
ภาพบางภาพ สำหรับบางคน
เมื่อก่อนการจะเสพสื่อสำหรับเพศทางเลือกนั้นมีไม่มากนัก ถึงมีก็หาดูยาก มีคนดูเฉพาะกลุ่มจริงๆ แต่ตอนนี้มีผู้ผลิตมากขึ้น ผู้ชมก็มากขึ้น ไม่เฉพาะกลุ่มปิดขาประจำเท่านั้น
โดย...นกขุนทอง
เมื่อก่อนการจะเสพสื่อสำหรับเพศทางเลือกนั้นมีไม่มากนัก ถึงมีก็หาดูยาก มีคนดูเฉพาะกลุ่มจริงๆ แต่ตอนนี้มีผู้ผลิตมากขึ้น ผู้ชมก็มากขึ้น ไม่เฉพาะกลุ่มปิดขาประจำเท่านั้น แต่ขาจรก็ยังหันไปให้ความสนใจ (บ้าง) แล้ว เพราะปัจจุบันนอกเหนือจากที่เคยคุ้นชินกันแต่ “ผู้ชาย” “ผู้หญิง” ทว่าในสังคมตอนนี้คำจำกัดเพศคงใช้ได้แต่ในเอกสารยืนยันลักษณะเพศเท่านั้น หากแต่จิตใจแล้วไซร้มีความหลากหลายเกินคำนิยามไปมากกว่านั้น
ไม่เพียงหนัง ละคร หนังสือ ในสื่อโซเชียลเองการรุกคืบเข้ามาของสื่อสำหรับเพศอื่นๆ กำลังเป็นที่นิยม และมีให้เห็นมากกว่าสื่ออื่นๆ ด้วยเพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การเปิด (ใจ-ตัว) ของผู้คนที่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น การสนองหาสิ่งที่ตัวเองชอบ และเรื่องราวรูปภาพที่นำมาเสนอนั้นล้วนน่าสนใจ ชวนให้ติดตามยิ่งนัก
สติ๊กเกอร์ไลน์แนวบอยเลิฟ
ครั้งแรกในไทย
ตอนนี้สติ๊กเกอร์ไลน์ยังไม่มีอะไรมาเบียดตกกระแส จะเห็นได้ว่าใครดัง อะไรเด่น จะถูกนำมาทำเป็นสติ๊กเกอร์ และอะไรที่ผู้คนสนใจ ต้องการอยากมีไว้สื่อสารได้โดนใจ ในส่วนของประเทศไทย การเพิ่งเกิดขึ้นของสติ๊กเกอร์แนวบอยเลิฟ (Boy Love) เพิ่งมีให้โหลดกันเป็นครั้งแรก ผลงานของ “Beerkuya” ที่นำคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนมาจากแอนิเมชั่นเรื่อง “Once With The Greatest Memory” ที่โพสต์ลงในแฟนเพจชื่อเดียวกัน
“เบียร์-วีระ ไวศยดำรง” คือเจ้าของฉายา Beerkuya เขารอเวลาถึง 1 ปีเต็ม ถึงได้รับการพิจารณาจากไลน์ให้เปิดขายสติ๊กเกอร์ชุดนี้ ก่อนจะได้สติ๊กเกอร์ชุดนี้ผลงานของเขาได้ถูกตีกลับมาแก้ไข 1 รอบ ในตอนแรกนั้นตัวละครของเขามีผู้ชายถอดเสื้อ มีจุ๊บปากกันแบบน่ารักๆ เมื่อถูกแก้ไขทุกตัวละครใส่เสื้อหมด การแสดงออกความรักก็เบาๆ ใสๆ อย่างที่ได้เห็นกัน
