
วิวาห์ในฝัน แบบฉบับของฉันเอง...
เพิ่งแต่งไปหมาดๆ นางเอกซุปตาร์ ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต กับนักธุรกิจหลอดไฟหมื่นล้านจนเกิดกระแสทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์
โดย...กันยา-พาแลง ภาพ : คลังภาพโพสต์ทูเดย์
เพิ่งแต่งไปหมาดๆ นางเอกซุปตาร์ ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต กับนักธุรกิจหลอดไฟหมื่นล้านจนเกิดกระแสทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ โดยเฉพาะชุดเจ้าสาว 4 ชุด (ราคาเกือบ 5 ล้านบาท) จากแบรนด์เนมดัง ค่าสินสอด และงานแต่งงานมูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาทหรูเลิศอลังการ ทำเอาสาวๆ พากันฝันหวานอยากจะมีงานแบบนี้บ้าง
ก่อนที่จะ “มโน” ไปเรื่อย ลองสำรวจกระเป๋าสตางค์กับบัญชีธนาคารกันสักนีดส์... วิวาห์แบบเจ้าหญิงมีไว้สำหรับเจ้าบ่าวเจ้าสาวกระเป๋าหนัก (มาก) เท่านั้น อาจไม่เหมาะกับคุณๆ เท่าไหร่ แต่งานแต่งงานในฝัน “เล็กๆ” แบบที่ใช่ก็มีอยู่นะ
DIY สไตล์ของเรา
งานแต่งที่ถูกพูดถึงอย่างน่าประทับใจ ใครๆ หลายคนต้องยกให้เป็นงานแต่งของคู่ของก้อย แซตเทอร์เดย์ เซโกะ กับ โย่ง อาร์มแชร์ (อนุสรณ์ มณีเทศ และ วลัยลักษณ์ มุสิกโปฎก) ที่แต่งไปเมื่อวันที่ 5 เดือน 5 ปี 55 ก้อย บอกว่า งานของเธอไม่ได้จัดใหญ่โตมากมาย งบประมาณก็ไม่ได้มาก พอเหมาะกับกระเป๋า
“แรกเลยตั้งใจจะจัดเล็กๆ ในหมู่ญาติๆ และเพื่อนสนิท ตั้งใจจะเชิญแขกแค่ 300 คน แต่งานจริงก็มามากกว่าที่คิดไว้ และตั้งใจไว้เลยว่าจะทำเองทั้งหมด ไม่ใช้ออร์แกไนเซอร์ ทำเอง หาเอง ตั้งแต่การ์ดเชิญ รองเท้า ชุดแต่งงาน ของชำร่วย ทุกอย่างมีคอนเซ็ปต์ของเรา และทั้งคู่มีความชอบแบบเดียวกัน จึงเห็นไปในทิศทางเดียวกันเป๊ะ ไม่มีอะไรคัดค้านกันเลย ไม่มีแบรนด์เนม เรา DIY เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะชุดแต่งทั้ง 3 ชุด”
เธอเล่าว่า ต้องการแต่งงานแบบวินเทจ สไตล์แกลเลอรี่ เพื่อเก็บไว้เป็นภาพทรงจำ จึงไปแต่งที่มิวเซียมสยาม “ชุดแต่งงานตอนเช้าเป็นชุดไทย ก็เป็นชุดที่น้องที่สนิทกันตัดให้ เป็นผ้าไทยที่มีลายดอกรักกับดอกบานไม่รู้โรย มีความหมายที่ดี ชุดกลางคืนของเจ้าสาว เจ้าบ่าวลงมือตัดให้เอง แล้วงานเราแบบเอาต์ดอร์ก็เดินย่ำดินย่ำโคลน เพราะตอนเช้าฝนตก ชุดก็เปื้อนดิน โย่งบอกไม่ต้องเอาไปซัก เก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีของเราแบบนั้นแหละ ทุกอย่างออกมาลงตัวแบบที่เราต้องการใส่ตัวตนของเราลงไปในงาน ของชำร่วยคือน้ำผึ้งเดือน 5 ทุกอย่างคิดและทำเองเกือบทั้งหมด”
