
ไม่มีสำเนาความสุขที่ถูกต้อง
มีคนตั้งข้อสังเกตว่า การที่สื่อมวลชนให้ความสำคัญกับความเริ่ดหรู อลังการของงานแต่งงานระหว่างดารา
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
มีคนตั้งข้อสังเกตว่า การที่สื่อมวลชนให้ความสำคัญกับความเริ่ดหรู อลังการของงานแต่งงานระหว่างดารากับลูกมหาเศรษฐีซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นการขยายช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนยากจนเข้าไปอีก และมีเรื่องที่สื่อควรจะรายงานมากกว่านี้ตั้งหลายเรื่องแต่ไม่ทำ กลับมาอุทิศพื้นที่และทรัพยากรเพื่อเรื่องราวเช่นนี้ไปอย่างมากมาย รายงานเสียถี่ยิบว่าเจ้าสาวสวมชุดแต่งงานราคาเท่าไหร่ สวมรองเท้ายี่ห้ออะไร ราคาเท่าไหร่ ฯลฯ ซึ่งอ่านแล้วก็ไม่เห็นจะเป็นประโยชน์อะไรต่อสังคม
วันหนึ่ง ผมกับเพื่อนๆ ในกองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์ ก็ยกเรื่องปรากฏการณ์งานแต่งสะท้านเมืองนี้ขึ้นมาคุยกัน คุณธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน นักข่าวหนุ่มผู้ยังไม่ผ่านประสบการณ์การเป็นเจ้าบ่าว
ตั้งข้อสังเกตขึ้นมาอย่างคมคายว่า ดูเหมือนอิทธิพลของซีรี่ส์เกาหลี บวกกับงานแต่งงานดาราหลายๆ คู่ซึ่งดูเหมือนจะจัดงานยิ่งใหญ่มากขึ้นๆ ตามลำดับนั้น ได้ก่ออิทธิพลทางความรู้สึกต่อหญิงไทยอย่างกว้างขวาง
จะถูกจะผิดหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ เพราะไม่ได้เป็นข้อมูลจากการวิจัยหรือเก็บข้อมูลสถิติใดๆ ทั้งสิ้น หากแต่เป็นการใช้ความรู้สึกจากการสัมผัสข้อมูลซึ่งนำไปสู่การตั้งข้อสังเกตว่า ข่าวคราวและเนื้อหาละครซีรี่ส์เหล่านั้น ทำให้ผู้หญิงไทยเรามีภาพฝันถึงการแต่งงานที่สวยงามและมีจินตภาพของเจ้าสาวที่มีลักษณะเป็นเจ้าหญิงในนวนิยายมากขึ้นเรื่อยๆ
จะเกี่ยวไม่เกี่ยวไม่รู้ แต่งานแต่งที่เมาท์กันสนั่นเมืองนี้ เจ้าสาวก็สวมรองเท้าแก้วด้วยนะเออ
เราจิ้นกันเอาว่า เธอก็น่าจะมีภาพฝันอะไรทำนองนี้อยู่เหมือนกัน ถ้ามิใช่แต่เป็นด้วยเหตุผลอื่นในเรื่องความสวยงามก็ขออภัยด้วยนะครับ กรุณาอย่าถือสากัน เพราะพวกนักวิเคราะห์ก็มักจะใช้ข้อมูลมาประกอบเรื่องแบบนี้เสมอ
น้องช่างภาพอีกคนก็เล่าว่า มีสุภาพสตรีผู้หญิงว่าจ้างให้เพื่อนช่างภาพคนหนึ่งไปถ่ายภาพให้ในวันแต่งงานของเธอ เพราะไปเห็นงานของช่างภาพคนนั้นที่ไหนไม่แจ้ง รู้แต่ว่าเธอเห็นแล้วประทับใจในฝีมือของเขามากๆ และเชื่อว่าจะทำให้ภาพงานแต่งของเธอออกมาสวยงามและสามารถเก็บความทรงจำสำหรับประสบการณ์อันแสนวิเศษนี้ไว้ให้เธอได้เป็นอย่างดี
เธอไม่ได้ทำงานที่มีเงินเดือนค่าตอบแทนมากนัก และเงินค่าจ้างหนนี้เธอก็เก็บหอมรอมริบมาด้วยความตั้งใจ งานแต่งเธอก็ไม่ได้หรูหรา อลังการอะไร แต่เรื่องจบด้วยดีครับ เธอไม่ผิดหวัง