“คาแรกเตอร์เอามาจากแอนิเมชั่นที่ลงในเพจ มีฐานแฟนคลับที่ติดตามพอสมควร ผมเลยนำเอามาทำสติ๊กเกอร์ไลน์เจาะกลุ่มแฟนคลับเดิมเราก่อน ทำแนวบอยเลิฟ พอได้ผ่านขายก็เป็นสติ๊กเกอร์ชายรักชายครั้งแรกของไทย ตัวละครก็มีตัวเอกผู้ชายที่ดูสวย น่ารัก แบบที่สาววายชอบ และตัวเอกอีกตัวเป็นผู้ชายแมนๆ เข้มๆ อบอุ่น แบบเกย์ชอบ แล้วมีตัวละครเพื่อนๆ เข้ามาเสริม มีผู้หญิงอยู่ไม่กี่รูป ท่าทางก็เหมือนในเพจแต่ดัดแปลง อยากเลิฟซีนดุเดือดก็ไม่ได้ จูบปากไม่ได้ แต่จูบมือได้ ส่วนคำผมพยายามให้คำของตัวละครคุยกันได้ เช่น โป้ง ก็มี คืนดีกันนะ มีส่งสัญลักษณ์ ไอเลิฟยู หนาว ขอกอดหน่อย Lonely ผมคิดว่าให้คนรักกันเขาได้ส่งหากัน สื่อสารกันได้ ตอนนี้ก็ส่งไปอีก 2 ชุด รอพิจารณาอยู่ครับ”
สำหรับแฟนเพจ Once With The GreatestMemory เปิดมาประมาณ 2 ปี เป็นเพจเกี่ยวกับแอนิเมชั่นที่สร้างมาจากแรงบันดาลใจเรื่องจริงของวีระ กับคนคนหนึ่ง
“ตอนที่ทำแอนิเมชั่น อยากเจาะกลุ่ม 2 กลุ่ม คือ สาววาย กับเกย์ สาววายชอบคาแรกเตอร์ผู้ชายหน้าหวานหล่อสวย เกย์ชอบผู้ชายแมนๆ ล่ำๆ ก็ออกแบบคาแรกเตอร์ตัวละครเอกทั้ง 2 ตัว คนหนึ่งแนวสาววาย อีกคนแนวของเกย์ เพื่อได้เอาใจทั้ง 2 ฝั่ง พอเอาเข้าจริงๆ สาววายติดตามเพจเยอะกว่าเกย์ ผมมองว่าตอนนี้สาววายเขามาแรงในช่วงนี้ เกย์ชอบอะไรที่ไม่ใช่ความรักที่โลกสวย แต่สาววายชอบความรักโลกสวย แล้วเพจผมจะแนวโลกสวยค่อนข้างเยอะ”
ถึงตอนนี้ทำมา 3 ตอนแล้ว ตอนละ 15 นาที ชื่อเรื่อง “ครั้งหนึ่งกับความทรงจำที่ยิ่งใหญ่” เปิดให้ชมฟรี วีระให้เหตุผลในการสร้างงานที่ยังมีน้อยว่า ทุกขั้นตอนทำคนเดียวหมดยามว่างเว้นจากงานประจำ ซึ่งตอนนี้ทำงานกราฟฟิกดีไซเนอร์ที่บริษัท บีบีทีวี นิวส์มีเดีย ทว่าเพจไม่นิ่งเพราะจะนำรูปข้อความมาโพสต์ให้มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด
“แอนิเมชั่นใช้เวลาทำนาน ลูกเพจรอนาน เมื่อไหร่จะเสร็จ เลยทำจบ 3 ตอนก่อนละกัน ผมคิดว่าเรื่องแอนิเมชั่นที่คนสนใจ คงเพราะมาจากแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง คนในเพจสนใจเป็นพิเศษ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นยังไง ในนี้มีเรื่องความรักเด็กหนุ่มคนหนึ่งมีคนมาจีบ เขาไม่รู้คนนั้นมีแฟนอยู่แล้ว ความลับไม่มีในโลก เมื่อถูกเปิดเผย สิ่งต่างๆ ที่เขาผ่านมาด้วยกันเป็นความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ แฟนเพจจะติดตามมากว่าจะสมหวังไหม ความรักจะเป็นยังไงต่อ ซึ่งลงเอยยังไงไปชมในตอนที่ 3 ได้ครับ ภาพที่นำเสนอออกมาเป็นความรักที่บริสุทธิ์ ไม่มีถอดผ้าหมด มีหอมแก้มบ้าง ผมมองว่าแอนิเมชั่นประเภทนี้สังคมยอมรับในระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าทำอะไรที่มันอนาจารเกินไป ผลตอบรับออกมาไม่ดีสักเท่าไหร่ ต้องระวังไว้พอสมควร ไม่อยากให้ 18+ เกินไป”
นอกจากนี้ ยังมีมิวสิควิดีโอเพลงความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ ฝากขายที่จีเอ็มเอ็ม หรือโหลดเพลงในไอทูนส์ หรือดูได้ในแฟนเพจ
สุดท้ายวีระบอกว่า “ผมอยากทำงานที่มันออกสื่อได้โดยไม่โดนว่า ทำแล้วไม่โดนด่ากลับมา อย่างสติ๊กเกอร์ไลน์ผมเห็นคนใช้ก็ดีใจ ยังไม่มีใครแอนตี้”
การ์ตูนฟรี หนังต้องจ่ายที่จีไทยมูฟวี่
มาถึงแฟนเพจชื่อ Gthai movie เกย์เว้ยเฮ้ย ที่ติดท็อปไฟว์เป็นที่รู้ๆ กันในหมู่ชาวเรา เจ้าของแฟนเพจคือ “โน้ต-สราวุธ อินทรพรหม” ชื่อนี้ยิ่งเป็นที่คุ้นเคยในแวดวงภาพยนตร์เกย์ ทั้งแบบอินดี้และแบบฉายในโรงใหญ่ เขาควบตำแหน่งเป็นทั้งผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง เขียนบท เขียนการ์ตูน เจ้าของบริษัท เดมอน666 โปรดักชั่น เรียกว่าสื่อเกย์ขอให้บอก
สราวุธ เล่าให้ฟังว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว หนังเกี่ยวกับเกย์ อย่างเพศทางเลือกอื่นๆ ยังไม่บูมเท่าตอนนี้ ตอนนี้คนทำเยอะมากแทบว่าล้นตลาดกันเลย
“เมื่อก่อนไปขอทุนสร้างจากนายทุนจากค่ายหนังมันยากมาก เปอร์เซ็นต์ได้เกือบเป็นศูนย์ จะเห็นแต่หนังตลกกะเทย หรือถ้าเกย์ก็ต้องมีความรักของหลายๆ คู่ มีเกย์เป็นหนึ่งในนั้นมาแจม ถ้าจะมีหนังแบบเพื่อนกูรักมึงว่ะออกมานั้นยาก นายทุนไม่อยากเสี่ยง ก็เลยมาคิดว่าเราทำแบบเล็กๆ ไม่ใหญ่ ทำสเกลหนังอินดี้ ทำฉายในอินเทอร์เน็ต ให้คนที่อยากดูหนังแนวนั้นได้ดู”
ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็เกินความคาดหมายของสราวุธเหมือนกัน เมื่อหนังความรักระหว่างผู้ชาย ที่เขาทำให้ดูที่เว็บไซต์ www.gthaimovie.com นั้น มีคนแห่มาดูได้เงินเป็นหลักล้านบาทต่อเรื่อง ซึ่งค่าสมาชิกคนละ 99 บาท/เรื่อง ความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง ตอนนี้มี 14 ซีรี่ส์แล้ว
