
‘มิสไซง่อน’ 40 ปี หลังกรุงไซ่ง่อนแตก
“กรุงไซ่ง่อน” ประเทศเวียดนามใต้ ไม่ได้อยู่บนแผนที่โลกอีกแล้ว
โดย...พรเทพ เฮง
“กรุงไซ่ง่อน” ประเทศเวียดนามใต้ ไม่ได้อยู่บนแผนที่โลกอีกแล้ว
40 ปีหลังสิ้นสุดสงครามเวียดนาม คนทั้งโลกรู้จักเพียงเวียดนามเดียว และเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของเวียดนาม คือ “นครโฮจิมินห์” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนชื่ออดีตเมืองหลวงของเวียดนามใต้ และเมืองเก่าแก่ของเวียดนาม มาเป็นชื่อของบิดาแห่งประชาชาติเวียดนามและผู้นำการปฏิวัติคอมมิวนิสต์เวียดนาม
30 เม.ย. ปี 1975 หรือ พ.ศ. 2518 เวลา 07.53 น.เฮลิคอปเตอร์ลำสุดท้ายขนผู้อพยพออกมาจากดาดฟ้าลานจอดของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงไซ่ง่อนเวียดนามใต้ มีคนเวียดนาม 420 คน ถูกทิ้งไว้ในสถานทูต และยังมีฝูงชนที่รวมตัวกันอยู่นอกกำแพงอีกกว่า 1,100 คน ต่างร่ำไห้และกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งประดุจโลกได้แตกยับลงต่อหน้าและชีวิตต้องสิ้นสุดลง...
ภาพจำอมตะของสงครามเวียดนามต้องมีภาพนี้อยู่ด้วยอย่างแน่นอน ขั้นบันไดที่นำไปสู่เฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้าถือเป็นวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และถูกนำไปจัดแสดงอย่างถาวรที่พิพิธภัณฑ์ประธานาธิบดีเจอรัลด์ อาร์ ฟอร์ด ในเมืองแกรนด์แรพิดส์ รัฐมิชิแกน
ได้มีโอกาสเดินทางไปกับวิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อดูละครเพลง (Musical) เรื่อง“มิสไซง่อน” (Miss Saigon) ที่โรงละครเก่าแก่ ปรินต์เอ็ดเวิร์ด เธียเตอร์ เวสต์เอนด์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ชั่วขณะของประวัติศาสตร์ของสงครามร่วมสมัย“ไซ่ง่อนแตกและเที่ยวบินสุดท้ายของเฮลิคอปเตอร์” ได้ถูกนำมาฉายภาพอีกครั้ง ด้วยการลงลึกให้เห็นอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนผ่านการแสดงที่เรียกว่า ดราม่า ได้อย่างถึงเลือดถึงเนื้อ ในองก์ 2 ฉากที่มีชื่อว่า Kim’snightmare (ฝันร้ายของคิม / ไซ่ง่อนแตก 1975)
โลกที่สิ้นสูญไปต่อหน้าต่อตาของผู้คนที่มีหลังพิงกับโลกเสรีประชาธิปไตยแบบอเมริกัน พร้อมกับภาพและเสียงใบพัดและเครื่องยนต์ที่ค่อยๆ เลือนหายไปไกลสุดเกินจะเอื้อมถึงอีกแล้ว
สำหรับละครเรื่องนี้เป็นการนำมาทำใหม่ หรือผลิตซ้ำจากเวอร์ชั่นคลาสสิกในปี 1989 ในวาระครบรอบ 25ปี โดยเปิดการแสดงมาตั้งแต่รอบปฐมทัศน์ พ.ค. 2014ตอนนี้ก็กำลังจะครบรอบ 1 ปีเต็มของการกลับมาในเวอร์ชั่น 2014 และจะแสดงต่อเนื่องไปอีก 1 ปีอย่างแน่นอน เป็นคำยืนยันจากนักแสดงสัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ที่ร่วมแสดงในละครเพลงเรื่องนี้ กิตติพันธุ์กิตติผกาพรหม ที่ผ่านการออดิชั่นอย่างยากเย็นแสนเข็ญ และเป็นคนไทยจริงๆคนแรก (ไม่ใช่ลูกครึ่งไทยที่เกิดหรืออยู่ในต่างประเทศ) ซึ่งได้ร่วมงานกับละครเพลงเวสต์เอนด์ ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในสองของตักศิลาศาสตร์และศิลปะการละครที่ดีที่สุดในโลก ร่วมกับละครเพลงบรอดเวย์(สหรัฐอเมริกา)
