
บริจาคช่วยเนปาล ได้ลดหย่อนภาษี?
คนไทยไม่เคยแล้งน้ำใจยังคงเป็นความจริงที่พิสูจน์ได้เสมอ แม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศจะย่ำแย่จนแบงก์ชาติต้องลดดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้งติดต่อกันจาก 2% เหลือ 1.5% และภาครัฐเองก็พยายามหามาตรการต่างๆ มากระตุ้นอีกมาก มาย แต่เมื่อมีข่าวเพื่อนมนุษย์ชาวเนปาลได้ประสบกับภัยแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา (ล่าสุดขณะที่เขียนบทความนี้ 30 เม.ย. ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 5,238 ราย และบาดเจ็บ 10,350 คน) คนไทยแทบทุกคนพร้อมใจกันบริจาคเงิน ทำกิจกรรม ช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่ทำได้ มีเงินมากก็บริจาคมาก มีเงินน้อยก็บริจาคน้อย ไม่มีเงินก็ออกแรง เพียงหวังเป็นน้ำใจที่จะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ยากของเพื่อนชาวเนปาลแต่ก็มีคนไทยบางกลุ่มเหมือนกันที่ไม่รู้ใจทำด้วยอะไร นอกจากไม่ช่วยเหลือ กลับหลอกลวงเงินของผู้มีน้ำใจไปเป็นสมบัติส่วนตัว อย่างเช่น การโกงหน้าเว็บเพื่อการรับบริจาคเงิน เป็นต้น
คนไทยไม่เคยแล้งน้ำใจยังคงเป็นความจริงที่พิสูจน์ได้เสมอ แม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศจะย่ำแย่จนแบงก์ชาติต้องลดดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้งติดต่อกันจาก 2% เหลือ 1.5% และภาครัฐเองก็พยายามหามาตรการต่างๆ มากระตุ้นอีกมาก มาย แต่เมื่อมีข่าวเพื่อนมนุษย์ชาวเนปาลได้ประสบกับภัยแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา (ล่าสุดขณะที่เขียนบทความนี้ 30 เม.ย. ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 5,238 ราย และ
บาดเจ็บ 10,350 คน) คนไทยแทบทุกคนพร้อมใจกันบริจาคเงิน ทำกิจกรรม ช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่ทำได้ มีเงินมากก็บริจาคมาก มีเงินน้อยก็บริจาคน้อย ไม่มีเงินก็ออกแรง เพียงหวังเป็นน้ำใจที่จะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ยากของเพื่อนชาวเนปาลแต่ก็มีคนไทยบางกลุ่มเหมือนกันที่ไม่รู้ใจทำด้วยอะไร นอกจากไม่ช่วยเหลือ กลับหลอกลวงเงินของผู้มีน้ำใจไปเป็นสมบัติส่วนตัว อย่างเช่น การโกงหน้าเว็บเพื่อการรับบริจาคเงิน เป็นต้น
ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เงินหรือทรัพย์สินที่เราบริจาคนั้นไปถึงมือของเพื่อนชาวเนปาลแน่ๆ ผมก็ขอแนะนำให้พวกเราบริจาคด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยของหน่วยงานราชการที่เปิดรับบริจาคเป็นการเฉพาะ เช่น บัญชี “หัวใจไทยส่งไปเนปาล” ธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล ของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หมายเลขบัญชี 067-0-10330-6 เป็นต้น หรือผ่านบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น เช่น สถานีโทรทัศน์ หรือมูลนิธิของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น ที่ระบุชัดเจนว่าจะนำเงินและทรัพย์สินที่ได้รับบริจาคทั้งจำนวนนั้นไปบริจาคให้แก่หน่วยงานของส่วนราชการไทยเท่านั้น เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นต้น
ซึ่งนอกจากเราจะสบายใจได้ว่า เงินของเราถึงมือเพื่อนชาวเนปาลแน่ๆ กรมสรรพากรก็ยังกำหนดให้การบริจาคเพื่อช่วยเหลือชาวเนปาลที่เข้าบัญชีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยของหน่วยงานราชการที่เปิดรับบริจาคเป็นการเฉพาะดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ไม่ว่าจะบริจาคโดยตรงหรือผ่านนิติบุคคลอื่นทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถนำยอดเงินบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.ผู้บริจาคที่เป็นบุคคลธรรมดา สามารถนำเงินบริจาคไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีได้ตามจริง (รวมกับเงินบริจาคอื่นๆ ด้วย) แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว โดยใช้หนังสือสำคัญการรับเงินบริจาคที่ส่วนราชการหรือนิติบุคคลที่เป็นตัวแทนรับบริจาคออกให้ หรือใบโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารหรือสลิปของธนาคารเป็นหลักฐานในการนำไปหักลดหย่อน ดังนั้นใครที่บริจาคผ่านธนาคารพาณิชย์เก็บสลิปการโอนเงินไว้ดีๆ ครับ อย่าทำลายทิ้ง เพราะนั่นคือหลักฐานที่เราสามารถนำไป
ลดหย่อนภาษีได้ครับ
2.ผู้บริจาคที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคไปหักรายจ่ายได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิในปีที่บริจาค นอกจากนี้กรณีการบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าดังกล่าวถือเป็นเหตุอันสมควรที่ไม่มีภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม
แต่ยอดเงินที่เราบริจาคจะสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ นิติบุคคลที่รับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินต้องนำเงินและทรัพย์สินที่ได้รับบริจาคมาทั้งหมดไปบริจาคให้แก่หน่วยงานของส่วนราชการไทย เช่น สำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้นเราจึงจะได้รับสิทธินำยอดเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคไปหักลดหย่อนหรือหักรายจ่ายได้ แต่หากนิติบุคคลที่รับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินจากเรานำไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัยโดยตรงหรือมอบให้กับหน่วยงานของส่วนราชการไทยแค่บางส่วน เราจะไม่ได้รับสิทธิในการหักลดหย่อนครับ คือ ได้บุญแต่ไม่ได้ลดหย่อนภาษี ครับ
สรุปง่ายๆ ถ้าอยากได้บุญด้วย ลดหย่อนภาษีด้วย ให้เงินบริจาคสุดท้ายปลายทางอยู่ที่บัญชีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยของหน่วยงานราชการที่เปิดรับบริจาคเป็นการเฉพาะ แต่ถ้าต้องการบริจาคอย่างเดียว ไม่สนใจเรื่องภาษี ก็เลือกบริจาคผ่านองค์กรที่เราไว้ใจครับ
ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ สำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจ ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ page ใน facebook ชื่อ SathitBovornsantisuth CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...







