
จาก Central park ถึง "มักกะสัน"
เฟซบุ๊ก Imagine มักกะสัน
เฟซบุ๊ก Imagine มักกะสัน
จาก Central park ถึง “มักกะสัน” บทเรียนพลังพลเมืองสร้างสวนแบบไม่ง้อรัฐ!
จุดเริ่มต้นของ Central Park สวนสาธารณะขนาดมหึมาของชาวนิวยอร์ค เกิดขึ้นในช่วงต้นยุค 1840 เมื่อเศรษฐีชาวนิวยอร์กเดินทางไปเยือนยุโรปและมีโอกาสได้เยี่ยมชมสวนสาธารณะที่งดงามในกรุงปารีสและลอนดอน เมื่อพวกเขากลับมา พวกเขารู้ทันทีว่ามหานครนิวยอร์กยังขาดสิ่งเหล่านี้ การวางระบบผังเมืองที่แน่นเอียดไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเฝ้าฝันถึง..
ในช่วงปี 1830 และ 1850 ในแต่ละปีจะมีผู้อพยพกว่า 15,000 ชีวิตย้ายถิ่นฐานสู่กรุงนิวยอร์ก ทำให้ผืนดินแห่งนี้แน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่ต้องทนกับสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดและยากจน ด้วยความพยายามในการแก้ไขปัญหาความแออัดของเมือง ในปี 1857 คณะกรรมการ Central park จึงได้จัดประกวดการออกแบบ Central park จนได้ผู้ชนะคือ Federick Olmsted และ Calvert Vaux โดยรูปแบบของการจัดผังได้รับอิทธิพลยุคโรแมนติกที่ใช้ชื่อว่า Greensward Plan
การก่อสร้าง Central park เกิดขึ้นในช่วงที่มหานครนิวยอร์กมีปัญหาทางด้านการเงิน Fernando Wood นายกเทศมนตรีจึงใช้โอกาสนี้ในการจ้างงานผู้อพยพชาวไอริชและเยอรมันกว่า 20,000 คนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาฐานเสียง และด้วยขนาดพื้นที่อันมหึมา จึงจำเป็นต้องใช้แรงงานเพื่อขนย้ายดินขนาดหลายแสนตันและแทนที่ด้วยต้นไม้ 270,000 ต้น ก้อนหินขนาดใหญ่ถูกยิงถล่มด้วยลูกปืนใหญ่ที่เคยใช้รบในสมรภูมิ Gettysburg หลังจากที่จัดการรื้อและสร้างใหม่ สวนสาธารณะแห่งนี้ได้เปิดใช้ในช่วงฤดูหนาวในปี 1859 เป็นครั้งแรก และการเฉลิมฉลองครั้งแรกของชาวนิวยอร์กคือการได้เล่นสเก็ตน้ำแข็งในที่เปิดโล่งท่ามกลางธรรมชาติ
หลังจากนั้นไม่นาน Central park ได้รับการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งสนามเทนนิส สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Metropolitan จนกระทั่งถึงปี 1960 ได้เกิดสวนเช็กสเปียร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ในการแสดงออกทางการเมืองและศิลปะ
ในปี 1970 เกิดวิกฤตการคลังขนาดใหญ่ ตามมาด้วยการประท้วงต่อต้านการทำสงคราม เมื่อรัฐบาลตัดงบประมาณสนับสนุน ทำให้ Central park ไม่ได้รับการดูแล และแปรสภาพเป็นแหล่งซ่องสุมของอาชญากรและยาเสพติด
10 ปีให้หลัง กลุ่มพลเมืองที่เห็นความสำคัญของสวน Central park ได้รวมตัวกันเพื่อฟื้นฟูสวนแห่งนี้โดยใช้ชื่อว่า The Central Park Conservancy ร่วมกันระดมทุนครั้งใหญ่จากชาวเมืองและปลุกเจตนารมณ์อันแรงกล้าของ Federick Olmsted ผู้ที่เคยชนะการประกวดออกแบบ Central park เมื่อปี 1857 ขึ้นมาอีกครั้ง
โจทย์สำคัญของการฟื้นฟู Central park ในครั้งนี้คือ การพึ่งพาเงินจากรัฐเพื่อบริหารจัดการและดูแลรักษาพื้นที่ให้น้อยที่สุด และทางที่ดีที่สุดคือการ "กระจายอำนาจ" (Decentralized) ด้วยการดึงพลังพลเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในทุกวิถีทาง การฟื้นฟูครั้งนี้จึงถือได้ว่าเป็นการฟื้นฟูครั้งประวัติศาสตร์ ที่ใช้ความพยายามในการฟื้นฟูพื้นที่ขนาด 2,100 ไร่ ผ่านการระดมทุนและตั้งองค์กรบริหารสวนสาธารณะที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ในปัจจุบัน The Central Park Conservancy ได้ระดมทุนเพื่อดูแลรักษา Central park ได้เกือบ 700 ล้านเหรียญสหรัฐนับตั้งแต่ปี 1980 โดยปีล่าสุดสามารถหารายได้ได้ถึง 57 ล้านเหรียญสหรัฐหรือคิดเป็น 75% ของจำนวนเงินที่ต้องใช้ดูแลรักษาสวนทั้งหมด แม้รายได้จะยังไม่ครอบคลุมรายจ่ายทั้งหมด แต่ก็นับได้ว่าโมเดลนี้ก็ช่วยทลายมายาคติที่คนชอบมองว่าสวนสาธารณะมักจะเป็นภาระต่อรัฐ และนอกเหนือสิ่งอื่นใด Central park ก็นับได้ว่าเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ทำให้ชาวเมืองได้มีส่วนร่วมและรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่สาธารณะ
จาก Central park ถึง “มักกะสัน” กับบทเรียนครั้งสำคัญของการแสดงออกถึงพลังพลเมืองที่ยิ่งใหญ่ หรือ “มักกะสัน” จะเป็น Central park ของเมืองไทย ที่ปลุกพลังพลเมืองที่เคยหลับไหลให้เติบใหญ่กว่าที่เคย!
ที่มา:
http://www.centralparknyc.org/about/history.html
http://www.centralparknyc.org/about/about-cpc/
http://centralparkhistory.com/timeline/index.html
http://www.nypap.org/content/central-park
*******************