สำหรับเศรษฐีแล้วการจัดงานแต่งโดยเสียค่าดอกไม้ 3 ล้านบาท ค่าชุดเจ้าสาว 5 ล้านบาท ผมว่าถ้าเรามีแรงจ่าย ถ้าจ่ายแล้วมีความสุขและมีความสุขมากขึ้นไปอีกกับการที่เรื่องราวของตัวเองได้เป็นที่รับรู้ของคนในสังคม มันอาจจะเป็นเรื่องคุ้มยิ่งกว่าอะไรเสียอีก
แน่นอนว่า สื่อต้องมีสติในการรายงานแต่เว้นเรื่องนี้ไว้ ก็น่าคิดเหมือนกันว่า เรื่องนี้มีแง่มุมให้คิดหลายอย่าง ไม่ว่าผู้หญิงไทยอยากจะเป็นเจ้าหญิงในงานแต่งมากขึ้นหรือไม่ก็ตาม น่าสนใจว่าค่านิยมในยุคสมัยนี้ผิดไปจากแต่ก่อนมาก การแต่งแล้วหย่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่งใหม่ให้อลังการกว่าเก่า คนก็สนใจในความยิ่งใหญ่ของพิธีรีตองมากกว่าจะสนใจว่าทำไมถึงเลิกกับคู่ครองคนเก่า และเรามีเสรีในการที่จะออกแบบชีวิตและความสุขของเราได้ แสดงออกในสิ่งนั้นได้อย่างกว้างขวาง ผิดกับยุคก่อนๆ ที่มีมารยาทสังคมสารพัด รวมทั้งไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า
เรามีเสรีที่จะเลือกและใช้ชีวิตอย่างกว้างขวาง ผิดกับคนยุคเมื่อสิบยี่สิบปีก่อนมาก แต่น่าสนใจว่าเราได้ใช้สิทธินั้นเต็มที่หรือไม่ หรือเรายอมติดกับดักความฝันเพราะมัวแต่สำเนาความฝันของคนอื่นจนไม่เหลือแรงจะออกแบบความฝันของตัวเอง
สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์เพิ่งพิมพ์หนังสือออกมาเล่มหนึ่งชื่อ ชีวิตพองาม คุณวรินดาแปลมาจากหนังสือชื่อ The New Good Life ซึ่งเขียนโดย จอห์น ร็อบบินส์ (John Robbins) ลูกชายเจ้าของธุรกิจ
ไอศกรีมบาสกิ้น-ร็อบบินส์ เจ้าของมหาอาณาจักรไอศกรีมที่ใหญ่ที่สุดในโลก จอห์นประกาศไม่ยอมรับมรดกก้อนมหึมาซึ่งแน่นอนว่ามากกว่ามหาเศรษฐีในไทยหลายคน ไปบุกเบิกวิถีชีวิตแนวใหม่ โดยลงแรงทำการเกษตรเอง อยู่อย่างต้องมัธยัสถ์ อดออม มุ่งเน้นประสิทธิภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
น่าสนใจว่า เขาล้มลุกคลุกคลานซึ่งหลายเรื่องก็น่าตลก เช่น ปลูกพืชแล้วแยกไม่ออกว่าหน่ออ่อนนั้นคือวัชพืชหรือผักที่ต้องประคบประหงม สุดท้ายถอนต้นอ่อนผักออกหมดแล้วรดน้ำเลี้ยงวัชพืชอยู่จนมันโตถึงได้รู้ ฯลฯ แต่เขาก็ประสบความสำเร็จในหนทางของตนเอง เขามีมูลนิธิ EarthSave เป็นที่รู้จักของผู้คนไม่น้อยกว่าพ่อ เขาก็ได้แปรความขุ่นเคืองมาเป็นการยอมรับนับถือจากพ่อของเขาได้
ที่สำคัญ เขาได้เลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองเชื่อและได้เกื้อกูลโลกและผู้ยากไร้คนอื่นด้วย
แน่นอนว่า ชีวิตทุกชีวิตมีความงดงามในวิถีต่างๆ กัน แต่การได้มีชีวิตอยู่ช่วงที่มีเสรีภาพในการเลือกเป็นเรื่องดีจะตาย ทำไมเราไม่ใช้สิทธินั้นให้เต็มที่ ระวังว่าก๊อบปี้ความฝัน มันก็ได้สำเนาความสุขเท่านั้นเอง แต่ช่างเถอะ ไม่เป็นไรหรอก โลกนี้ไม่ต้องการการเซ็นชื่อกำกับใต้ข้อความว่า “ขอรับรองสำเนาความสุขที่ถูกต้อง”
แค่มีโอกาสแห่งยุคสมัย ใครไม่ใช้ ไม่เสียดายก็ไม่เป็นไรครับ







