
เบ้าหลอมแห่งความสำเร็จ
หากลองสำรวจอันดับหนังสือขายดีของร้านหนังสือที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ก็จะพบว่า 5 อันดับแรก
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
หากลองสำรวจอันดับหนังสือขายดีของร้านหนังสือที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ก็จะพบว่า 5 อันดับแรก มักจะเป็นหนังสือที่ว่าด้วยเรื่อง How toในการสร้างความสำเร็จให้กับชีวิต
น่าสนใจว่าหนังสือที่เกี่ยวกับความสำเร็จส่วนใหญ่ มักสะท้อนให้เห็นนิยามของความสำเร็จเหมือนๆ กันว่า ความสำเร็จคือเรื่องของความมั่งคั่งร่ำรวย ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะปัจจุบันการไม่มีเงินก็สามารถสร้างปัญหาให้กับชีวิตได้ไม่น้อย
ผมมีเพื่อนจำนวนไม่น้อยที่ซื้อหนังสือเหล่านี้มาอ่าน และทดลองทำทุกอย่างตามหนังสือหลายๆ เล่ม แต่ผลลัพธ์ก็ยังดูจะห่างไกลกับบทสุดท้ายในหนังสือ บ้างก็ต้องเผชิญกับประสบการณ์อันเจ็บปวดหลังจากที่ได้ทดลองทำตาม “ฮาวทู” ที่เชื่อว่าจะสร้างความสำเร็จให้กับชีวิต
บางครั้งการนิยามความสำเร็จในมุมที่เปลี่ยนไป ก็อาจสร้างรูปแบบใหม่ของความสำเร็จที่มาพร้อมความสุขอันมีค่ามากกว่าเงินทอง
เรื่องของ “แดเนียล นอร์ริส” หนุ่มวัย 22 ปี ชาวสหรัฐ ก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น
นอร์ริส เป็นนักกีฬาเบสบอลจากทีมโตรอนโต บลู เจย์ส ของเมเจอร์ลีก เบสบอล และเป็นผู้เล่นในตำแหน่งพิตเชอร์ หรือผู้ขว้างลูกมือหนึ่งของทีม ที่ได้รับค่าตัวราว 2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 65 ล้านบาท หลังสิ้นสุดฤดูกาล
หลายคนอาจคิดว่า นอร์ริส น่าจะใช้ชีวิตเหมือนนักกีฬาซูเปอร์สตาร์ทั่วๆ ไป ที่ขับรถสปอร์ต ควงสาวงามระดับนางแบบ และมีบ้านที่ใหญ่ราวกับปราสาท แต่จริงๆ แล้ว นอร์ริส กลับมองรายได้จำนวนมากที่ได้รับในมุมที่ต่างไป และวางรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากผู้ที่อยู่ในวงการเดียวกัน
นอร์ริส มองว่าการได้เข้ามาอยู่ในวงการที่สามารถทำเงินได้มหาศาลนั้น ก็เป็นบททดสอบชีวิตอันสำคัญบทหนึ่ง แม้จะมีเงินหลักล้านเหรียญสหรัฐ แต่เขากลับใช้เงินเพียงเดือนละ 800 เหรียญสหรัฐ หรือราว 2.6 หมื่นบาทเท่านั้น ส่วนสิ่งที่นักกีฬาหนุ่มรายนี้เรียกว่าบ้านคือ รถตู้โฟล์คสวาเกนปี 1978 ที่มาพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้สำหรับการดำรงชีวิต
ทุกวัน นอร์ริส จะใช้ชีวิตกินอยู่หลับนอนบนรถตู้ของเขา และในยามว่างนักเบสบอลหนุ่มก็จะขับรถตระเวนไปเรื่อยๆ อยากหยุดเมื่อไหร่ก็หยุด อยากพักเมื่อไหร่ก็พัก เพื่อเสพความงดงามของสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเจอระหว่างทาง
นอร์ริส ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ถามถึงรูปแบบการใช้ชีวิตอันแตกต่างจากบรรดานักกีฬาชื่อดังว่า เขาสบายใจที่จะใช้ชีวิตแบบสมถะและเรียบง่ายมากกว่าที่จะใช้ชีวิตแบบหรูหราอู้ฟู่
จริงอยู่ที่เบ้าหลอมแห่งความสำเร็จส่วนใหญ่ในปัจจุบันอาจเป็นเรื่องที่ว่าด้วยความร่ำรวยมั่งคั่ง และก็ไม่แปลกหากเราจะหยิบยืมเอาเบ้าหลอมนั้นมาสวมให้ตัวเองเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับชีวิต
หากมองในมุมที่ต่างไป เราก็อาจพบว่าความสำเร็จไม่ได้จำกัดแค่เพียงเรื่องเงินทอง แต่อาจเป็นความสุขในชีวิตที่ได้ทำในสิ่งที่รัก มีชีวิตในรูปแบบที่ต้องการ ไม่ต้องบังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่ไม่ได้รัก
หากหาตัวเองเจอ เบ้าหลอมแห่งความสำเร็จใดๆ ก็ไม่สำคัญเท่าเบ้าหลอมที่เราสร้างขึ้นเองให้กับชีวิต







