posttoday
เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม

10 พฤษภาคม 2558

ไม่มีใครรู้ว่า วันที่ 25 เม.ย. เมื่อ 80 ปีที่แล้ว ประเทศเนปาลเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่คร่าชีวิตคนไปนับพัน

โดย...นกขุนทอง

ไม่มีใครรู้ว่า วันที่ 25 เม.ย. เมื่อ 80 ปีที่แล้ว ประเทศเนปาลเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่คร่าชีวิตคนไปนับพัน เช่นเดียวกับปีนี้ ในวันเดียวกัน...

หลังจากที่ล้อเครื่องบินเนปาลแอร์ไลน์แตะผืนแผ่นดิน ในเวลา 01.00 น. คนไทยทั้ง 34 คน ก็ได้เข้าพักในกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล โดยไม่รู้ชะตากรรมว่า รุ่งเช้าจะเจอกับอะไร

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม

 

25 เม.ย.นาทีชีวิต

“ภัทรานิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์” เป็นหนึ่งในคนไทยที่ตื่นเช้ามาในวันที่ 25 เม.ย. 2558 ได้ออกไปสัมผัสเมืองชมวิถีชีวิต สถาปัตยกรรมของบ้านเรือน โบราณสถาน เธอตื่นตาตื่นใจเพราะมาที่นี่เป็นครั้งแรก แม้ว่าเธอจะเป็นเอเยนต์ทัวร์ เจ้าของบริษัท มินมันตรา ทราเวล ใช้ชีวิตเดินทางบ่อยมาก ทว่ายิ่งได้สัมผัสยิ่งหลงรักในเสน่ห์ของกาฐมาณฑุ

เพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมงในตอนเช้า ภัทรานิษฐ์ถ่ายรูปกับสถานที่ต่างๆ ไว้มากพอดู เบื้องหลังเธอในภาพล้วนเป็นโบราณสถานที่งดงามที่นักท่องเที่ยวต่างชาติข้ามน้ำข้ามทะเลมาชม แต่ใครเล่าจะรู้ว่าภาพเบื้องหลัง อย่าง “วัดมาจู เดวัล” ในวันนี้จะเหลือให้ดูเพียงในภาพถ่าย เพราะมันได้พังพินาศไปด้วยแรงสั่นสะเทือนของของแผ่นดินไหว 7.9 แมกนิจูด

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม สถานที่เบื้องหลังเหลือแค่ภาพถ่าย

 

คนไทย 34 คน ในทริปนั้นเป็นเอเยนต์บริษัทท่องเที่ยว รวมตัวกันเพื่อไปสำรวจเส้นทางการท่องเที่ยวในกรุงกาฐมาณฑุ มีกำหนดการกลับไฟลต์บ่ายของวันที่ 27 เม.ย. ในช่วงเช้าวันแรกพวกเขาเดินทางไปยัง “สถูปสวะยัมภูนาถ” หรือวัดลิง เป็นเจดีย์ของชาวพุทธ มีสัญลักษณ์ที่จดจำไปทั่วโลก คือ ตรงฐานของสถูปมีดวงตาเห็นธรรมของพระพุทธเจ้าอยู่โดยรอบทั้ง 4 ด้าน ตั้งอยู่บนเนินเขา มองลงมาจากด้านบนจะเห็นวิวบ้านเมืองและหุบเขาของกาฐมาณฑุแบบพาโนรามา

บนชั้น 2 ก่อนถึงยอดเขาที่ตั้งของสถูปสวะยัมภูนาถมีร้านค้าหลายร้าน และนักท่องเที่ยวมักใช้เวลาพักเดินเล่น ถ่ายรูป ช็อปปิ้งจุดนี้นานที่สุดหลังจากขึ้นไปนมัสการสถูปสวะยัมภูนาถแล้ว ภัทรานิษฐ์ก็เช่นกันเธอเจอของที่ถูกใจ คือ องค์ตาลาสีทอง (พระโพธิสัตว์) แต่เงินไม่มีติดตัวจึงรีบเดินลงมาเอาที่รถ เพียงเหยียบบันไดขั้นสุดท้ายก่อนถึงลานจอดรถ ก็ได้ยินเสียงโครมดังก้อง โครมดังครั้งที่สองเธอใจหายวาบ “แผ่นดินไหว” ผุดขึ้นมาในความคิด ก่อนที่จะได้ยินเสียงโครมที่สามดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องอีกหลายเสียง พร้อมแผ่นดินสั่นสะเทือน 

