
อินทรีเหล็กถลกหนังสิงโต4-1
“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ไล่ถล่ม “สิงโตคำราม” อังกฤษ 4-1 ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ไล่ถล่ม “สิงโตคำราม” อังกฤษ 4-1 ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
เกมคู่บิ๊กแมตช์ของศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เยอรมนี ดวลแข้งกับ อังกฤษ ที่ฟรี สเตเต สเตเดียม โดยทีมอินทรีเหล็กได้ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และ เจโรม บัวเต็ง หายเจ็บทันเวลาลงช่วยทีม ส่วนทีมสิงโตคำรามใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากนัดที่ชนะสโลวีเนีย
เยอรมนีเริ่มเกมได้อย่างน่ากลัว โดยนาทีที่ 5 ชไวน์สไตเกอร์ กระดกบอลให้ เมซุต โอซิล ได้หลุดเข้าไปซัดในเขตโทษ แต่ยังติดเซฟ เดวิด เจมส์ นายด่านอังกฤษ
เกมดำเนินมาถึงนาที 20 แฟนบอลอินทรีเหล็กได้เฮกันลั่นสนาม เมื่อ มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูเยอรมนี เตะเปิดเกมขึ้นมา บอลยาวมาถึงหน้าเขตโทษอังกฤษ มิโรสลาฟ โคลเซวิ่งเบียดแซงแมทธิว อัพสัน เข้าเขตโทษ ก่อนจิ้มบอลผ่านตัว เจมส์ เข้าประตูให้เยอรมนีออกนำ 1-0
เยอรมนีเกือบได้อีกในนาทีที่ 31 มุลเลอร์จ่ายให้โคลเซหลุดไปซัดในเขตโทษ แต่ยิงไปตัดเซฟ เจมส์ อีกครั้ง แต่หลังจากนั้น 2 นาที ทีมอินทรีเหล็กก็นำห่างเป็น 2-0 ได้สำเร็จ จากการประสานงานอันยอดเยี่ยม โคลเซ ดีดบอลจากฝั่งขวาให้ มุลเลอร์ หลุดเข้าเขตโทษ ก่อนจ่ายเข้ากลางให้ โพโดลสกี ซัดลอดหว่างขาเป็นประตู
หลังโดนไป 2 เม็ด อังกฤษโหมบุกหนักเอาคืนจนมาตีไข่แตกได้ในนาทีที่ 37 จากลูกฟรีคิกทางฝั่งขวา สตีเวน เจอร์ราร์ด เปิดเข้าเขตโทษ นอยเออร์ออกมาไม่ถึงบอล ทำให้ อัพสัน ได้เทกตัวโขกตุงตาข่ายไล่มาเป็น 1-2
ถัดมาอีก 2 นาที ทีมสิงโตคำรามชวดได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย เมื่อ แฟรงก์ แลมพาร์ด ได้จังหวะยิงหน้ากรอบเขตโทษ บอลลอยข้ามหัว นอยเออร์ เช็ดคานตกลงพื้นข้ามเส้นไปแล้วก่อนกระดอนออกมา แต่ไลน์แมนมองไม่ทันจึงไม่ได้ยกธงเป็นสัญญาณแจ้งผู้ตัดสินว่าลูกเข้าประตู ทำให้จบ 45 นาทีแรก อังกฤษตามเยอรมนี 1-2
กลับมาลงสนามครึ่งหลัง อังกฤษเดินเกมรุกเข้าใส่ทันทีและเกือบได้ในนาที 50 จากลูกฟรีคิกระยะกว่า 35 หลา แลมพาร์ดตะบันเต็มข้อบอลพุ่งชนคานออกไป
จนกระทั่งนาทีที่ 67 ทีมอินทรีเหล็กก็มาได้ประตูนำห่างเป็น 3-1 จากจังหวะโต้กลับ มุลเลอร์ ลากเดี่ยวขึ้นมาหน้าเขตโทษก่อนจ่ายออกทางขวาให้ มุลเลอร์ เติมขึ้นมา ซัดแสกหน้า เจมส์ บอลพุ่งตุงตาข่าย
จากนั้นอีก 3 นาที เยอรมนีนำโด่งเป็น 4-1 จากจังหวะโต้กลับอีกครั้ง โอซิล ลากบอลขึ้นมาบริเวณริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ มุลเลอร์ เข้าชาร์จเป็นประตู
ช่วงท้ายเกมอังกฤษพยายามเดินเกมบุกหมายไล่ตามขึ้นมาให้ได้มากที่สุด แต่ไม่สามารถเจาะเกมรับอันเหนียวแน่นของเยอรมนีได้ จบเกมทีมอินทรีเหล็กชนะ 4-1 เขี่ยทีมสิงโตคำรามตกรอบ
รายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีม
เยอรมนี : มานูเอล นอยเออร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, อาร์เน ฟรีดริช, เพอร์ แมร์เตซัคเกอร์, เจโรม บัวเต็ง, ซามี เคดิรา, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, โธมัส มุลเลอร์ (ปิโอเตอร์ ทรอชอฟสกี น.72), เมซุต โอซิล (สเตฟาน คีสลิง น.83), ลูคัส โพโดลสกี, มิโรสลาฟ โคลเซ (มาริโอ โกเมซ น.72)
อังกฤษ : เดวิด เจมส์, เกล็น จอห์นสัน (ชอน ไรท์ ฟิลลิปส์ น.87), แมทธิว อัพสัน, จอห์น เทอร์รี, แอชลีย์ โคล, เจมส์ มิลเนอร์ (โจ โคล น.64), แฟรงก์ แลมพาร์ด, แกเรธ แบร์รี, สตีเวน เจอร์ราร์ด, เจอร์เมน เดโฟ (เอมิล เฮสกี น.71), เวย์น รูนีย์
ผู้ตัดสิน : ฮอร์เก ลาร์ริออนดา (อุรุกวัย)







