
ยาคือ น้ำหวาน
ถ้าเด็กอายุยังไม่ถึง 4-5 ขวบ ต้องทำใจหน่อยเพราะภูมิต้านทานเขายังไม่ดี อาจป่วยง่าย
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
“ถ้าเด็กอายุยังไม่ถึง 4-5 ขวบ ต้องทำใจหน่อยเพราะภูมิต้านทานเขายังไม่ดี อาจป่วยง่าย เฉลี่ยปีนึงอาจเป็นไข้หวัด เชื้อไวรัสลง ประมาณ 4-5 ครั้ง”
คำอธิบายจากหมอน่าจะจริง ช่วงตั้งแต่ 1 ขวบ จนถึงตอนนี้ลูกผมอายุ 2 ขวบ 5 เดือน มีอาการตามที่หมอว่า
ตลอดขวบปีแรก หนูธันว์ไปหาหมอเกือบ 10 ครั้ง ต้องแอดมิดนอนที่โรงพยาบาล 4 ครั้ง พอเริ่ม 2 ขวบ แอดมิดไปแล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง นอกจากโรคตามฤดูกาล
ผลจากการที่หาหมอจนคุ้นชิน คราใดที่เจ้าตัวน้อยเริ่มไอค็อกแค็ก น้ำมูกไหล พ่อแม่ ตายาย ที่ดูแลอยู่ รู้สูตรรักษาเบื้องต้น ถ้าตัวร้อนจี๋กลางดึก ให้รีบวัดไข้ ถ้าเกิน 40 องศา อาจชักได้ ต้องเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวแรงๆ และกินยาแทมปร้าลดไข้สูงก่อน แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ส่งมือหมอปลอดภัยสุด
ไม่เฉพาะพ่อแม่เท่านั้น การที่เจ้าตัวเล็กคุ้นชินยาหลายตัว ทำให้วันนี้ยังถามถึงยา เพราะคงนึกว่าเป็นน้ำหวานกระมัง!@@#@
ยิ่งเห็นพ่อแม่เตรียมเอายาให้ ก็ท่องชื่อยาได้เลยว่า มี “ไดมีแทป” “แทมปร้า” แถมยังกินยาคล่องแคล่วหมดภายในไม่กี่วินาที พอดูดยาใส่หลอดยื่นให้ปั๊บ เขาดันหลอดเข้าปากปู๊ดๆ เอง จากนั้นใช้หลอดฉีดยาดึงน้ำมากินอีกหลายอึก กลายเป็นของเล่นสนุกปากไป
ในความกังวลกับโรคภัย ก็ยังคลายใจอยู่บ้างที่ลูกคึกคักไม่ดื้อกับการกินยา
มีอย่างเดียว ที่เขาต่อต้าน ร้องไห้ขี้มูกโป่งลั่นบ้าน ก็ตอนเอาน้ำเกลือล้างจมูกให้น้ำมูกออก ผมต้องจับล็อกตัว ส่วนแม่เป็นฝ่ายฉีด เจ้าหนูทั้งดิ้น ทั้งร้อง ก้มน้ำ มือปัดสารพัด กว่าจะสำเร็จเล่นเอาเปียกปอนกันหมดทั้งสามคน
ครั้งหนึ่ง หมอเด็กด้านภูมิแพ้เคยบอกเราว่า ถ้าลูกคุณโดนไวรัสลงปอดติดต่อกันเกิน 3 ครั้งภายในหนึ่งปี อาจเสี่ยงเป็นโรคหอบได้ ตอนนั้นเป็นมาแล้วสองครั้ง พ่อแม่ต่างใจเสีย อุตส่าห์หมดจากโรคนั้น
มาเจอโรคนี้ สุดท้ายไม่ได้มีโอกาสตรวจจากหมอรายนั้นอีก เพราะแกย้ายไปอยู่โรงพยาบาลอื่น
ถึงแม้เจ้าตัวเล็กไม่เป็นโรคร้ายแรงหรือถึงขั้นต้องผ่าตัด แต่เวลาอาการหนักถึงขั้นเสลดลงปอด หมอต้องให้นักกายภาพมาดูดเสลดออก เห็นภาพแล้วน่าสงสารมากเพราะต้องใช้สายยางดูดสอดเข้าไปรูจมูกทะลุไปถึงคอ เขาทั้งร้องกลัวจนสำลักอ้วกออกมา จนผมเกรงว่า ระบบหายใจเขาจะติดขัด จนอาจหยุดนิ่งไป บางโรงพยาบาลถึงกับไม่ยอมให้ผู้ปกครองมาดูตอนดูดเสลดเพราะกลัวพ่อแม่รับไม่ได้
ก่อนหน้านี้ เราถกเถียงกันตลอดว่า การที่ลูกต้องไปหาหมอบ่อยเพราะอะไร เพราะลูกคลอดก่อนกำหนดถึง 2 เดือนหรือ? ไหนผู้เชี่ยวชาญบอกว่า กินนมแม่แล้วดีกว่านมผง นมวัว ช่วยให้ลูกแข็งแรง
เติบโตเร็ว สร้างภูมิต้านทานได้ดี แต่เจ้าตัวเล็กดูดนมแม่มานานถึงขวบเศษ ก็ยังเป็นโน้นนี่นั่น
แต่สุดท้ายพอได้ถามพยาบาล เห็นเพื่อนฝูงที่มีลูกป่วยเป็นไข้เหมือนกัน ไม่ว่าโรคตามฤดูกาล “มือ เท้า ปาก” “ไวรัสอาร์เอสวี” ก็รู้ว่ามันเป็นความเสี่ยงพื้นฐานอยู่แล้วของเด็กทุกคนที่อาจต้องเจอ โดยเฉพาะคนในครอบครัวถ้านำเชื้อมาติด หรือถ้าเจอละอองฝน พ่อแม่พาไปห้างสรรพสินค้า พาไปดูงานกิจกรรมต่างๆ ที่คนหนาแน่น ก็ต้องรับความเสี่ยงนั้นเอง
ลูกเป็นอะไรมันถึงหัวใจพ่อแม่ทุกคน เพราะตัวเขาก็คือ ชีวิตเรานั่นเอง...