“แรกๆ คิดเรื่องขึ้นมาเอง หลังๆ ออกแนวตลกล้อเลียนสถานการณ์ปัจจุบัน ล้อเลียนหนัง ละครบ้าง พล็อตเรื่องต้องใช้ความคิดเยอะ ง่ายๆ บางทีต้องคาดเดาความคิดของคนดู ทำมาเรื่อยๆ ค้นพบว่าคนดูประเภทชาวเกย์เขาไม่ชอบตัวละครออกสาว เขาชอบให้เนื้อเรื่องดูแมนเป็นผู้ชายแท้ เขาจะโอเคกับมันมาก เลิฟซีนเรต ฉ.20 ทุกวันนี้มีคนเรียกร้องทำกันจริงๆ เห็นจะจะ แต่เราทำไม่ได้ เราต้องการทำหนังให้เป็นหนังมีฉากอีโรติก เราไม่ได้ทำหนังโป๊ เราไม่อยากทำเสียชื่อเราด้วย เราทำบนดินไม่ใช่ใต้ดิน อีกอย่างเราทำหนังเข้าโรงด้วยปีละเรื่อง เราไม่ทำโป๊อล่างฉ่าง ยังทำทุกอย่างเป็นศิลปะ ให้คนดูได้ใช้จินตนาการบ้าง”
สำหรับงบประมาณการสร้างต่อเรื่องก็กินเงินเป็นหลักแสน ซึ่งหนักไปที่การจ่ายค่าตัวนักแสดง เพราะการที่เอามาเล่นบทเกย์ต้องจ่ายแพงกว่าบทอื่นๆ เสียด้วยซ้ำ ส่วนโปรดักชั่น ที่ทำออกมา ก็อยู่ในรูปแบบของหนังอินดี้ ดีกว่าหนังสั้นขึ้นมาหน่อยหนึ่ง ไม่ถึงขั้นหนังโรงใหญ่ลงทุน 5-10 ล้านบาท
“เราพยายามให้คุณภาพหนังออกมาแล้วคนดูไม่เสียดายตังค์ที่จะดู เราใช้กล้องถ่ายหนัง ออกแบบเสื้อผ้า เช่าโลเกชั่น นักแสดงหลักมา 3 คน ตัวประกอบอีกเป็นสิบคน มีสตอรี่ของมัน มีบทให้คนดู มีอะไรมากกว่าดูผู้ชายหล่อๆ จีบกัน เรื่องที่ฮิตกันมากๆ พล็อตโดนใจคนดูจะเป็นหนังย้อนยุค สมัยทาส สมัยคุณหลวง นุ่งโจงกระเบน บ้านทรงไทย ก็เลยหลักล้าน เรื่องที่คนดูไม่โอเคจะเกี่ยวกับยุคปัจจุบันมากๆ แวดวงดารา เพราะคนดูดูก็รู้ตัวละครยังไงต้องเป็นเกย์แน่นอน หรือเรื่องมีผู้หญิงมาเกี่ยวข้องรายได้จะน้อย เขาชอบแบบในสังคมมีแต่ผู้ชายแมนๆ เท่ๆ และที่คนดูเยอะส่วนมากนักแสดงจะหน้าตาดีมากๆ ได้เงินเยอะเป็นพิเศษ ภาคไหนใช้นักแสดงซ้ำคนดูลดลง เราสังเกตเทียบในแฟนเพจนักแสดงบางคนมีคนมาโพสต์เรียกร้อง แต่พอเราเอาคนนั้นมาเล่นรายได้ลดลงเลย นั่นหมายความว่าคนอยากเห็นคนแสดงใหม่ตลอด”
“นักแสดง” เป็นผลต่อรายได้ด้วย ยิ่งหล่อยิ่งยอดดูเยอะ “ตอนแรกหานักแสดงยากมาก เมื่อ 3 ปีก่อนคนไม่กล้ามาเล่นบทแบบนี้ กลัวคนจะมองว่าเล่นบทเกย์แล้วเป็นเกย์ หรือบางคนเขาเป็นแต่ไม่กล้าเปิดเผย แต่พอปีที่ผ่านมามีคนติดต่อขอเล่นเองเลย เมื่อก่อนติดต่อ 20 คน ปฏิเสธ 18 คน ตอนนี้คนกล้าเปิดเผยมากขึ้น ผู้ชายแท้ๆ มาเล่นเป็นเกย์ก็มี เพราะชายแท้บางคนเขามองว่าเป็นงาน คนรอบตัวไม่เชื่ออยู่แล้วว่าเขาเป็นเกย์ แต่การที่คนดูชอบดูคนใหม่ๆ มันก็ยากที่เราแล้ว ถึงมีคนสมัครมาเองเยอะ แต่หน้าตาก็ไม่หล่อถูกใจ ส่วนที่โมเดลลิ่งส่งมาก็น้อย เขาก็ไม่อยากส่งมาเล่นเป็นเกย์ เราได้นักแสดงมาจากชาวบ้านที่เป็นเกย์ เล่นเน็ตหน้าตาดี ชอบถ่ายเซ็กซี่ลงในเน็ต อันนี้เขาอยากเล่น กลุ่มโคโยตี้บอยก็มาเล่น เพราะมาเล่นหนังของเราแล้วค่าตัวเขาขึ้นเลย จากเคยทำรายได้คืนหลักพันกลายเป็นหมื่นเป็นแสนเลยจากการมาเล่นหนังของเรา รายได้มาจากคนสิงคโปร์ ฮ่องกง จ้างเขาไปโชว์ตัว จากการที่เขาได้ดูหนังของเรา นักแสดงจากไทยก็กลายเป็นไอดอลของเขาไป”
นอกจากหนังแล้ว ในแฟนเพจยังมีการ์ตูนช่องให้แฟนเพจได้ติดตาม “การ์ตูนเป็นสิ่งที่เราอยากถ่ายทอดความคิดของเราเอง ล้อเลียนสังคมเกย์ในปัจจุบัน มีจุดเด่น จุดอ่อน น่าสนใจยังไงบ้าง แล้วการทำการ์ตูนมีเป้าหมายเพื่อชักชวนคนเข้ามาในเพจเยอะๆ เรากำลังมีหนังใหม่นะให้คนได้รับรู้ข่าวสาร ไม่งั้นเพจจะเงียบๆ เพราะหนังเรา 3 เดือนทำ 1 เรื่อง มีการ์ตูนคนก็โผล่มา ลงอาทิตย์ละ 2-3 เรื่อง หลังๆ หาภาพดาราในแบบของเราให้ดูกัน”
ส่วนโปรเจกต์ล่าสุดที่เขากำลังทำ คือ การทำการ์ตูนเรื่อง “พ่อและลูกชาย” ขึ้นมาเพื่อจะต่อยอดสู่หนัง โดยหวังให้มีนายทุนหันมาให้การสนับสนุน “ตอนนี้เพิ่งเริ่มลงการ์ตูนยาวเรื่องแรกของเพจเรา ความยาว 164 หน้า ที่ผ่านมาเป็นการ์ตูนแก๊ก 3 ช่อง อันนี้จะโพสต์วันละ 6-8 หน้า เป้าหมายเพื่อเอาการ์ตูนนี้สร้างเป็นหนังฉายโรง อยากใช้วิธีการระดมทุน ใครอ่านสนุก ใครอยากเป็นสปอนเซอร์มาร่วมกันไหม”
สราวุธ บอกว่า การทำหนังให้ดูในอินเทอร์เน็ตแม้คนดูจะให้การต้อนรับเยอะ แล้วมีผู้ผลิตเพิ่มขึ้น แต่ก็ใช่จะอยู่รอดทุกราย และถึงแม้บริษัทของเขาจะอยู่รอด แต่ก็จะขยับขยายสู่ตลาดที่กว้างขึ้นได้นั้นยากอยู่ เพราะถึงอย่างไรก็ยังมีคนให้ความสนใจจำกัด แต่ถ้าเทียบกับในอดีต ตอนนี้คนก็เริ่มหันมาสนใจกันมากขึ้นแล้ว







