษาจากสแตนฟอร์ด
เขาเลือกอย่างแรก
แม้เป็นดาวรุ่งและเลือกหนทางชีวิตอย่างที่พวกแมวมองหาคนหนุ่มที่มีแววแล้วเกลี้ยกล่อมด้วยเหตุผลว่าไม่ว่าใครเมื่อชีวิตถึงจุดหนึ่งก็สมควรเลิกทำอะไรแบบเด็กๆ เสีย แม้เขาเลือกเล่นกีฬาอย่างจริงจังแต่กลับไปได้ไม่สุดทั้งๆ ที่นักกีฬาเบสบอลทั่วไปจะมีคุณสมบัติโดดเด่นเพียง 2-3 ประการ แต่เขานั้นมีคุณสมบัติถึง5 อย่าง
มีเหตุผลร้อยแปดที่คนหนุ่มที่โดดเด่นไม่ได้เป็นพลุที่พุ่งไปสูงถึงยอดสุดอย่างที่ควรจะเป็น หนึ่งในนั้นคือ เวลาคนหนุ่มที่มีแววถูกโยนลงสนาม มักไม่มีใครค่อยๆ ให้คำชี้แนะ เพื่อให้พวกเขาเชื่อมั่นในตัวเอง
ว่าทำได้
เมื่อไปไม่ถึงฝัน บีนตัดสินใจพลิกบทจากนักเบสบอลดาวรุ่ง ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม
ในฤดูกาลปี 2001 ทีมเขาพ่าย New York Yankees ในรอบรองชนะเลิศ แต่นั่นยังไม่ใช่วิกฤต
วิกฤตจริงตามมาหลังจากนั้น คือ ทีมยักษ์ใหญ่ทุ่มเงินซื้อตัวซูเปอร์สตาร์ของทีมไปจนขาดคนเล่นในตำแหน่งสำคัญ 3 ตำแหน่ง ทีมโอ๊กแลนด์ต้องหาตัวใหม่มาแทน แต่ไม่ว่าบีนจะพยายามอย่างไร หันไป
ทางไหนก็เจอแต่ทางตัน
ตันเพราะทีมเขาไม่มีเงินพอจะไปซื้อนักกีฬาที่มีความสามารถโดดเด่นในตำแหน่งนั้นๆ มาเข้าทีมได้
ขณะดิ้นรนไปยื่นข้อเสนอยังทีมต่างๆ นั้น เขาได้พบ ปีเตอร์ แบรนด์ (Peter Brand) หนุ่มวัย 25 ปี เพิ่งจบจากคณะเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล โดยบังเอิญในระหว่างเจรจากับผู้บริหารของทีมหนึ่ง
แบรนด์ เป็นเจ้าหน้าที่เล็กๆ คนหนึ่งที่ทำหน้าที่คอยให้ข้อมูลกับผู้บริหารตัวเองขณะมาเจรจากับบีน
แบรนด์ ไม่ใช่นักกีฬา ไม่ใช้โค้ช แต่เขาทำงานแบบที่คนอื่นไม่ทำ เช่น เก็บข้อมูลสถิติวิเคราะห์ข้อมูลของนักกีฬา สามารถแยกแยะจุดเด่น จุดด้อย และตีราคาค่าตัวได้ว่าแท้จริงแล้วคนคนนั้นควรจะมีราคาเท่าไหร่เมื่อเทียบกับความสามารถจริง
แรกๆ แบรนด์ก็ไม่รู้หรอกว่ามันใช่หรือเปล่า แต่พอบีนดึงแบรนด์มาร่วมงานที่โอ๊กแลนด์ เอส์ ทั้งคู่ก็สร้างปรัชญาใหม่ในการทำทีมขึ้นมา แน่นอนว่าพวกเขาต้องฝ่าฟันอะไรหลายอย่าง เหมือนกับผู้นำทุกวงการ ทุกองค์กรต้องเจอเมื่อต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง
บีน เจอการต่อต้านในรูปแบบต่างๆ เขาสั่งอย่างแต่หัวหน้างานไปทำอีกอย่าง ถูกท้าทายสารพัด แต่ก็พยายามแก้ไข ทั้งวิเคราะห์สถานการณ์ให้เห็น ทั้งขอความร่วมมือ ทั้งเจรจาต่อรอง ทั้งให้กำลังใจ ฯลฯ เมื่อไม่มีทางเลือกเขาทุบโต๊ะ ปลดคนเก่าๆ ที่ขวางทางทิ้ง ขายและไล่คนที่ท้าทายและไม่ยอมให้ความร่วมมือออก
เป็นธรรมดาที่การเปลี่ยนแปลงแรกๆ ไม่ว่าวงการใดย่อมมีความผิดพลาด
ผลจากการลองผิดลองถูก การไม่ได้รับความร่วมมือและอื่นๆ ฯลฯ ทำให้อันดับของทีมดิ่งเหวไปเรื่อยๆ
กระทั่งมีเสียงเรียกร้องจากแฟนคลับให้ปลดบีนออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม
ขณะวาระสุดท้ายใกล้จะมาถึงนั้นเอง ดอกผลแห่งการเปลี่ยนแปลงก็งอกงามขึ้นพอดี
โอ๊กแลนด์ เอส์ ชนะติดต่อกัน 20 เกมรวด ฉีกประวัติศาสตร์วงการเบสบอลโลกชนิดที่ไม่เคยมีทีมไหนในประวัติศาสตร์ทำได้
พวกเขากลายเป็นตำนานใหม่ และพลิกแนวทางการทำทีมเบสบอลอย่างที่ไม่เคยมีคนทำมาก่อน
ทุกวันนี้ ทุกหนแห่งล้วนแต่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมทุกบริบทกำลังถูกเขย่า หลายองค์กร หลายสปีชี ถูกท้าทายว่าจะอยู่รอดหรือไม่ อย่าว่าแต่คนเลย อนาคตสื่ออนาคตทีวีดิจิทัล อนาคตของดนตรีไทย อนาคตช้างไทย ฯลฯ ล้วนอยู่ในสถานการณ์คล้ายๆ กันนั่นคือ หันหน้าไปทางไหนล้วนแต่อยู่ในสภาพลูกผีลูกคนทั้งนั้น
ทุกที่มีคนแบบบีน มีคนแบบแบรนด์ และมีกบที่นอนทอดหุ่ย ไม่รู้ว่าน้ำกำลังร้อนขึ้นทุกขณะอยู่เต็มไปหมด
Money Ball เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับวงการกีฬา แต่บอกเล่าสัจธรรมที่กำลังเกิดขึ้นในวงการต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ให้แง่คิดและเป็นกำลังใจให้กับเหล่านักรบที่อยู่แถวหน้าในทุกหนแห่งได้อย่างน่าสนใจ
สำหรับผมแล้วสนุกและน่าสนใจขนาดนั่งชม Money Ball อย่างใจจดใจจ่อ ไม่ลุกไปไหนเลยตั้งแต่ต้นจนจบ
โจทย์ใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงมักอยู่ที่จะเปลี่ยนอย่างไร แต่ผมว่าสิ่งที่ใหญ่กว่านั้นคือ ต้องมีแรงบันดาลใจ ซึ่ง Money Ball มีสิ่งนั้น
การเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมชาติ กลัวมันก็หมดท่า สนุกกับมันดีกว่าจริงไหมครับ?