เล็กๆ ริมทะเลกับชุดเจ้าสาวสีดำ
พีอาร์เซเลบสาวสวย หวาน-ภาวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา Marketing Communications Director เจ้าของบริษัท ดีพร้อม คอมมิวนิเคชั่น เล่ายิ้มๆ ว่างานแต่งงานในฝันคงเป็นอะไรที่เป็นความฝันที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
“ชอบงานเล็กๆ ที่เป็นส่วนตัว และชอบทะเลมาก ถ้าเป็นไปได้ก็คงอยากแต่งริมทะเลหรือบนเกาะเล็กๆ สักที่ เอาแบบในฝันสุดโต่งจริงๆ อยากไปแคริบเบียน หรือตาฮิติมาก ส่วนเรื่องชุด จริงๆ ถ้าเป็นริมทะเลคงเป็นชุดยาวเรียบๆ พลิ้วๆ ไม่หวือหวามากเหมือนแต่งในโรงแรม
ส่วนตัวจริงๆ เป็นคนชอบใส่สีดำ และเห็นต่างประเทศเขาก็มีใส่กัน อย่างแบรนด์ เวร่า แวง (Vera Wang) ก็ทำชุดแต่งงานสีดำมานานแล้ว ก็เป็นอีกออปชั่นที่น่าลองเหมือนกันนะคะ ไม่จำเป็นต้องขาวหรือชมพูเหมือนกันไปหมด”
รักติดล้อ งานแต่งในฝันของนักปั่น
เธอคนนี้หลงรักจักรยาน และจักรยานก็พาให้เธอมาเจอคนรักที่นิยมการปั่นไม่แพ้กัน อริศรา ลิ่มสกุล หรือ นก สาวนักปั่นเมืองภูเก็ต เจ้าสาวเจ้าของคอนเซ็ปต์คู่แต่งนักปั่น บอกว่า เธอและเจ้าบ่าว (สาลักษณ์ ลิ่มสกุล) เจอกันเพราะปั่นจักรยาน ใช้เวลาศึกษากันบนอานจักรยานด้วยการออกทริปมากกว่าการเดินห้างหรือกินข้าวดูหนังเช่นคู่รักทั่วไป ดังนั้นเมื่องานแต่งงานมาถึง ทั้งคู่จึงตกลงใจกันอย่างแน่วแน่
ว่าธีมงานแต่งจะต้องเป็นจักรยานเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นงานแต่งงานในฝันของเธอเลยก็ว่าได้
“เราอยู่ในกลุ่มจักรยานของภูเก็ต ชื่อกลุ่มไบค์สแก๊ง (Bikes Gang) เราปั่นเพราะเรารัก และเราทั้งสองคนก็รักกันได้เพราะการปั่น คนอื่นจีบกันในห้างเย็นๆ เรารักกันท่ามกลางแสงแดด ทะเล และพื้นถนน ได้คุยกันดูแลกันตอนออกทริปที่ปั่นไกลเป็นร้อยๆ กิโล ดังนั้นทุกอย่างในงานแต่งงานของเราจึงหนีไม่พ้นจักรยาน
เริ่มจากขบวนขันหมากของเจ้าบ่าว เป็นพี่น้องนักปั่นที่รักเราทั้งสองคนมาร่วมกันปั่น สวมชุดปั่นทีมที่เราใส่ประจำผูกลูกโป่งหลากสีปั่นกันมาที่บ้านเจ้าสาว ของตกแต่งในงานทั้งหมดเป็นจักรยาน แบ็กดร็อป ของชำร่วย ของรับไหว้ เค้กแต่งงาน เรามองทุกอย่างเป็นจักรยานทั้งหมด แต่เราไม่ได้ใส่ชุดปั่นเป็นชุดแต่ง เพราะคงจะแหวกแนวเกินไป ชุดแต่งงานของเราทั้งคู่จึงเป็นแบบบ๊ะบ๋ายะหยาตามธรรมเนียมของภูเก็ต ซึ่งถือว่าเป็นความต้องการร่วมกันของเราสองคนและทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย งานออกมาสวยงามและมีความสุขสมใจเหมือนที่เราฝันเอาไว้เป๊ะ” เจ้าสาวนักปั่นเล่า
