posttoday
ค่ายเชิงอนุรักษ์ กับฝูงพิราบที่หัดบิน

ค่ายเชิงอนุรักษ์ กับฝูงพิราบที่หัดบิน

18 พฤษภาคม 2558

“มันอยู่ที่ความสมบูรณ์ ของหมู่แมกไม้ ต้นสายต้นน้ำลำธาร มาจากป่าสู่เมือง จากเขาทะมึน หล่อเลี้ยงผู้คนในแท่งคอนกรีต”

โดย...จักรวาล ส่าเหล่ทู ภาพ : ภคินัย ฟักฉ่ำ

“มันอยู่ที่ความสมบูรณ์ ของหมู่แมกไม้ ต้นสายต้นน้ำลำธาร มาจากป่าสู่เมือง จากเขาทะมึน หล่อเลี้ยงผู้คนในแท่งคอนกรีต”

ท่อนหนึ่งในเพลง ชีวิตสัมพันธ์ ของคาราบาว บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมือง แต่ในขณะเดียวกันผู้คนก็กลับทำลายหาผลประโยชน์จากธรรมชาติอย่างผิดๆ ปราศจากจิตสำนึกต่อส่วนรวมทั้งกับคนและธรรมชาติ ดังนั้น การปลูกฝังให้เยาวชนมีจิตสำนึกในการดูแลและอนุรักษ์ธรรมชาติจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ในอนาคต

ด้วยเหตุนี้ทางกลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้จัดค่ายเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติภายใต้ชื่อว่า “ค่ายนักข่าวรุ่นเยาว์ รักษ์สิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 14” โดยครั้งนี้จัดขึ้นที่บ้านคลองโคลนรีสอร์ท จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 3-5 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งในค่ายเองก็ได้มีกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ให้น้องๆ ในสาขาวารสารทำมากมาย ทั้งปลูกป่าชายเลน ศึกษาประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านคลองโคลน ออกพื้นที่ศึกษาความเป็นอยู่วิถีชีวิตของชาวบ้านละแวกนั้นที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติและใช้ประโยชน์จากของป่าโดยไม่เห็นแก่ตัว นอกจากนี้ยังมีการชมหิ่งห้อยยามค่ำคืน รวมทั้งการเสวนาหาความรู้จากกลุ่มผู้ใหญ่ในหมู่บ้านถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในพื้นที่บ้านคลองโคลน

นอกจากกิจกรรมเชิงอนุรักษ์แล้ว ในค่ายยังมีกิจกรรมที่ให้นักศึกษาได้ใช้ความรู้ความสามารถในห้องเรียนที่สั่งสมมาเพื่อทำหนังสือพิมพ์และสารคดีข่าวโทรทัศน์ โดยกิจกรรมนี้ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้นักศึกษาแต่ละคนตระหนักว่าทุกกิจกรรมทุกพื้นที่ที่ทำลงไปสามารถเป็นประเด็นข่าว เขียนเป็นเรื่องเล่าได้หมด เป็นการฝึกนำเรื่องราวหรือปัญหาของชาวบ้านที่อยู่รอบข้างตัวมาถ่ายทอดให้คนอื่นเข้าใจและรับรู้ในสังคมให้ได้

ค่ายเชิงอนุรักษ์ กับฝูงพิราบที่หัดบิน

 

“ความรู้ที่ได้กลับมาคือประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านคลองโคลน ได้มีประสบการณ์ปลูกป่าชายเลน นอกจากนี้ยังได้ความรู้จากการลงมือทำข่าวและสารคดีในค่าย ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้มีส่วนร่วมในงานที่สำคัญ แต่ก็ได้เห็นกระบวนการในการทำสื่อต่างๆ ที่จะต้องพบเจอในอนาคต” พัชรพร องค์สรณะมงคล น้องบริ๊ง นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เล่าถึงสิ่งที่ได้จากค่าย ซึ่งเธอไม่ได้คาดหวังก่อนนอกจากความสุกเฮฮาเท่านั้น นอกจากจะได้รับความรู้จากวิทยากรเรื่องของปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่แล้ว ยังได้รับความรู้จากพี่ๆ บัณฑิตย์ที่จบไปแล้วมาร่วมสอนถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์แหล่งข่าวด้วย

ด้านเพื่อนร่วมชั้นจุฑามาศ นิจประพันธ์ หรือน้องทราย กลับมีบอกว่ามีความกังวลใจอย่างยิ่งก่อนเข้าร่วมค่ายครั้งนี้ เนื่องจากมีรุ่นพี่หลายๆ คนบอกว่าจะต้องทำข่าวหนังสือพิมพ์ฝึกหัดและสารคดี ซึ่งตัวเองอยู่เพียง ปี 1 ก็กลัวมากที่จะกลายเป็นตัวถ่วงของกลุ่ม แต่ในค่ายกลายเป็นว่ารุ่นพี่ในกลุ่มได้สอนการทำข่าว และได้เห็นกระบวนการการทำข่าวของคนในกลุ่มด้วยกัน

“ชอบที่สุดเลยคือวันที่พวกเราและรุ่นพี่อยู่ร่วมกันทำหนังสือพิมพ์และสารคดีข่าวยันดึกดื่น ซึ่งเป็นภาพที่ประทับใจและดูอบอุ่นเนื่องจากรุ่นน้องและรุ่นพี่อยู่ร่วมกันทำงานด้วยให้ให้เสร็จลุล่วงด้วยดี และสิ่งที่ได้หลังกลับมาจากค่าย ก็คือได้เห็นภาพของกระบวนการทำหนังสือพิมพ์ และความรู้ที่หลักสูตรปี 1 ยังไม่มีสอน เช่น การทำสารคดีเป็นต้น” น้องทรายกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

