posttoday
เนื้อปลา-ก้างปลา

เนื้อปลา-ก้างปลา

23 พฤษภาคม 2558

ความเห็นต่างในสังคมไทยเรื่องโรฮีนจานั้นน่าสนใจมาก

โดย...ภัทระ คำพิทักษ์

ความเห็นต่างในสังคมไทยเรื่องโรฮีนจานั้นน่าสนใจมาก

นับแต่เรื่องเขาพระวิหารและการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยแล้ว ก็เพิ่งจะมีประเด็นนี้ล่ะที่เป็นเรื่องระหว่างประเทศที่เราถกเถียงกันอย่างกว้างขวางและหลากมิติ ซึ่งถ้าจะกล่าวโดยรวมแล้ว ผมว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่สังคมไทยสนใจเรื่องนโยบายสาธารณะ สนใจเรื่องนโยบายต่างประเทศ

จะเป็นดอกผลมาจากการตื่นตัวทางการเมืองหรือภูมิศาสตร์การเมืองการปกครองที่เปลี่ยนไปจากการใช้นิวมีเดีย หรือปัจจัยอื่นๆ ก็ตามที นี่เป็นบทเรียนให้นักการเมือง การทหาร หรือแม้กระทั่งสื่อมวลชนได้ตระหนักว่าประชาชนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

นั่นคือประการแรก

สำหรับผมแล้ว สนใจต่อมาว่า ถ้ามองภาพรวมๆ ของการแสดงออกมันบ่งบอกอะไรบ้าง?

การที่มีทั้งผู้ใช้เหตุผล มีทั้งการนำเสนอข้อเท็จจริงประกอบความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ มีทั้งการยกหลักคิดในเรื่องมนุษยธรรม ศีลธรรม ความมีผลประโยชน์ระหว่างประเทศ ฯลฯ มาถกเถียง แน่นอนว่า มันทำให้เราเติบโตทางความคิด หรือแค่รับฟังโดยใคร่ครวญ เราก็เติบโตทางจิตใจได้แล้ว แต่ที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ มีการใช้อารมณ์ ความรุนแรงทางถ้อยคำหรือวาจาต่อกันไม่น้อย

หลายกรณีเป็นเรื่องน่าตกใจเสียด้วยซ้ำว่า เราทำร้ายคนที่เห็นต่างด้วยความรุนแรงทางถ้อยคำได้ขนาดนั้นเชียวหรือ มิหนำซ้ำยังส่งต่อความรุนแรงนั้นต่อๆ กันอีกด้วย

นั่นทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เราได้เรียนรู้และสรุปบทเรียนอะไรมาจากความเห็นต่างทางการเมืองที่ผ่านมาบ้าง และประสบการณ์ในอดีตได้คลี่คลายไปในทางที่ดีแล้วหรือ?

มันควรจะทำอะไรอีกสักนิดเพื่อทำให้ความรุนแรงที่ซุ่มซ่อนอยู่คลายตัวลงมากกว่านี้อีกหรือไม่?

ผมเชื่อว่า ไม่ใช่แต่เรื่องโรฮีนจาหรอก ยังมีอีกหลายเรื่องหลายประเด็นที่เราไม่ยอมคลี่ออกมาคุยกัน และถ้ายกมาคุยกันเมื่อไหร่ รับรองว่า มีเรื่องแน่ แต่ถ้าเราค่อยๆ ใช้กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม มีการจัดกระบวนการทางสังคม เหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่เขาผ่านความรุนแรงมาแล้วได้ทำกันมา เช่น ในประเทศรวันดา สร้างกระบวนการทางยุติธรรมแบบใหม่ไปใช้ในความขัดแย้งระหว่างเผ่าทุตซีและฮูตู หรือกระบวนการพูดคุยด้วยสันติ ฯลฯ มันน่าจะช่วยถอดสลักกับระเบิดในสังคมนี้ได้ลงมาก แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย สักวันเมื่อต้องเอาปัญหาเหล่านั้นมาขึ้นโต๊ะ

คงยับเยินเสียหายกันอีกไม่น้อย

นั่นเป็นภาพใหญ่ทางสังคม มีประเด็นที่เกี่ยวเนื่องอีกมากมาย แต่ขอกล่าวถึงอีกเพียงแง่มุมเดียว นั่นคือ ในขณะที่คนจำนวนมากตำหนิ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ว่า เวลารายงานข่าวต้องไม่ใส่อารมณ์ ซึ่งน่าดีใจว่าสังคมได้กำกับสื่อดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

แอบหวังว่า ถ้าสังคมกำกับสื่อเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาสื่อที่คลาดเคลื่อนไปจากหลักจริยธรรม เช่น อาจจะตั้งคำถามในเรื่องความลำเอียงในการนำเสนอข่าว หรือการใช้แหล่งข่าว หรือการใช้สื่อเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของตนเอง ฯลฯ จะเบาบางลงมาก

ในเรื่องเดียวกัน ผมชวนคิดว่า เสียงที่ตำหนินั้นไม่น้อยก็เป็นการตำหนิแบบไม่ได้แยกแยะด้วยซ้ำว่า น้ำเสียงของสื่อมวลชนได้ปรากฏอยู่ในเนื้อหาทางช่องสื่อสารที่เธอทำอย่างเป็นทางการ หรือช่องทางโซเชียลมีเดียซึ่งเป็นพื้นที่สื่อสารส่วนบุคคล แต่ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ไหนก็ตาม ก็มีบทเรียนแล้วว่า บางอย่างแยกได้ บางอย่างยังแยกไม่ได้ และไม่มีเรื่องส่วนตัวในโซเชียลมีเดีย

เป็นอุทาหรณ์ที่ต้องเตือนตัวเองและเตือนกัน

อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า ในขณะที่หลายคนบอกไม่ให้เธอใช้อารมณ์หรืออย่าดราม่า แต่คนจำนวนไม่น้อยก็ทำในสิ่งที่ห้ามเธอทำเสียเอง

พร้อมๆ กับการเติบโตที่น่าชื่นใจหลายอย่าง มันก็มีข้อบกพร่องที่เราต้องเปิดใจรับและหาทางแก้ไขอีกหลายๆ อย่างด้วยเช่นกัน ถ้ามัวแต่ชี้นิ้วใส่กันมันก็คงถอยกลับไปที่เก่า

เรามาหาประโยชน์จากมันจะดีกว่าไหม?

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด ฟอเรสต์ พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 18 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด ฟอเรสต์ พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 18 ต.ค.69