
ปลด‘ทุกข์’ในห้องน้ำ
เรื่องน่าขันที่เพื่อนเล่าในวันนี้ แต่ถ้าเล่าในวันที่เกิดเหตุการณ์จริงคงขำไม่ออก...
โดย...นายใจดี
เรื่องน่าขันที่เพื่อนเล่าในวันนี้ แต่ถ้าเล่าในวันที่เกิดเหตุการณ์จริงคงขำไม่ออก...
สีหน้าเธอดูมีความสุขมากในวันนี้ เพราะเธอได้พบที่ที่เหมาะกับเธอหลังจากที่ย้ายจากห้องเช่าบนตึกสูง ไปอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร มี 2 ห้องนอน2 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น เธอบอกว่า ฉันจะนอนร้องไห้ในห้องนอน จะนั่งหน้างอหน้าทีวีก็ได้ไม่อุดอู้ และทะเลาะกันน้อยลง เพราะไม่ต้องปะทะกัน
มาย้อนดูภาพเมื่อครั้งก่อน...
เวลาที่ทะเลาะกับแฟน ที่ที่เธอหลีกหนี ซ่อนตัวก็คือ “ห้องน้ำ” ก็ห้องสตูดิโอ ถ้าอยากหนีไปโดยไม่เห็นหน้ามีอะไรกั้น ไม่ออกจากห้องไปก็ต้องอยู่ในห้องน้ำเท่านั้น
ปิดประตู “เธอกับเขาต่างมีพื้นที่ส่วนตัว” ทว่าพื้นที่ของเธอนั้นช่างเล็กแคบ และช่างไม่น่าอภิรมย์ช่วยพาให้ใจดีขึ้นมาได้ไว เพราะยิ่งอยู่ยิ่งกดดัน น้อยเนื้อต่ำใจหนักเข้าไปอีก
เมื่อไม่ต้องการเผชิญหน้า ห้องน้ำ จึงเป็นทางออกที่ดีเสมอ แต่สำหรับคนที่ไม่เลือกอยู่ในห้องน้ำ แต่ทนนั่งอยู่ในห้องมีคนสองคนนั่งหน้าบูดบึ้งอารมณ์เสียใส่กันนั้น บรรยากาศในห้องน้ำน่าจะดีกว่าละมั้ง
หลายๆ ครั้งที่ได้ยินเสียงชาย-หญิงทะเลาะกันลั่นชั้นไปหมด จุดเกิดเหตุอยู่ภายในห้องหลังประตูกั้น (ห้องในสุดอีกแล้ว) ในห้องสี่เหลี่ยมนั้นเสียงชายหญิงด่าทอกันสลับไปมา ราวกับว่า วันนี้ต้องแตกหัก อยู่ร่วมห้องกันต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เสียงตึงตังของข้าวของกระทบพื้น เรียกความสนใจอีกแล้ว แม้จะพยายามตั้งใจดูละครในจอสักเพียงใดก็ตาม
เสียงร้องไห้ค่อยๆ เบาลงๆ ห้องนั้นกลับคืนสู่ความเงียบ...
ไม่ยักกะเห็นมีใครสักคน เลือกเดินออกมาจากห้อง
ปัญหาจบลงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหนีเข้าห้องน้ำ หรือเผชิญหน้าปลอบประโลมกันจนดีขึ้นก็สุดจะคาดเดา ทว่าปัญหาของคนสองคนไม่ได้เกิดจากพื้นที่แคบ พื้นที่ของห้องที่มีจำกัด แต่เกิดจากความคับแคบของจิตใจเมื่อคนสองคนอยู่ใกล้ชิดกันเกินไป แต่ไม่เปิดใจให้กว้างต้อนรับอีกคนให้เขาอยู่ได้อย่างสบายอกสบายใจ
แต่ละห้องมีเรื่องราว มีพื้นที่ส่วนตัวของคนสองคน การจัดการปัญหาในพื้นที่จำกัดจึงเป็นศาสตร์และศิลป์การอยู่อย่างงดงาม เพราะยามใดที่ เลือกเปิดประตูเดินหันหลังให้ห้อง คุณได้ทิ้งปัญหาไว้ภายในห้อง บางทีการขังตัวอยู่ในห้องน้ำสัก 2-3 นาที เปิดออกมา จะพบว่าห้องน่าอยู่กว่าเดิมก็ได้...