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม สถูปสวะยัมภูนาถ

 

“ตอนนั้นสิบเอ็ดโมงห้าสิบหกนาที เราเดินลงมาแต่เพื่อนยังกระจายอยู่บนยอดเขา ตอนนั้นมีเพื่อนร่วมทริปเป็นผู้ชายอยู่คนหนึ่ง เสียงโครมดังมาก เพื่อนยังบอกว่าเหมือนครื่องบินชนภูเขา จากประสบการณ์ที่เคยเจอแผ่นดินไหวที่อินเดีย แต่ตอนนั้นแค่ 4 แมกนิจูด เสียงจะมาก่อน ในใจเราคิดแผ่นดินไหวแน่รีบมองหาที่โล่ง พอโครมที่สามแผ่นดินเริ่มสั่นแล้ว เราสองคนมายืนอยู่ที่ลานโล่ง (ยังอยู่บนบริเวณเนินเขา) เราเลือกที่จะยืนอยู่นิ่งๆ หันหน้าไปทางยอดเขา จับมือกันไว้แน่น เราไม่วิ่งเพราะเขาเป็นเนินลาดลงมา ถ้าเราวิ่งหันหลังลงไปไม่รู้ว่าอะไรจะหักหล่นมาใส่หรือเปล่า รถจะไหลมาทับไหม เราเลือกยืนอยู่กับที่ มองขึ้นไปถ้าอะไรไหลลงมาหลบได้ทัน”

จากทำเลที่เลือกหลบภัย ทำให้ภัทรานิษฐ์มองเห็นภาพเบื้องบนของเนินเขาที่ตั้งสถูปสวะยัมภูนาถได้อย่างแจ่มชัด แล้วภาพนั้นยังคงติดตา สร้างความรวดร้าว ความรู้สึกกลัววิ่งจับหัวใจรุนแรงพอๆ กับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดิน

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม

 

“เพื่อนที่อยู่ข้างบนเขาเห็นแค่ภาพตรงหน้า แต่เราเห็นภาพบนเขาทั้งหมด เห็นยอดสถูปเล็กหักลงมา เห็นตรงร้านค้าถล่มลงมา ตรงนั้นหินหล่นลงมา เหมือนภาพในหนังที่เรายืนดูแต่มันเป็นเรื่องจริง เห็นคนพยุงกันมาหัวแตก เห็นคนแบกกันลงมาเลือดอาบ เสียงคนร้องดังไปหมด ตรงชั้นสองคนเยอะมาก ร้านค้า สถูปเล็กๆ พังหมด มีคนตายคนบาดเจ็บ  1 นาทีเองที่มองเห็นสถูปพังแล้วฝุ่นแดงฟุ้งท่วมยอดเขาไปหมด เราเพิ่งจากจุดนั้นมาไม่ถึง 20 นาทีเอง”

เวลา 3 นาที ที่แผ่นดินไหว แต่เธอรู้สึกราวกับมันยาวนานเหลือเกิน แข้งขาแทบจะยืนต่อกรกับแรงสั่นสะเทือนไว้ไม่ไหว ในห้วงนาทีนั้นเธอตั้งจิตภาวนา

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม

 

“รู้สึกได้เลยว่าจิตเราตอนนั้นไปอยู่ใต้ต้นโพธิ์ เพราะตั้งแต่ทำทัวร์มา เนื้องานส่วนใหญ่คือพาลูกทัวร์ไปปฏิบัติธรรมที่พุทธคยา ภาพตัวเองนั่งสมาธิใต้ต้นโพธิ์ผุดขึ้นในหัว ก็เลยตั้งจิตภาวนาว่า ถ้าลูกตายขอให้ได้ไปอยู่กับพระพุทธเจ้า แต่ถ้าลูกรอดตายลูกจะทำความดีให้มากขึ้นอีก”

อาฟเตอร์ช็อก เขย่าขวัญ

หลังแผ่นดินสงบเพื่อนร่วมทริปทยอยมาสมทบกันที่ลานจอดรถทีละคน นับเป็นความโชคดียิ่งที่ทั้งหมด 34 คน ปลอดภัยไร้การบาดเจ็บ ทั้งหมดขึ้นรถบัสลงมาข้างล่าง ตลอดทางตรงวิ่งขึ้นลงรถบัสเป็นระยะตามแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการอาฟเตอร์ช็อก จนมาถึงกลางทางได้เจอค่ายทหาร มีสนามหญ้าซึ่งมีประชาชนใช้เป็นที่หลบภัย ทั้งหมดตัดสินใจลงไป ภัทรานิษฐ์มองหาที่ว่างพอหย่อนตัวลงนั่งขัดสมาธิเพื่อสวดมนต์แผ่เมตตาให้คนบนเขา 