ค่ายเชิงอนุรักษ์ กับฝูงพิราบที่หัดบิน

 

หากมองในมุมของพี่ใหญ่อย่าง ศศิธร จำปาเทศ หรือน้องปีใหม่ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ผ่านการเข้าค่ายนี้มาก่อน ระบุว่า ค่ายแต่ละครั้งทำให้รู้จักเพื่อนๆ มากขึ้น และยังได้รับรู้ถึงปัญหาของธรรมชาติที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ที่จะเสียสละและทำงานกันเป็นทีมภายใต้สภาวะที่กดดันด้วยเวลาที่จำกัด เพราะในห้องเรียนนั้นการทำข่าว 1 ชิ้นอาจจะใช้เวลานานเป็นวัน แต่ในค่ายใช้เวลาทำข่าวนับเป็นชั่วโมงและนาทีเลยก็ว่าได้

นอกความรู้เรื่องการอนุรักษ์ที่ได้จากกิจกรรมแล้ว ยังมีความรู้ที่ได้จากรุ่นพี่บัณฑิต ซึ่งส่วนนี้ถือเป็นจุดสำคัญเช่นกัน เพราะความรู้จากพี่ๆ ที่เรียนจบไปนั้น เป็นความรู้ที่ใช้ประกอบวิชาชีพด้านสายข่าวสายนักเขียนที่อาจจะมีความทันสมัยกว่าในหลักสูตรในห้องเรียน กล่าวได้ว่าความรู้ที่ได้ในห้องเรียนนั้นสำคัญ แต่ประสบการณ์จากพี่ๆ ก็ให้ความรู้ไม่ด้อยกว่าตำราเรียนเลย

เมื่อถามความรู้สึกจากพี่บัณฑิตป้ายแดงอย่างกรณัฐ การุณย์ ที่น้องๆ รู้จักกันว่าพี่เปรม ได้กล่าวว่าในค่ายแห่งนี้ได้ปลูกฝังรากฐานการทำข่าวได้เป็นอย่างดี โดยในห้องเรียนเรารู้แต่ในตำรา แต่การมาค่ายคือการลองฝึกในพื้นที่จริง ปัจจุบันความรู้ดังกล่าวสามารถนำไปใช้ได้กับสายวิชาชีพของตนได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เดินในสายข่าวสิ่งแวดล้อมก็ตาม และการกลับมาร่วมค่ายครั้งนี้รู้สึกมีความภูมิใจที่ได้กลับมาถ่ายทอดประสบการณ์นอกห้องกับน้องๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อน้องๆ เช่นกัน

ค่ายเชิงอนุรักษ์ กับฝูงพิราบที่หัดบิน

 

ดูเหมือนว่าในค่ายแห่งนี้ ทุกๆ กิจกรรมจะพยายามปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นเรื่องสำคัญ แต่อาจารย์ศรีลัดดา อุทยารัตน์ ที่ปรึกษาของค่ายนี้กล่าวว่า ที่จริงแล้วค่ายนี้มีจุดประสงค์ปลูกฝังให้นักศึกษามีจิตสำนึกต่อสาธารณะมากขึ้น รู้จักแบ่งปัน รู้จักเสียสละ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติแต่อย่างใด

"ไม่ได้คิดว่าตัวเป็นเป็นเรือจ้าง แต่คิดว่าเป็นผู้ปลูกต้นกล้า โดยหวังว่าจะมีนักศึกษาส่วนหนึ่งกลายเป็นต้นกล้าที่แข็งแรง เติบโต และงอกงาม ขยายผลเรื่องจิตสำนึกต่อสาธารณะออกไป ซึ่งก็ได้เห็นบ้างในตัวบัณฑิตบางคนที่ได้กลับมาช่วยเหลือน้องๆ ปัจจุบัน หรือมีจิตสำนึกเรื่องดังกล่าวในการทำงาน"

โดยรวมแล้วค่ายนี้นอกจากจะปลูกฝังค่านิยมในเรื่องของจิตสำนึกต่อสาธารณะแล้ว ยังถือว่าเป็นพื้นที่หัดบินของฝูงพิราบรุ่นเยาว์ที่กำลังจะไปเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม ในยุคที่จิตสำนึกต่อส่วนรวมเป็นเรื่องที่เริ่มเกิดในยากสำหรับคนในสังคมปัจจุบัน ที่มีการหาผลประโยชน์เอาเปรียบกับธรรมชาติ และเพื่อนมนุษย์กันอย่างไม่ละอาย แต่เชื่อได้เลยว่ายังมีคนในสังคมอีกมากมาย ยังเฝ้าหวังอยากเห็นสังคมที่ทุกคนมีจิตใจเอื้อเฟื้อต่อกันและต่อธรรมชาติ ดั่งท่อนเพลง ชีวิตสัมพันธ์ ของคาราบาว...

“คนหากิน สัตว์ก็หากิน เราไม่เบียดเบียนกันและกัน ต้นไม้งาม คนงดงาม งามน้ำใจไหลเป็นสายธาร ชุบชีวิตทุกฝ่ายเบิกบาน มีคน มีต้นไม้... มีสัตว์ป่า”

ส่งผลงานนิสิต/นักศึกษา ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท