
เส้นสีแห่งความผูกพัน
เคยมีคำกล่าวไว้ว่า หากรักอะไรด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ สิ่งนั้นจะมีพลังทำให้สามารถกัดฟันทำบางสิ่งที่ทั้งชีวิตไม่คาดคิดว่าจะทำได้
โดย...พงศ์ พริบไหว
เคยมีคำกล่าวไว้ว่า หากรักอะไรด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ สิ่งนั้นจะมีพลังทำให้สามารถกัดฟันทำบางสิ่งที่ทั้งชีวิตไม่คาดคิดว่าจะทำได้ และด้วยความรักชนิดนั้นทำให้เกิดเป็นนิทรรศการ “GOH-M FAMILY” ผลงานโซโลเอ็กซิบิชั่นเต็มรูปแบบครั้งแรกของศิลปินหนุ่มมาดกวน เอ็ม-กิตติพงษ์ คำสาตร์ หรือที่รู้จักกันดีในนามโก๋เอ็มแห่งวง “บุดด้าเบลส”
นิทรรศการของเขาในครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจทั้งหมดมาจากสัตว์เลี้ยงแสนรักของเจ้าตัว ซึ่งเกินครึ่งคือสุนัขและแมวจรจัดที่ได้ช่วยชีวิตเอาไว้ในแต่ละห้วงเวลา จนผูกพันกลายเป็นมากกว่าครอบครัว และทำให้เกิดเป็นงานโชว์ครั้งนี้ขึ้น โดยที่ใจความสำคัญของงานครั้งนี้ ศิลปินต้องการสร้างงานเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือในมูลนิธิต่างๆ ที่ช่วยเหลือสัตว์
หลังจากที่อิ่มตัวจากงานสายกราฟฟิตี้ที่เจ้าตัวเป็นถึงขั้นตำนาน ทำงานในสายนั้นมาเกือบ 20 ปี เมื่อถึงวันที่ต้องการพิสูจน์ชุดความเชื่อว่าตัวเขาสามารถทำงานศิลปะที่รักอย่างจริงจังได้ โก๋เอ็มจึงขอวางกระป๋องสีสเปรย์มาจับพูกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในแบบที่ต่างจากเดิม ด้วยการระบายสีลงบนผ้าใบ ซึ่งงานนี้เจ้าตัวมักย้ำเสมอว่า เขาเองทำงานชุดนี้ขึ้นในฐานะพ่อค้า และอธิบายถึงคำนั้นให้ฟังว่า
“ไอ้คำว่าศิลปินหรืออาร์ติสต์จริงๆ สำหรับเราถึงวันนี้เรายังไม่เข้าใจคำจำกัดความนะ แต่ที่เรามาทำงานในครั้งนี้เรามาในฐานะพ่อค้า คือเราทำงานโดยการใช้ความสามารถทางศิลปะที่มีมาต่อยอดเพื่อเอาไปช่วยสัตว์ เราอยากให้คนรู้ว่าพ่อค้าคนนี้ทำงานศิลปะเพื่อเอารายได้จากการขายรูปไปแบ่งปันช่วยเหลือพวกสัตว์ที่เรารับดูแล อีกทั้งครั้งนี้ยังเป็นเหมือนการเปิดตัวแบรนด์ของ GOH-M FAMILY ด้วยเพราะเราก็มีสินค้าหลายๆ อย่างที่ทำมาเพื่อหารายได้ช่วยเรื่องนี้ เราเลยจำกัดความตัวเองว่าเป็นพ่อค้าที่ขายศิลปะซึ่งพยายามสะท้อนเรื่องสัตว์ออกไปให้คนรับรู้”
ด้วยเพราะวิธีคิดผลงานของเขาเลยว่าด้วยเรื่องของสัตว์ล้วนๆ ซึ่งแม้จะเป็นภาพที่ใช้สีสดใสแต่กลับสื่อตรงไปตรงมา ให้ผู้คนได้เห็นและเข้าใจถึงมุมมองที่เจ้าของผลงานมีต่อสัตว์ โดยผ่านคาแรกเตอร์ที่เป็นตัวการ์ตูน ซึ่งโดดเด่นด้วยการใช้เส้นสีที่เฉียบคมและการจัดวางองค์ประกอบที่ติดสไตล์ของงานกราฟฟิตี้มากลายๆ ซึ่งทำให้งานของเขาดูเข้าถึงง่าย ซึ่งเจ้าตัวเล่าให้ฟังถึงงานของเขาอีกว่า
“ด้วยความที่เราไม่มีสตูดิโอในการทำงาน แรงบันดาลใจของเราในงานแต่ละชิ้นมันจึงเกิดมาจากทุกสถานที่เลยนะ พอเห็นเรื่องราวรอบตัวของสัตว์ที่อยู่ข้างๆ เรามองแล้วเป็นภาพที่เราจัดเรียงได้เราก็เขียนรูปได้เลยตรงนั้น คือมันเหมือนเขียนเพลง เรานึกอะไรออกเราก็สเกตช์ตรงนั้นเลย เรารู้สึกว่างานของเรามันเริ่มมาจากรอบตัวเรา เพราะไปไหนมาไหนหมาแมวก็อยู่ข้างๆ ตลอด คลุกคลีกันกินนอนด้วยกัน งานทุกชิ้นเราเลยเหมือนเป็นงานที่เกิดขึ้นจากจุดตรงนั้น
“อย่างเมื่อก่อนเราไม่เคยคิดเลยนะว่าเราจะทำงานได้เป็นสิบชิ้นแบบนี้ อ้างแต่ไม่มีเวลา ไม่มีอารมณ์ ต้องทำอย่างอื่น แต่พอมาทำเรื่องที่ถูกจริต เรามุ่งมั่นมากเลยนะ เพราะเรามองว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ การทำงานเลยไม่เคยปล่อยผ่าน เราจึงทุ่มเททำงานชิ้นนี้มาตลอดหลายเดือน ซึ่งพองานออกมาเรารู้สึกว่าเราสอบผ่าน เราชนะตัวเอง งานออกมาพอใจ แล้วมันทำให้เราเกิดการต่อยอดในงานอื่นไปอีก ซึ่งเสร็จงานนี้เราก็คิดงานใหม่ไว้แล้ว”
เจ้าของนิทรรศการหัวเราะเมื่อเล่าถึงวิธีการทำงานของเขา ที่ต้องเอาชนะตัวเองเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเหล่าสัตว์เลี้ยงที่เจ้าตัวรับเลี้ยง ซึ่งพันผูกดังครอบครัว และมีค่ามีความหมายถึงชีวิตและชีวิตที่เกื้อกูล โดยในงาน “GOH-M FAMILY” จะมีทั้งหมด 13 ชิ้น ซึ่งออกมาแบบไร้คำจำกัดความ งดงามและอิ่มในอารมณ์ อบอุ่น และดูสนุกในที บางครั้งยังจิกกัดสังคม ด้วยการสะท้อนถึงปัญหาในอุตสาหกรรมปศุสัตว์
นอกจากผลงานที่ว่าแล้วในงานยังมีตุ๊กตาน่ารักวางจำหน่ายเพื่อนำเงินไปทำบุญช่วยหมาแมวอีกด้วย เอาเป็นว่าแวะไปชื่นชมนิทรรศการ “GOH-M FAMILY” กันได้ที่ HOF ART Residency Bangkok (ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS พระโขนง) งานจัดแสดงเรื่อยไปจนถึงวันที่ 25 พ.ค.นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่มได้ที่โทร. 02-711-1251