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม วิวด้านบนจากสถูปสวะยัมภูนาถ

 

“ระหว่างที่นั่งรถลงมามีอาฟเตอร์ช็อกความถี่ประมาณ 10-20 นาที สั่นทีรถก็หยุด วิ่งต่อไปไม่ได้ เราก็รีบลงจากรถกลัวรถพลิกคว่ำ นั่งรถมาก็เห็นภาพบ้านเรือนถล่มเห็นคนตาย คนบาดเจ็บ เห็นเสาปูนทับคน นั่งสวดมนต์ประมาณครึ่งชั่วโมง แผ่เมตตาให้คนบนเขา ไม่แน่ใจว่าเขาจะรอดไหม เพราะเราเห็นบ้านพัง เห็นทหารใช้มือโกยหินออกมา”

หลังจากนั้น ทั้งคณะได้ปรึกษากันจากจุดหมายเดิมที่จะไปพักแรมที่เทือกเขานาการ์กอต เมืองที่ชมทัศนียภาพของเทือกเขาหิมาลัยและยอดเขาเอเวอเรสต์ได้อย่างงดงาม เมื่อเกิดภัยพิบัติทั้งหมดตัดสินใจจะกลับเมืองไทย ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีที่กระเป๋าเดินทางอยู่บนรถ ทุกคนจึงจัดเตรียมย้ายน้ำขนมทุกอย่างที่เป็นเสบียงพกมาจากเมืองไทยออกมาใส่ในกระเป๋าสะพายที่ติดตัว และนั่งรถมุ่งหน้าไปสนามบิน

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม

 

“ภาพแรกที่เห็นคนล้นออกมาจากสนามบินยาวเป็น 2-3 กม. เราเข้าไปไม่ได้แน่ๆ โชคดีที่เรายังมีรถ มีไกด์ท้องถิ่น ทั้งๆ ที่บ้านเขาก็พังแต่เขาไม่ทิ้งเราเลย เราโทรไปสถานทูตไทยในเนปาล สัญญาณก็ไม่ดี คนรับสายทางนั้นบอกว่าสถานทูตเองก็ได้รับความเสียหาย เราอยากบอกให้เขารู้ว่ามีคนไทยอีก 34 คน ตกค้างอยู่ตรงนี้ แต่ไม่รู้ว่าเขารู้หรือเปล่า เรากลับมาในเมือง ตลอดทางมีรถคว่ำจอดขวาง ถนนบางแห่งก็ร้าว เราก็ยังวิ่งขึ้นลงรถอยู่ตลอดเวลามีอาฟเตอร์ช็อก”

เมื่อการติดต่อสถานทูตล้มเหลว ทั้งหมดตระเวนหาโรงแรมที่ยังพอพักได้ โชคดีเจอโรงแรมชื่อ หิมาลายา ถึงแม้ไม่สามารถเข้าพักได้ แต่ล็อบบี้ยังพอให้อาศัยหลับนอนได้ มีห้องน้ำให้ปลดทุกข์เบา แม้ว่าสายตาจะเจอกับรอยร้าวแต่ก็ต้องเสี่ยง

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม ชมเมืองกาฐมาณฑุเช้าวันเกิดเหตุ

 

“อากาศตอนกลางวันประมาณ 25 องศา กลางคืนสิบกว่าๆ คณะเรานอนที่ล็อบบี้โรงแรม บนรถ สนามหญ้าหน้าโรงแรม พออาฟเตอร์ช็อกทีก็ตื่นวิ่งกันมารวมที่สนามหญ้าและนอนข้างถนน ประมาณเที่ยงคืนก็มีฝนตก อากาศหนาวเรามีเพียงผ้าคลุมใช้ห่ม ห้องน้ำก็ล็อกประตูไม่ได้เพราะประตูทรุด เราสังเกตว่าอาฟเตอร์ช็อกทีรอยร้าวก็เยอะขึ้น อีกหน่อยก็คงอยู่ในอาคารไม่ได้แล้ว ทางรัฐบาลเขาก็ประกาศให้ทุกคนออกมานอกตัวอาคาร และจะมีอาฟเตอร์ช็อกมาอีกรอบซึ่งแรง เราก็นอนอย่างหวาดระแวงไม่รู้จะมาตอนไหน”

