
อ่านหนังสือในอีกมิติ
เมื่อรู้ว่า 2 สาวเพื่อนสนิท “มะลิ จุลเกียรติ” กับ “พันทิพา ตันชูเกียรติ” จะนำผลงานมาจัดแสดงนิทรรศการในชื่อ “Reading The (In) Habitant”
โดย...นกขุนทอง ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
เมื่อรู้ว่า 2 สาวเพื่อนสนิท “มะลิ จุลเกียรติ” กับ “พันทิพา ตันชูเกียรติ” จะนำผลงานมาจัดแสดงนิทรรศการในชื่อ “Reading The (In) Habitant” แวบแรกทำให้นึกไปถึงหนังสือเย็บเล่มสวยแปลกตา เพราะ 2 สาวเป็นเจ้าแห่งศิลปะการเย็บสมุด ผู้ก่อตั้ง “ลิเกบายเดอรี” สตูดิโอศาสตร์การทำหนังสือทำมือ งานตัด พับ ติด เจาะ ปะ เย็บ สมุด ด้วยวิธีแบบดั้งเดิม ทว่าเมื่อได้เข้าไปชมงานกลับได้พบกับงานศิลปะนามธรรม ที่ดัดแปลงจากรูปธรรม “กระดาษ” “หนังสือ” ให้กลายมาเป็นความคิด ที่ศิลปินเขียนเล่าผ่านกลวิธีกรีด ตัด ปะ ฉลุ เย็บ เจาะ ฯลฯ หากแต่ผู้ชมจะอ่านมันออกมาแนวใด
งานที่มีจุดเริ่มต้นมาจากสิ่งที่พวกเธอรักและถนัด สัมผัสมันมากว่าค่อนชีวิต นั่นคือ “กระดาษ” และ “การเย็บ” เมื่อต้องสร้างงานศิลปะขึ้นสิ่งที่พวกเธอทำเสมือนการได้ค้นหาในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอีกครั้ง และทำให้ได้เห็น รับรู้ถึงคุณค่าทั้งของกระดาษ ชีวิต ในมุมอื่นๆ
2 เพื่อนสนิท ต่างออกความเห็น หากแต่เป็นเสียงในทิศทางเดียวกัน “เริ่มต้นจากเรามีความสนใจเหมือนๆ กัน ตั้งแต่สมัยเรียนที่ลอนดอน มีของที่เก็บสะสมคล้ายๆ กัน แล้วเราคุยกันเรื่อยๆ ว่าอยากทำแบบนี้ คือการใช้หนังสือเป็นการสื่อสารความคิดทางศิลปะ เราสนใจพื้นที่ของความเป็นหนังสือ วิธีการทำงานเราคุยภาพรวมในสิ่งที่เราชอบ ที่เรานึกคิด ค่อยๆ ทำไป ชิ้นหนึ่งก็ใช้เวลา อย่างเราทำค้างไว้อีกคนมาเห็นว่าควรเป็นอย่างนี้ต่อนะ โชคดีที่เรามองความสวยงามคล้ายๆ กัน
งานนี้เหมือนจุดเริ่มต้นการค้นหาตัวเรา เรื่องความสนใจของเราที่ผ่านมาทั้งหมด ทักษะที่ทำมา 10 ปี นิทรรศการนี้เป็นจุดที่ทำให้เราเข้าใจตัวเองด้วย เมื่อก่อนเราทำเรื่อยๆ เพราะความชอบ มีงานนี้ให้เราได้คิดทบทวนสิ่งที่เราทำมาตลอด 10 ปี ว่ามันคืออะไร แล้วมันไปได้ในทางไหนบ้าง เราไม่ปิดกั้นขอบเขตรูปทรงของหนังสือที่เราเย็บ สามารถพลิกแพลงไปรูปแบบไหนก็ได้ งานนี้มันมาจากข้างใน เหมือนการทำสมาธิกลายๆ แค่ตัวเรา กับงานที่เราทำอยู่ตรงหน้า ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนเราเรียลไลฟ์ คิดว่าคงเป็นธรรมชาติของงานคราฟท์ทุกชนิด คนทำได้เห็นอะไรจากสิ่งที่ีทำ สิ่งที่ทำให้เรานึกถึงอะไร”
จำนวนงาน 9 ชิ้น ดูเหมือนจะน้อยนิด ทว่าจัดวางเต็มพื้นที่แกลเลอรี่ และควรใช้เวลาในการชมตรงข้ามกับจำนวน เพราะแต่ละชิ้นยิ่งเพ่งยิ่งเหมือนถูกสะกด ยิ่งพินิจยิ่งได้เห็น ยิ่งอ่านยิ่งมีเนื้อหาพรั่งพรูออกมาให้ได้อิ่มเอม ต้องบอกว่าชิ้นงานแสดงคุณลักษณะของผู้หญิงที่ช่างละเอียด ไม่เพียงในรายละเอียดของเทคนิคการสร้างสรรค์งาน หากแต่หมายถึงสิ่งละอันพันละน้อยที่เพียรหยิบมาใส่ในชิ้นงาน จนก่อให้เกิดความสำคัญ จะละสายตาข้ามไปไม่ได้เลย