บ่าวสาววัยรุ่น เลือกแต่ง ‘สตูดิโอ’
นอกจากจัดพิธีแต่งงานในโรงแรมแล้ว อีกทางเลือกหนึ่งของสถานที่จัดงานแต่งงาน คือ สถานที่ที่ทำขึ้นเพื่องานสมรสโดยเฉพาะ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน และเดอะ โซเรนโต้ (The Sorento) อาคารสไตล์อิตาลีสีจัดจ้านริมถนนราชพฤกษ์ ก็ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ที่นี่ให้บริการคู่บ่าวสาวมาแล้วกว่า 5 ปี
สุภัทรากรานต์ วรณันพิบูลย์ ผู้บริหาร เดอะ โซเรนโต้ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจประเภทนี้ว่า จากข้อจำกัดของสถานที่จัดงานแต่งงาน “ส่วนใหญ่คนจะจัดกันในโรงแรม” เธอกล่าว “แต่บางกลุ่มมองว่าค่าใช้จ่ายสูง มันไม่จำเป็นต้องจ่ายเยอะขนาดนั้น บ้างก็คิดว่ามันใหญ่เกินไป และติดต่อไม่สะดวก หรืออีกทางที่ใช้งบน้อยกว่าคือจัดที่สมาคม แต่ในความรู้สึกของคู่บ่าวสาววัยรุ่นจะไม่แฮปปี้กับรูปลักษณ์ของสมาคม” เธอจึงริเริ่ม เดอะ โซเรนโต้ เพื่อตอบสนองความต้องการของคู่บ่าวสาววัยรุ่นที่ต้องการความแปลกใหม่และสามารถคุมงบประมาณได้
เดอะ โซเรนโต้ ตอบโจทย์คู่บ่าวสาววัยทำงานที่ไม่มีเวลาจัดแจงอะไรเองมากนัก ดังนั้นจึงมีบริการครบวงจร ทั้งเรื่องพิธีการ อาหาร และการตกแต่งสถานที่ “คู่บ่าวสาววัยรุ่นจะไม่ค่อยมีเวลาเพราะต้องทำงาน ทางเราเลยมีแพ็กเกจให้เลือกแล้วแต่ความต้องการและงบประมาณ” สุภัทรากรานต์ กล่าวถึงพฤติกรรมลูกค้า โดยพิธีการช่วงเช้าราคาเริ่มต้นที่ 4 หมื่นบาท รวมพิธีสงฆ์ ส่วนช่วงเย็นค่าตกแต่งสถานที่ราคา 4.85 หมื่นบาท โต๊ะจีนเริ่มต้นโต๊ะละ 4,000 บาท และบุฟเฟ่ต์คนละ 420 บาท ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดรับได้ประมาณ 500 คน
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการไม่มีแค่วัยรุ่นตามที่เธอตั้งเป้าหมายไว้ แต่ยังมีคู่บ่าวสาววัยกลางคนที่มีกำลังเงินพอให้ไปจัดในโรงแรมมาใช้บริการ เพราะต้องการบรรยากาศแปลกใหม่ที่ไม่เป็นทางการเกินไป
สุภัทรากรานต์ มองว่า หากย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ทำให้เห็นว่าธุรกิจสถานที่จัดงานแต่งงานเติบโตขึ้นมาก แต่นั่นก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาทำให้คนคำนึงถึงค่าใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งธุรกิจประเภทนี้กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คู่บ่าวสาวยุคนี้ที่ต้องประหยัด ขณะเดียวกันก็ต้องการความชิก ความเก๋ และความแปลกใหม่ให้บรรยากาศงานแต่งนั่นเอง