26 เม.ย.ยังมีหวัง

พอวันรุ่งขึ้น ภัทรานิษฐ์ยังใช้ชีวิตไปพร้อมกับแรงอาฟเตอร์ช็อก สนามหญ้าหน้าโรงแรมมีคนเพิ่มขึ้น ในเวลาประมาณ 13.00 น. ก็เกิดอาฟเตอร์ช็อกความแรง 6.7 แมกนิจูด รอยร้าวในโรงแรมขยายขึ้นไม่สามารถอยู่ได้ รวมถึงอาคารอื่นๆ ก็ไม่มีความปลอดภัยแล้ว

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม สภาพแออัดในสนามบิน

 

ระหว่างวันเธอเห็นภาพคนนอนริมถนนในจุดที่โล่งเป็นจุดๆ ตามแต่รัฐบาลจัดสรรให้ประชาชนรวมกัน ซากปรักหักพังของบ้านเรือน คนตายใต้อิฐ คนนอนบาดเจ็บเป็นระนาว ช่างเป็นภาพที่ชวนหดหู่ ในขณะที่พวกเธอเองยังมีความหวังว่า อีกเพียงหนึ่งวันก็จะได้นั่งเครื่องบินกลับบ้านแล้ว แม้ตอนนั้นจะไม่ได้อาบน้ำแปรงฟัน มีขนมกินเพียงแค่ยาไส้ก็ตาม

พวกเธอตัดสินใจไปขอความช่วยหลือที่สถานทูตอีกครั้ง โดยครั้งนี้นั่งรถไปถึงสถานที่ ที่นั่นได้ข้าวกิน ได้เข้าห้องน้ำ แต่ไม่ได้อาบน้ำเพราะไม่มีน้ำเพียงพอ นอนกันบนพื้นในตัวอาคารไม่มีผ้าห่มเท่านั้นสำหรับคนไทยที่เจอวิบากกรรมในต่างแดน ยังมีอาฟเตอร์ช็อกแต่ไม่รุนแรงสร้างความหวาดเสียวเท่าที่นอนเมื่อคืนก่อน พรุ่งนี้เธอก็จะได้กลับบ้านแล้ว...

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม

 

27 เม.ย.ไม่รู้ชะตากรรม

บริเวณสถานทูตมีร้านค้า เธอพร้อมคณะได้ซื้อเสบียงตุนไว้ มีบิสกิต มีไข่ต้ม น้ำคนละสองขวด แล้วออกเดินทางไปสนามบิน ถึงประมาณ 11.00 น. อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้เวลากลับบ้าน

“วันนี้คนไม่เยอะเท่าวันแรก แต่ก็แน่นไปหมด ตอนเราเช็กอินทำบอร์ดดิ้งพาส เห็นคนกลุ่มหนึ่งประมาณ 40 คน คล้ายคนอินเดียนอนอยู่บนพื้นไม่มีแรง เจ้าหน้าที่บอกว่า รอเครื่องบินมา 2 วันแล้ว ไม่มีเครื่องบินมารับ อดข้าวอดน้ำ เราก็เลยเอาเสบียงที่ตุนมาให้หมดเลย ทีนี้เพื่อนๆ พอเห็นเราให้ก็ให้กันเกือบหมดคณะ เพราะเราจะได้กลับบ้านแล้วมันไม่จำเป็นสำหรับเรา แต่จำเป็นสำหรับเขา”

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม กลับบ้านด้วยเครื่องบิน c103

 

แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปดังใจหวัง แม้จะมีตั๋วเครื่องบิน แต่เมื่อสายการบินประกาศยกเลิก เธอเหมือนโดนขว้างไปในอากาศ แต่ไม่ย่อท้อพยายามทำทุกทางให้ได้ “กลับบ้าน” แต่โชคชะตาก็มักเล่นตลก