“เราชอบอะไรที่มีรายละเอียด ชอบเก็บ ชอบเอาของผ่านกาลเวลาแล้วมาทำอะไรต่อ อย่างชุดที่เป็นกล่องเล็กๆ เศษกระดาษนั้นเราเก็บตั้งแต่ตอนเปิดสตูดิโอ ก็เก็บมาเรื่อยๆ กลายเป็นว่าพอมันอยู่กับเราไม่ใช่ความสวยงามของรูปร่าง แต่กลายเป็นความทรงจำที่เราจำได้ว่าส่วนนี้คว้านออกมาจากหนังสือเล่มไหน เศษนี้รูปนี้ตัดออกมาจากหนังสือเล่มไหน ตอนที่เก็บไม่ได้คิดว่าจะต้องเอามาใช้ในอนาคต แต่เพราะชอบเก็บ เวลาเราตัด กรีด แล้วได้ฟอร์มแปลกๆ รู้สึกแค่ไม่อยากทิ้ง พอต้องมาทำงานศิลปะเราเอามาต่อกัน ตอนที่จัดวางไม่ได้คิดไว้ก่อน เราหาเศษแล้ววางมันไปตามที่เรารู้สึกว่ามันจะเป็นแบบนี้ มันอยู่ด้วยกันจะดี ความรู้สึกเหมือนคอนราจไปเรื่อยๆ พอวางมันก็สร้างเรื่องราวใหม่ขึ้นในแต่ละกล่อง”
ยกตัวอย่างสมุดเล่มใหญ่แปลกตาสีดำบนโต๊ะใหญ่กลางห้องนิทรรศการ 2 สาวเลือกใช้กระดาษสีดำที่ตรงข้ามกับความเคยชินของผู้คนที่ใช้กระดาษสีขาว แต่พอเลือกสีดำจะพรินต์ ขีดเขียนก็ไม่ชัด จึงต้องหาวิธีทั้งขยำ ตัด จนมาลงตัวที่การฉีก ด้วยคุณภาพของกระดาษได้เทกซ์เจอร์ใหม่ๆ เริ่มฉีกมันไปเรื่อยๆ มันก็เป็นเลเยอร์ แล้วเอามาเย็บรวมเป็นเล่ม เย็บแบบโบราณสร้างรูปฟอร์มให้เกิดความลื่นไหล
อีกหนึ่งงานที่น่าสนใจ สมุดเย็บต่อกันยาวเฟื้อย ภายในเป็นโพรงเกิดจากการคว้าน แล้วเย็บด้วยด้ายสีน้ำเงิน มองได้หลายมุมแต่ละมิติให้การรับรู้ที่แตกต่าง
“เราคิดจะสร้างพื้นที่ใหม่ให้หนังสือเล่มนี้ได้ยังไง เส้นด้ายที่เกิดขึ้นข้างในเป็นมวลใยขึ้น เหมือนการสร้างพื้นที่ใหม่มาแทนที่ที่หายไป เพิ่มความยาวไปเรื่อยๆ ค่อยๆ คว้านทีละอันแล้วค่อยๆ เย็บทีละอัน เปลี่ยนวิธีการอ่าน จากหนังสือที่มีคุณค่ามีเนื้อหา แต่เราเปลี่ยนให้อ่านอีกแบบโดยเอาตัวเราไปมีปฏิสัมพันธ์ จากที่เปิดหนังสือเจอเทกซ์ เจอร์รูปภาพ แต่เราเปลี่ยนให้เทกซ์เจอร์ของหนังสือสื่อสารกับเราได้ด้วย เราอยากให้คนมาอ่านหนังสือในรูปแบบที่เราคิดกันขึ้นมา และอยากนำเสนอว่า หนังสือเป็นออบเจกต์ที่ใช้สื่อสารในงานศิลปะ
หากบนแผ่นกระดาษที่มีตัวอักษรร้อยเรียงกันเย็บรวมเป็นหนังสือให้ผู้คนได้อ่าน รับทราบเรื่องราวภายใน แล้วกระดาษที่ทั้งถูกเจาะ ถูกตัด ฉลุ ปะ ติด เย็บ ขยำ ฉีก หรือแม้กระทั่งขอนไม้ก่อนที่จะแปรรูปเป็น
กระดาษ เมื่อถูกนำมาตีความ ให้คุณค่าอีกแบบ มันก็มีเรื่องราวอยากบอกเช่นกัน”
อ่านศิลปะผ่านศาสตร์การเย็บสมุด ในนิทรรศการ “Reading The (In) Habitant” จัดแสดง ณ ก้อย อาร์ต แกเลอรี่ ซอยสุขุมวิท 31 กรุงเทพฯ ระหว่างวันนี้-14 มิ.ย. เปิดเวลา 11.00-19.00 น.