โดยตัวของกิตติพันธุ์เองนั้นรับบทเป็นนักแสดงสมทบ (Ensemble)ในหลายๆ บทบาท และเป็นตัวแสดงสำรองของตัวแสดงที่รับทุ่ย ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญลำดับที่ 4 ของละครเพลง“มิสไซง่อน” เขาจบหลักสูตรดุริยางคศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีสมัยนิยมวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลได้ผ่านการคัดเลือกในการบินไปออดิชั่นที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ผ่านการเซ็นสัญญาและฝึกซ้อมในฐานะนักแสดงละครอาชีพคนแรกของไทยในเวสต์เอนด์ และเขาแสดงละครเรื่องนี้ได้ดีเท่าที่โอกาสจะเอื้อหนุนในมาตรฐานของมืออาชีพ เพราะคนดูไม่สามารถเพ่งความสนใจไปที่เขาได้อย่างเต็มที่
“มิสไซง่อน” เป็นโปรดักชั่นของคาเมรอน แมคอินทอช โปรดิวเซอร์ที่โด่งดังระดับโลกจากละครเพลงอย่าง LesMisérables, The Phantom of the Opera,Mary Poppins, Oliver!, Cats กำกับการแสดงโดย ลอว์เรนซ์ คอนเนอร์ ซึ่งทำงานกับ คาเมรอน แมคอินทอช มาหลายต่อหลายเรื่องในละครเพลงยอดนิยม
ดารานำแสดงก็มี เอวา โนเบิลซาดานักแสดงหน้าใหม่จากนอร์ท แคโรไลนาสหรัฐอเมริกา วัยไม่เต็ม 20 ปี มารับบทตัวเอก คิม แต่คนที่เป็นตัวเอกและเป็นกระดูกสันหลังที่เดินเรื่องทั้งหมดคือดิ เอนจิเนียร์ ที่รับบทโดย จอน จอนบริโอเนส นักแสดงอเมริกันที่เกิดและเติบโตจากฟิลิปปินส์ และนักแสดงอื่นๆที่ล้วนเล่นได้ตามมาตรฐานที่ดีเยี่ยม แม้จะมีการเปรียบเทียบจากต้นฉบับดั้งเดิมในปี 1989 ก็ตาม แต่รสชาติของเวอร์ชั่นนี้ก็เข้มข้นและทรงพลังไม่แพ้กัน
สำหรับละครเพลงเรื่องนี้ ในเวอร์ชั่นต้นฉบับถือเป็นตราประทับและสร้างชื่อเสียงให้นักแสดงสาวชาวฟิลิปปินส์เล ซาลองกา ได้แจ้งเกิดให้เป็นนักแสดงมิวสิคัลระดับโลก เปิดประตูให้นักแสดงเอเชียให้เปิดกว้างมากขึ้น
เมื่อละครเพลง “มิสไซง่อน” จบลงนักแสดงต่างออกมายืนโค้งคำนับแสดงความขอบคุณผู้ชม ท่ามกลางเสียงปรบมือและผู้ชมคนไทยที่ไปชมในคืนนั้น บางคนก็ถึงกับโอเวอร์ สแตนดิ้ง ซึ่งเป็นการลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับผู้แสดง เพื่อแสดงความชื่นชมอย่างสูงสุด
แต่สำหรับบางคนละครยังไม่จบเมื่อย้อนกลับไปวันที่ 30 เม.ย. ในความหมายของชาวเวียดนามสมัยใหม่ ถูกเชิดชูยกย่องให้เป็นวันปลดแอก หรือวันรวมประเทศกันอีกครั้งอย่างเป็นทางการ ภายใต้รัฐระบอบคอมมิวนิสต์ และถือเป็นวันหยดุ นักขตั ฤกษ์ในเวยี ดนาม โดยผูท้ ำงานจะได้หยุดควบกับวันที่ 1 พ.ค. ซึ่งเป็นวันแรงงานสากล และจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองทั่วประเทศ
ในอีกซีกโลก ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามในสหรัฐและประเทศอื่นๆ แล้ว สัปดาห์ของวันที่ 30 เม.ย. ถูกเรียกว่าเมษาฯ ทมิฬและถือว่าวันนี้เป็นรำลึกถึงการเสียกรุงไซ่ง่อน โดยมีการตีความในหลายรูปแบบบ้างก็บอกว่าเป็นวันที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการทอดทิ้งของชาวอเมริกัน หรือเป็นวันที่เป็นอนุสรณ์แห่งสงครามและการอพยพครั้งใหญ่ที่ตามมา เป็นต้น
แต่จะว่าอย่างไรก็ตาม การยึดกรุงไซ่ง่อนโดยกองทัพประชาชนเวียดนามในเดือน เม.ย. 2518 เป็นจุดสิ้นสุดของสงครามเวียดนาม และมีการรวมชาติเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ในปีต่อมา สงครามนี้คร่าชีวิตมนุษย์ไปมหาศาลประเมินตัวเลขทหารและพลเรือนชาวเวียดนามที่ถูกสังหารมีตั้งแต่น้อยกว่า 1ล้านคน และอาจมากถึง 3 ล้านคน ชาวกัมพูชาเสียชีวิตราว 2-3 แสนคน ชาวลาวเสียชีวิต 20,000-200,000 คน และทหารชาวอเมริกันเสียชีวิตในสงครามเวียดนามนี้ถึง 58,220 นาย
บาดแผลของสงครามยังฝังแน่นอยู่ในจิตใจของคนทั้งสองชาติ เป็นอุทาหรณ์ให้กับคนทั้งโลก และละครเพลง “มิสไซง่อน” ก็เป็นอีกหนึ่งบันทึกความทรงจำผ่านความบันเทิงร่วมสมัย