“เราเข้าไปถึงข้างในหน้าเกตแล้ว เพราะเวลาเกิดอาฟเตอร์ช็อกจะได้วิ่งไปลานจอดเครื่องบินได้ เพราะสนามบินก็มีรอยร้าวเหมือนกัน แต่พอบ่ายโมงครึ่งสายการบินประกาศแคนเซิล ตอนนั้นเราไม่ได้กินข้าว เสบียงที่ตุนมาก็ไม่มี เราไม่รู้ว่าเราจะติดในสนามบิน มีร้านค้าร้านเดียวทุกคนแย่งกันซื้อ แล้วเขาขายจำกัดต่อคน พวกเรากดดันเจ้าหน้าที่ให้โอนเราไปขึ้นเครื่องทีจี (สายการบินไทย) เราติดต่อผู้จัดการทีจีสนามบินกาฐมาณฑุ น่าจะประมาณทุ่มเราก็เห็นเขาคีย์โอนเอกสารกันจริง เขาทำอยู่ 15 นาที แต่ยังไม่ออกบอร์ดดิ้งพาสให้ ทุกคนยังถือตั๋วเนปาลแอร์ไลน์อยู่ ที่นั่งก็ไม่มี คนแน่นมาก พอ 2 ทุ่มก็ประกาศว่าสายการบินทีจีเครื่องลงที่กาฐมาณฑุไม่ได้ คนที่ถือตั๋วทีจีมีคนพาออกไปข้างนอก แต่พวกเราเดินออกไม่ได้เพราะไม่มีบอร์ดิ้งพาสทีจี เราติดอยู่ในสนามบิน”

เนปาลแผ่นดินไหว นาทีที่ไม่ลืม

 

คืนนี้นอนที่สนามบิน “เก้าอี้เต็มหมด เหลือพื้นก็ต้องนอน ห้องน้ำสกปรกก็หลับหูหลับตาเข้า นอนที่สนามบินไม่ได้กินอะไรเลย ยังมีอาฟเตอร์ช็อกเรื่อยๆ ตอนนั้นกลัวมาก เพราะเห็นเสาร้าว ในห้องน้ำก็มีรอยร้าวเยอะ แล้วเรามาอยู่โซนด้านในคนเต็มไปหมด ถ้าวิ่งก็เหยียบกันตาย เราไม่มีทางเลือก ได้แต่คิดว่าตายก็ตาย”

 3 วันในกาฐมาณฑุ เธอไม่ได้อาบน้ำแปรงฟัน อาหารถึงท้องมีบางมื้อกระจ้อยร่อย แต่ร่างกายยังทนไหว (หรือแสดงอาการแล้วแต่ไม่รู้ตัว)

“หลังจากที่ไม่ได้ออกจากสนามบิน เราประชุมกันเลยว่า ถึงพรุ่งนี้เครื่องทีจีมา เราก็ไม่ได้กลับเพราะไม่มีบอร์ดดิ้งพาส เราหมือนถูกลอยแพ ตอนนั้นคิดว่าทุกคนต้องช่วยกันโพสต์ผ่านโซเชียล กระจายกันลง ให้ทางเมืองไทยรู้ว่ามีคนไทยตกค้างอยู่”

ในคณะของภัทรานิษฐ์ไม่ตกเป็นข่าวในการติดตามคนหาย เพราะหลังเหตุการณ์ในวันแรก ทุกคนต่างส่งข่าวกลับไปที่บ้านว่าปลอดภัย ก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์จะสื่อสารได้บ้างไม่ได้บ้าง

“โชคดีที่ใช้งานเฟซบุ๊กได้ แล้วมีเพื่อนพันกว่าคน ทำงานหลากหลาย มีทั้งทหาร ผู้ใหญ่หลายคนที่เป็นลูกค้าทัวร์ของเรา ก็แชร์ข้อความต่อๆ กันไป ในขณะนั้นก็มีเพื่อนที่พี่เป็นทหารอากาศ (ทอ.) จนในที่สุดเราสามารถติดต่อกับ ทอ.ได้ เขาให้ส่งรายชื่อคนไทยที่ตกค้างไป ได้รับการประสานงานว่าวันที่ 28 จะมีเครื่องบินของทหารอากาศ c310 ขนของมาช่วยชาวเนปาล เขาคอนเฟิร์มจะรับเรากลับด้วยเลย ทุกอย่างเราติดต่อกันเองหมด ช่วยกันจนมี ทอ.มาช่วย”

28 เม.ย.กลับบ้าน

นาทีที่เธอเห็นธงชาติไทยบนเครื่องบิน ทอ.น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ในใจกึกก้องด้วยคำว่า “เรารอดตายๆๆ”

มีเจ้าหน้าที่พาไปขึ้นเครื่อง ยังต้องรออีก 2 ชม. เพราะรันเวย์แน่นมาก กำหนดการถึงเมืองไทยตีสาม (29 เม.ย.) “แค่ได้นั่งรอในครื่องเราก็ดีใจมาก เราได้กลับบ้านแน่ ได้อยุู่ในอ้อมกอดของทหารอากาศเรารู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ได้กินข้าวกล่องมื้อแรก เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก”

