
อนาคต คือ... เธอ...ผู้ไม่แพ้ “อนาคตที่ดีมาจากคนที่ไม่ยอมแพ้
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
เพราะคนที่ไม่ยอมแพ้ คืออนาคต”
หากนี่คือสารสำคัญที่ภาพยนตร์เรื่อง Tomorrowland ต้องการบอกคนดู หากเป็นน้องๆ หนูๆ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของผู้สร้างอย่าง วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส คงได้เรียนรู้ว่า ต่อไปนี้เราจะเป็นคนไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเรียนหนักแค่ไหน เพื่ออนาคตที่ดีของชีวิต เราต้องไม่ยอมแพ้
แต่หากเป็นคนดูที่ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายรองๆ อย่างเราๆ ท่านๆ สารสำคัญที่ว่านี้ กลับเป็นสารสำคัญที่ยิ่งใหญ่ หนักแน่น และลุ่มลึก ที่ทำให้เราในฐานะคนดูได้ฉุกคิด ได้ตระหนัก และได้เรียนรู้ว่า ยิ่งเติบโต เราจะนอนนิ่งเพิกเฉยต่อโลกใบเดิมที่กำลังเลวร้ายลงไปทุกทีไม่ได้ เราต้องลุกขึ้นมาสร้างโลกใบใหม่ด้วยจินตนาการอันกว้างไกล และด้วยความเชื่อที่ว่าเราทำได้ หากเรามีจิตใจที่ไม่ยอมแพ้
ภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังพูดถึงโลกใบใหม่ ที่เต็มไปด้วยอนาคตอันสดใสเรืองรอง ที่ซึ่งกำลังต้องการนวัตกร หรือนักสร้างสรรค์ ผู้มีจินตนาการอันกว้างไกล และมีความเชื่อว่าตัวเองจะสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่จินตนาการไว้ให้เกิดขึ้นจริง มาร่วมสร้างสิ่งดีๆ ร่วมกัน มาร่วมทำให้ดินแดนใหม่สดใส และน่าอยู่มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ
ที่สำคัญคือนวัตกรผู้นั้นต้องมีหัวใจของคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เพราะกว่าที่มนุษย์เราจะสร้างสิ่งใหม่ที่เป็นสิ่งยิ่งใหญ่ได้ เขาย่อมผ่านทั้งความล้มเหลวและความผิดหวังมานับไม่ถ้วน หากเขามีลักษณะนิสัยของคนขี้แพ้ สิ่งใหม่ สิ่งยิ่งใหญ่ สิ่งดีงาม สิ่งสร้างสรรค์นั้นคงไม่บังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แม้ทูมอร์โรว์แลนด์จะเป็นดินแดนอนาคตที่น้อยคนนักจะเดินทางไปถึง แต่มันก็เป็นดินแดนที่ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจ ทำให้เราอยากที่จะปลุกจินตนาการอันกว้างไกลในตัวให้ลุกโชนขึ้นมา พร้อมกับลุกขึ้นมาทำให้จินตนาการอันกว้างไกลนั้นได้กลายเป็นจริง โดยไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคขวากหนามที่จะคอยเข้ามาขัดขวาง และคอยผลักเราให้ล้มลงตรงกลางทาง และมันก็ทำให้เรารู้สึกว่า เราอาจจะมีใครสักคนวางเข็มกลัดที่มีอักษรตัว T ไว้ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ ตัวเรา เพื่อให้เราได้สัมผัสมัน และเดินทางข้ามผ่านเวลามาเจอดินแดนอนาคตอันสวยสดงดงามก็เป็นได้
หรือภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจะบอกเราว่า
ทำดี ย่อมมีคนเห็น!
(ผมคิดว่า ถึงไม่ต้องบอก ผมก็รู้สึกได้อย่างนั้นจริงๆ)
หากมีคนถามผมว่า แล้วบท การแสดง การกำกับการแสดง ฉาก การตัดต่อ เทคนิคการถ่ายทำ แสง สี เสียง องค์ประกอบโดยรวมของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง เอาเป็นว่าสองชั่วโมงกว่าๆ ที่ผมนั่งดูอยู่ในโรงภาพยนตร์ บอกตามตรงว่ารู้สึกอืดๆ ไปบ้างเป็นระยะๆ แต่ก็สนุกไปกับมันได้อยู่เป็นระยะๆ ตื่นตาตื่นใจไหม ก็ไม่ถึงกับขนาดร้องว้าว เพราะความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในผลงานที่ผ่านมาของ วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส ยิ่งกว่าว้าวก็เคยมีมาแล้ว เอาเป็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในระดับที่เราสามารถลุ้นไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละครแต่ละตัวได้ไม่มากก็น้อย
ฉากที่ผมชอบมากที่สุด คงเป็นฉากปิดของเรื่อง ที่เหล่านวัตกรผู้มีหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ทั่วทุกมุมโลกต่างได้รับเข็มกลัดตัว T เพื่อได้ข้ามผ่านพรมแดนมายังดินแดนใหม่ ดินแดนที่รายล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าสีทอง และมองเห็นทูมอร์โรว์แลนด์อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ยิ่งมันอยู่ภายใต้แสงแห่งดวงอาทิตย์ที่สาดส่องมา มันทำให้เรารู้สึกว่า หากเราสิ้นไร้จินตนาการ และปล่อยชีวิตให้เป็นไปอย่างเปล่าดาย ไม่คิด ไม่หวัง ไม่ฝัน โลกจะถล่ม ดินจะทลาย น้ำจะท่วม ฟ้าจะผ่า แผ่นดินจะไหว แตก แยก ก็ปล่อยให้มันเป็นไป อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เราคงไม่มีโอกาสได้รับพาสปอร์ตเพื่อข้ามพรมแดนไปสู่ดินแดนใหม่อย่างแน่นอน
แม้ว่าใครบางคนอาจจะมองว่ามันดูเป็นภาพยนตร์หลอกเด็กเกินไปหน่อย แต่สำหรับผู้ใหญ่อย่างผม (และอาจมีอีกหลายๆ คน) เชื่อว่ามันจะเป็นภาพยนตร์แห่งความหวัง หวังว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกใบเดิมใบนี้จะไม่สิ้นไร้จินตนาการ
และไม่ยอมพ่ายแพ้!
Tomorrowland ผจญแดนอนาคต
ปี 2015
ประเทศ สหรัฐ
เวลา 2 ชั่วโมง 10 นาที
ประเภท ผจญภัย/ไซ-ไฟ
กำกับ แบรด เบิร์ด
แสดงนำ จอร์จ คลูนีย์/บริตต์ โรเบิร์ตสัน/ราฟฟีย์ แคสสิดี/ฮิวจ์ ลอรี/เพิร์ซ แกกนอน







