
5 สิ่งควรรู้ก่อนเริ่มทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพ
โดย...พุสดี
โดย...พุสดี
1.ทำตัวให้ชินกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเข้ามา แน่นอนว่าชีวิตการทำงานของสตาร์ทอัพไม่เหมือนกับพนักงานบริษัทที่มีโครงสร้างการทำงานชัดเจน มีพนักงานร่วมชะตากรรมนับร้อยชีวิต เพราะขณะที่พวกเขาสามารถปฏิบัติงานตามกิจวัตรเดิมๆ ได้ทุกวัน แต่คนที่ทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพต้องปรับตัวรับกับตารางงานที่ไม่แน่นอน หัวข้องานที่ต้องปรับใหม่ตลอดเวลา
2.ทำงานได้ทุกอย่าง จำไว้ว่าคุณเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในทีม ดังนั้นคุณต้องพร้อมเสมอที่จะพับแขนเสื้อเพื่อลุยงานทุกอย่าง อย่าลืมว่าคุณไม่ได้มี JD หรือกระดาษที่บรรจุหน้าที่ในการทำงานชัดเจน ดังนั้นงานในแต่ละวันของคุณจึงผันแปรไปตามโปรเจกต์ที่ได้รับมอบหมาย สำคัญคือคุณต้องทำได้ทุกตำแหน่งงาน ห้ามให้คำพูดทำนองว่า “นี่ไม่ใช่งานในส่วนของฉัน” หลุดออกจากปากเป็นอันขาด ให้คิดเสียว่าทุกงานที่เข้ามาเป็นโอกาสให้โชว์ความสามารถ
3.เหล่ากูรูเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่ศัตรู บริษัทสตาร์ทอัพหลายแห่งเมื่อต้องการพาบริษัทไปสู่อีกก้าวของความสำเร็จ มักเชิญผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ในสาขานั้นๆ มาร่วมงาน แน่นอนว่าเมื่อกูรูเหล่านี้เข้ามาร่วมประชุมในบอร์ด บรรดาพนักงานในบริษัทจะเริ่มไม่ชอบใจ เพราะคิดว่าตัวเองในฐานะคนที่ทำงานหนัก ร่วมก่อตั้งบริษัทมาทำไมต้องมาฟังคนนอก แต่อยากให้คิดใหม่ว่ากูรูเหล่านี้ไม่ใช่คู่แข่งของคุณ แต่เป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดีของคุณต่างหาก และหากคุณไปอยู่ในองค์กรใหญ่รับรองว่าคุณไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้คนระดับนี้ แต่เพราะที่นี่คือบริษัทสตาร์ทอัพ คุณจึงมีโอกาสได้ใกล้ชิดและเรียนรู้กับคนเก่งๆ
4.มีบางอย่างที่บริษัทให้ได้และให้ไม่ได้ บรรดาบริษัทสตาร์ทอัพเลือกตอบแทนลูกน้องด้วยการทิ้งกฎเกณฑ์บางอย่าง เช่น เวลาเข้า-เลิกงาน เวลาพัก แถมบางครั้งยังมีเลี้ยงอาหารกลางวันกันในออฟฟิศ แต่เมื่อไหร่ที่บริษัทเริ่มโตขึ้น พนักงานมากขึ้น สิ่งตอบแทนต่างๆ ที่เคยมีอาจเริ่มหดหายไป แต่อย่าเสียใจไป เพราะเมื่อสิ่งเหล่านี้หายไป แต่บริษัทโตขึ้น สิ่งตอบแทนที่ได้มาอาจเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น เช่น โบนัส หรือประกันสุขภาพ
5.เป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องรับกับความเสี่ยง บริษัทของเหล่าสตาร์ทอัพอาจปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว นั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องเตรียมใจแต่คุณไม่จำเป็นต้องรับความเสี่ยงแบบคนตาบอด เพราะคุณสามารถติดตามข่าวสารความเป็นไปของบริษัทได้ตลอดว่าตอนนี้อยู่ในภาวะเช่นไร