เมื่อเครื่องบินลงจอดที่แผ่นดินไทย คงไม่ต้องบอกว่าเธอมีความรู้สึกดีใจมากมายเพียงใด เพราะเพิ่งผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมา หากแต่รุ่งขึ้นวันที่ 29 เม.ย. วันแรกที่เมืองไทย แทนที่จะได้นอนหลับสบายบนเตียงนอนที่บ้าน ภัทรานิษฐ์กลับต้องนอนที่โรงพยาบาลแทน เพราะร่างกายอ่อนเพลีย

รอดตาย! แต่ลืมไม่ลง

ภัทรานิษฐ์บอกว่า 4 วันที่อยู่เนปาล ภาพที่เห็นเป็นภาพหลอนสะเทือนใจไปตลอดชีวิต ถึงวันนี้สภาพจิตใจก็ยังไม่คืนกลับมา 100 เปอร์เซ็นต์

“เราเห็นภาพเจดีย์ถล่มต่อหน้าต่อตา เห็นคนเจ็บเลือดท่วม เห็นซากบ้านเรือน มีที่ที่เราไปแต่ตอนนี้มันไม่มีแล้ว เวลาแป๊ปเดียวมันเป็นซากอิฐ มีคนโดนทับ ภาพนั้นอยู่ในหัวเรา ไม่ได้กลัวแผ่นดินไหว แต่กลับมาวันแรกๆ ได้ยินเสียงโครมจะเผลอตัววิ่งตลอด เพราะเราอยู่ที่นั้นวิ่งตลอด”

จากเหตุการณ์นี้เธอได้บทเรียนสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ ว่า “ในการเดินทางเราไม่ได้ทำประกันครอบคลุมถึงภัยพิบัติ การเลือกสายการบินถ้าเราเห็นแก่ราคาถูกพอเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเขายกเลิกทิ้งเราเลย เวลาการเดินทางเราต้องคำนึงถึงสิ่งจำเป็นมากกว่าทุกครั้ง เช่นเครื่องมืออุปกรณ์การสื่อสาร เราก็เป็นนะเดินทางไม่อยากติดต่อใคร บางคนประหยัดล็อกโรมมิ่งไว้ แต่พอเกิดเหตุฉุกเฉินก็ติดต่อใครไม่ได้ ควรใช้วิธีปิดเครื่องหรือถอดซิมพอปิดเครื่อง เครื่องจะออโต้ว่าอยู่เมืองนี้มีโปรโมชั่นนี้จะใช้ไหม ตรงนี้ช่วยได้เยอะ โชคดีที่ใช้ซิมของเนปาลเลยติดต่อได้ และผู้หญิงควรเตรียมผ้าคลุมในกระเป๋าตลอด อย่างน้อยๆ เวลาเราไม่มีห้องน้ำ กลางแจ้งมันช่วยชีวิตเราได้มาก ทำมาแล้ว ใช้ห่มหรือปูนอนก็ได้”

ท้ายสุด ภัทรานิษฐ์ได้ข้อคิดว่า “ชีวิตที่เหลือจากการรอดครั้งนี้ เรากลับมาเพื่อทำความดีให้มากกว่าเดิม ที่ผ่านมาเราก็ทำดีนะ แต่เราคิดว่าเราต้องทำดีมากกว่าเดิมอีก และเงินที่เก็บมาควรจะใช้ได้แล้ว เมื่อก่อนมีมุมมองเราจะอยู่จนแก่ พอเกิดแบบนี้เราอาจไม่แก่ก็ได้ ที่อยู่เนปาลก็นั่งเขียนพินัยกรรมส่งไลน์มาให้เพื่อน พอมาถึงเมืองไทยก็ไปทำจริงๆ ให้เรียบร้อย เพราะเวลาไม่ได้บอกว่าจะหมดเมื่อไหร่”

เราจะรู้คุณค่าของลมหายใจหรือการมีชีวิตก็ต่อเมื่อเราอยู่ใกล้ความตายที่สุด หรือเมื่อได้ผ่านเหตุการณ์นาทีชีวิตมาแล้ว เพราะความทรงจำที่เลวร้ายจะเตือนให้เราใช้ชีวิตทุกวินาทีที่เหลือให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท